คำพูดที่ไม่จำเป็น

ในชีวิตการทำงานของทุกคน ไม่ว่าจะตำแหน่งอะไรก็ตามในองค์กร เราจะต้องมีทักษะอย่างหนึ่ง ก็คือ ทักษะในการสื่อความ คงเป็นไปไม่ได้เลยที่ไปทำงานโดยไม่สื่อความกับใครๆ เลยทั้งวัน ดังนั้นทักษะในการสื่อความนี้ จึงมักจะเป็นพฤติกรรมหลักขององค์กรส่วนใหญ่ที่จะต้องมีการใส่เข้าไปใน core competency ในองค์กรของเราเอง

ความยากของการสื่อความก็คือ คนเรามักจะพูดในสิ่งที่ไม่จำเป็น มักจะใช้คำพูดที่เป็นส่วนเกิน ซึ่งคำพูดเหล่านี้นี่เองที่ทำให้เกิดปัญหาตามมาในการสื่อความในทีมงาน หรือในองค์กรอย่างมาก จนบางครั้งกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งอย่างรุนแรงในองค์กรขึ้นมาได้ ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากคำพูดที่ไม่จำเป็นเลย ลองมาดูตัวอย่างในการประชุมครั้งหนึ่งของฝ่ายบุคคลกันนะครับ

พอพนักงานเดินเข้าห้องประชุมกันเกือบหมดแล้ว ผู้จัดการฝ่ายก็เดินเข้าห้องประชุม และนั่งลงที่เก้าอี้ประจำตัวในห้องประชุม พร้อมกันนั้นก็มองไปรอบห้องประชุมก่อนกล่าวขึ้นมาว่า

“มาครับกันหรือยังครับ นี่ก็เลยเวลานัดประชุมไป 5 นาทีแล้ว” ผู้จัดการฝ่ายถามขึ้นในห้อง

พูดยังไม่ทันขาดคำ ก็มีพนักงานอีกคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา

“ผมขอโทษครับ พอดีติดสายลูกค้าครับ เลยมาเข้าประชุมสายไปหน่อย ต้องขอโทษจริงๆ ครับ” พนักงานพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด

“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ ลูกค้าเป็นคนที่สำคัญที่สุดของเรา” ผู้จัดการฝ่ายพูดขึ้น ถ้ามันจะจบเพียงแค่นี้ ก็น่าจะทำให้ไม่เกิดอะไรขึ้น แต่ผู้จัดการกลับพูดต่อไปอีกว่า

“คราวหน้าคราวหลังก็ให้รู้จักเวลาบ้างนะครับ คุณก็ได้รับการอบรมมาแล้วนี่นา ไม่น่าจะลืมง่ายๆ แบบนี้”

ถามว่าพนักงานคนนั้นได้ยินคำพูดในประโยคนี้แล้วจะรู้สึกอย่างไรครับ ถ้าตัดออกไปมันจะดีกว่าหรือไม่ครับ

พอเริ่มประชุม ก็มีพนักงานคนหนึ่ง ถามขึ้นมาหลังจากที่อ่านรายงานการประชุมไม่เข้าใจ

“ผู้จัดการครับ รายงานการประชุมในข้อ 1 นี่ผมอ่านมาสองรอบแล้วก็ยังไม่เข้าใจสักทีครับ” พนักงานถามด้วยความสงสัย

“อืม..เดี๋ยวผมอธิบายเพิ่มเติมให้ฟังล่ะกันครับ” แล้วผู้จัดการก็อธิบายจนจบ จนพนักงานเข้าใจ ถ้าจะจบคำพูดเพียงเท่านี้ก็น่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ผู้จัดการแถมคำพูดที่ไม่จำเป็นว่า

“เวลาประชุมแต่ละครั้งก็ให้มีความตั้งใจกันหน่อย เรียนมาก็สูงแต่ทำไมเข้าใจอะไรยากเย็นจัง ต้องเสียเวลามานั่งอธิบาย”

พนักงานที่นั่งข้างๆ ที่ฟังอยู่ ก็เรียนจบปริญญาโทเหมือนกัน ทนไม่ได้ ก็เลยพูดขึ้นว่า

“แหมนายก็ คนเราก็มีความแตกต่างกันนะครับ ยิ่งการประชุมคราวที่แล้วนั้นมีแต่เรื่องที่ซับซ้อนมาก ก็อาจจะมีบ้างที่ไม่เข้าใจกันบ้างจริงมั้ยครับ” ถ้าลูกน้องคนนี้จบคำพูดแค่นี้ ก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ดันต่อไปอีกกว่า

“หัวหน้าเองก็เรียนสูงเหมือนกัน แต่กับสรุปรายงานเหมือนเด็กมัธยมคนจบสูงอย่างผมก็เข้าใจยากหน่อยล่ะครับ”

พนักงานสตรีอีกคนที่นั่งข้างๆ ก็ทนไม่ได้ พูดขึ้นมาว่า “ไหนๆ ตอนนี้เราก็เข้าใจกันหมดแล้ว เราเริ่มประชุมกันต่อไปไม่ดีกว่าหรอคะ” คำพูดก็น่าจะจบเพียงแค่นี้ เพื่อให้การประชุมเดินหน้าต่อไปได้ แต่สุดท้ายพนักงานสตรีคนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะแถมคำพูดส่วนเกินออกไปอีกว่า

“มันก็ทั้งห้องนี้แหละ เถียงกันอย่างกับเด็กประถม เด็กสามขวบเดี๋ยวนี้ยังพูดรู้เรื่องมากกว่าเลย”

ให้ทายว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปครับ ผมว่าคงจะไม่ต้องประชุมกันแล้ว อาจจะกลายเป็นโกลาหลและทะเลาะกันทั้งฝ่ายก็เป็นได้

นี่คือสิ่งที่คนเรามักจะอดใจไม่ได้ เวลาที่จะต้องสื่อความกับใครก็ตาม มักจะตบท้ายด้วยคำพูดที่ไม่จำเป็นเสมอ และมักจะเป็นคำพูดที่เสียดสี ถากถาง คนที่เราคุยด้วย เหมือนกับว่า พูดออกไปแล้วมันช่วยให้เราสะใจ แต่อย่าลืมนะครับว่า ความสะใจของเรานั้น จะไปสร้างปัญหาตามมาอีกมากมายครับ

จากตัวอย่างข้างบนถ้าเราตัดคำพูดที่ไม่จำเป็นออกไปทั้งหมด(ตัวอักษรแดงๆ)  ผมคิดว่า การประชุมครั้งนี้จะดำเนินไปด้วยความราบรื่นและมีความสุขกันถ้วนหน้าครับ

ลองสังเกตนะครับว่าเราเองมีคำพูดที่ไม่จำเป็นแบบนี้ออกไปบ้างหรือเปล่า พยายามลดลงให้มากที่สุดนะครับ แล้วเราจะเป็นคนที่มีแต่คนรักคนชอบครับ

5 ความคิดเกี่ยวกับ "คำพูดที่ไม่จำเป็น"

Add yours

  1. อ.วรภัทร กล่าวว่า การสื่อสาร เป็นวัฒนธรรม เป็นเครื่องมือในการบริหาร (Management tool) ไม่ต่างอะไรกับ ISO TQM KPI PMS อะไรเหล่านั้น เพียงแต่มันเป็น soft side ที่หลายคนมองข้าม

    อาจารย์ยังกระแทกใส่(ให้สติ)ต่อไปด้วยว่า องค์กรไหนมุ่งแต่จะพัฒนา hard side ใส่ตัวชี้วีดต่างๆ ลงไป แต่ไม่สนใจ kpi ด้านพฤติกรรม ก็รังแต่จะเหนื่อยใายตัวแทบขาด และล้มหายตายจากเวทีการแข่งขัน

    … ซึ่งนับวันแข่งขันกันที่ “พฤติกรรมของคนในองค์กร”

    เห็นด้วยไหมครับ ^^

  2. แย่ล่ะสิ ผมคอมเม้นท์ก่อนอ่าน about สับเพร่าตามเคย
    ไม่บังอาจเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนหรอกครับ
    คิดเสียว่าเป็น show & share แล้วกันนะครับ คุณประคัลภ์

    ^^

    1. ผมยินดีครับความเห็นครับ ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยครับ เพราะคิดว่าเป็นการต่อยอดความรู้ให้กันและกันนะครับ
      ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมนะครับ

      ขอบคุณครับ

  3. บทความนี้ดีนะค่ะ และน่าจะเสริมคำพูดที่ลูกน้องตอบรับกับหัวหน้าที่ไม่มีเหตุผล หรือหัวหน้าที่ชอบพูดแต่คำพูดที่ไม่จำเป็น เพราะลูกน้องส่วนใหญ่จะไม่ค่อยกล้าเถียงเจ้าหน้าโดยตรง จะมีส่วนมากก็แค่คำอธิบาย ในขณะเดียวกันหัวหน้าก็ไม่ชอบที่จะฟังคำอธิบาย

ส่งความเห็นที่ khun_aut ยกเลิกการตอบ

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑