เมื่อคราวที่แล้วได้เขียนเรื่องของความยากในการวางโครงสร้างเงินเดือนด้วยตนเองว่า ความยากประการแรกก็คือ เรื่องของการประเมินค่างาน และการจัดระดับงาน วันนี้จะมาต่อในเรื่องของความยากในอันดับถัดไปครับ ซึ่งก็คือ การหาข้อมูลสำหรับการวางโครงสร้างเงินเดือนนั่นเอง
ข้อมูลเงินเดือนของตลาดในการวางโครงสร้างเงินเดือนนั้น ฝ่ายบุคคลก็ต้องไปเข้าร่วมการสำรวจค่าจ้างเงินเดือนและสวัสดิการจากสำนักต่างๆ หรือกับบริษัทที่ปรึกษาต่างๆ ที่รับทำอยู่ ซึ่งในปัจจุบันนี้หาไม่ยากครับ
สิ่งที่ยากก็คือ เราจะหาข้อมูลของบริษัทที่เราต้องการจะเปรียบเทียบได้จากที่ไหน บางครั้งเราอาจจะต้องสอบถามไปยังที่ปรึกษาที่ทำข้อมูลสำรวจค่าจ้างว่ามีบริษัทอะไรเข้าบ้าง เพื่อที่จะตรวจสอบว่า จะมีข้อมูลของบริษัทที่เราต้องการจะเปรียบเทียบด้วยหรือไม่ ซึ่งบางครั้งเราหาจนหมดบริษัทที่ปรึกษาแล้ว เราก็ยังไม่เจอบริษัทที่เราต้องการจะเปรียบเทียบ
แล้วทำอย่างไรดี ถ้าไม่มีข้อมูลตรงๆ เราก็สามารถใช้ข้อมูลอ้อมๆ ได้ครับ โดยถามตัวเองว่า บริษัทของเราแข่งขันในการจ้างคนกับธุรกิจอะไรได้บ้าง คนของเราสามารถมาจากไหนได้บ้าง และออกไปทำงานกับใครได้บ้าง ก็น่าจะทำให้เรามองเห็นภาพที่กว้างขึ้น เพราะในการแข่งขันในการจ้างคนนั้น ไม่ใช่แค่ในธุรกิจเดียวกันเท่านั้น บางสาขาวิชาชีพ อาจจะกระโดดข้ามธุรกิจไปได้เลย เช่น บัญชีการเงิน จัดซื้อ หรือแม้แต่งานบุคคล ก็สามารถไปได้ในหลายธุรกิจ
ความยากอันต่อไปก็คือ เราจะหาตำแหน่งงานที่ตรงกับเราได้อย่างไร เพราะการสำรวจค่าจ้างในตลาดทั่วไปนั้น ผู้ที่ทำการสำรวจก็มักจะกำหนดตำแหน่งงานแบบกลางๆ ขึ้นมา แล้วให้เราเปรียบเทียบว่า มีตำแหน่งงานใดของเราที่เทียบได้กับตำแหน่งงานมาตรฐานของเขาบ้าง เทียบได้จึงจะขอข้อมูลเงินเดือนมา ถ้าเทียบไม่ได้ ก็จะไม่มีข้อมูลในการวางโครงสร้างเงินเดือนของตำแหน่งงานนั้นๆ
ถ้าเราไม่สามารถหาตำแหน่งเปรียบเทียบได้ตรงๆ ก็ต้องใช้วิธีอ้อมๆ อีกเช่นกัน ก็คือ เปรียบเทียบจากตำแหน่งงานที่มีค่างานใกล้เคียงกัน ซึ่งก็ต้องอาศัยความรู้และทักษะในการประเมินค่างานเข้ามาช่วยอีกแรงหนึ่งครับ
ปัจจุบันข้อมูลการสำรวจค่าจ้างทั่วไปนั้น หาไม่ยากครับ แต่ถ้าบริษัทเราต้องการข้อมูลที่เปรียบเทียบแบบเจาะจงแล้วล่ะก็ หายากครับ วิธีแก้ก็คือ บริษัทเราอาจจะต้องรวมกลุ่มกับบริษัทอื่นๆ ที่อยู่ในข่ายแข่งขันกันในการจ้างคน มาร่วมกันทำการสำรวจค่าจ้างเฉพาะกลุ่มขึ้นมา โดยไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มอื่นๆ เลย แล้วก็มอบหมายให้คนกลางซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษา เข้ามาดำเนินการเก็บข้อมูล และคำนวณตัวเลขให้ เพื่อความเป็นกลางที่สุด และเพื่อไม่ให้ข้อมูลเงินเดือนที่เป็นความลับของแต่ละบริษัทหลุดรอดไปได้
นี่ก็คือความยากอันที่สองครับ ถ้าเราสามารถผ่านความยากทั้งสองอัน ก็คือ การประเมินค่างานจัดระดับงาน และการหาข้อมูลค่าจ้างในตลาดได้แล้ว เรื่องของการวางโครงสร้างเงินเดือนก็ไม่ยากแล้วครับ เพราะมันมีวิธีการคำนวณตามหลักคณิตศาสตร์ปกติ ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย
ประเด็นสำคัญก็คือ โครงสร้างเงินเดือนที่จะใช้นั้น มันต้องถูกกำหนดมาจากความยากง่ายของงานตามระดับงานขององค์กร และจากข้อมูลการจ่ายค่าจ้างเงินเดือนของตลาดที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันมากที่สุดนั่นเอง
อยากทราบวิธีการคำณวนคลื่นกระทบฝั่งเมื่อมีการปรับโครงสร้างเงินเดือน แล้วมีคนที่อยู่ต่ำกว่าโครงสร้าง หรือมีการปรับอัตราจ้างแรกเข้าใหม่ให้สูงกว่าอัตราจ้างแรกเข้าเดิม
มีวิธีการหรือสูตรคำณวน pregression rate อย่างไร ต้องคำณวนคลื่นกระทบฝั่งขนาดไหน ใช้อะไรเป็นปัจจัยในการประกอบการพิจารณาบ้าง