Reward Management Series: รูปแบบโบนัส – Profit Sharing

ผมได้เขียนเรื่องราวของ Variable Pay ไปในเรื่องของโบนัสเพื่อจูงใจผลงาน ในครั้งนี้ผมจะพูดถึงโบนัสตัวแรกที่บริษัทส่วนใหญ่ใช้ เพื่อจ่ายตอบแทนให้กับพนักงาน โดยพิจารณาจากผลกำไรของบริษัทที่ได้ในแต่ละปี เราเรียกรูปแบบการจ่ายโบนัสในลักษณะนี้ว่า Profit Sharing Bonus

คำว่า Profit Sharing ก็บอกในตัวของมันเองแล้วว่า เงินโบนัสที่จ่ายให้กับพนักงานทุกบาทมาจากกำไรที่ได้จากการดำเนินงานของบริษัท ดังนั้นการให้โบนัสแบบ Profit Sharing นั้นจะต้องมีการกำหนดเป้าหมายการทำกำไรของบริษัท และเมื่อบริษัทมีกำไร ก็จะมีการตัดจ่ายโบนัสให้กับพนักงาน

ด้วยวิธีการนี้ ผู้บริหารระดับสูงสามารถที่จะกำหนดเป้าหมายและอัตราโบนัสตั้งแต่ต้นปีได้เลย เพื่อเป็นแรงจูงใจให้กับพนักงาน เมื่อช่วยกันทำงานให้ได้กำไรตามเป้าหมายที่กำหนดกันไว้ในตอนปลายปี

ในการที่ผู้บริหารจะกำหนดอัตราโบนัสว่าจะตัดจ่ายให้กับพนักงานสักกี่เดือนนั้น โดยทั่วไปเราจะเปรียบเทียบกับตลาดที่อยู่ในธุรกิจเดียวกันว่า เขาจ่ายกันเฉลี่ยที่กี่เดือน เนื่องจากธุรกิจลักษณะเดียวกันนั้น โครงสร้างของต้นทุน และโครงสร้างที่มาของรายได้และกำไรจะไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก จึงพิจารณาจากจุดนี้เป็นจุดแรก จุดที่สองที่พิจารณาก็คือ ความสามารถในการจ่ายของบริษัทว่ามีสักเท่าไร จากนั้นผู้บริหารก็จะกำหนดตัวเลขโบนัสเฉลี่ยออกมาให้กับพนักงาน

การที่พนักงานจะได้รับโบนัสเท่าไรนั้น ปกติจะมีวิธีการจ่ายอยู่ดังนี้ครับ

  • จ่ายตามอายุงานที่ทำงานกับบริษัท พนักงานคนใดที่อายุงานมากก็จะได้โบนัสมากกว่า วิธีการจ่ายแบบนี้เน้นไปที่เรื่องของความซื่อสัตย์และความจงรักภักดีของพนักงานต่อบริษัท แต่วิธีนี้ปัจจุบันไม่ค่อยมีใครกันแล้ว เพราะมันไม่ได้บอกถึงผลงานเลย อายุงานนาน ไม่ได้แปลว่าเขาจะสร้างผลงานที่ดีให้กับบริษัท ส่วนใหญ่บริษัทที่จ่ายในลักษณะนี้ก็จะเป็นบริษัทคนจีน ที่ชอบเลี้ยงดูพนักงานให้อยู่นานๆ และใช้ระบบอาวุโส
  • จ่ายเท่ากันทุกคน วิธีการจ่ายแบบนี้ ก็ยังคงมีอยู่บ้างในหลายบริษัท เพราะเป็นการจ่ายที่ไม่ยาก และเท่าเทียมกันดี ก็คือ พนักงานทุกคนจะได้รับโบนัสในอัตราเท่ากันทุกคน ถือว่าเป็นเงินรางวัลตอบแทนพนักงานที่ช่วยกันสร้างผลงาน ในฐานะที่ทุกคนมีส่วนทำให้เกิดผลกำไรกับบริษัท
  • จ่ายตามผลงานของพนักงานแต่ละคน วิธีนี้เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะรู้สึกว่ามีความยุติธรรมดี ใครที่เหนื่อยมากหน่อย ผลงานดีกว่า ก็จะได้รับโบนัสที่เยอะกว่าคนที่ผลงานด้อยกว่า

การจ่ายในแต่ละวิธีนั้น ไม่มีผิดไม่มีถูกนะครับ ขึ้นอยู่กับว่าความเชื่อของผู้บริหารของบริษัทนั้นๆ เชื่ออย่างไร แต่อย่างไรก็ดี การที่จะจ่ายโบนัสก็ยังคงต้องดูจากวิธีการจ่ายของตลาดที่อยู่ในธุรกิจเดียวกันด้วยเช่นกัน เพราะมิฉะนั้นพนักงานที่รู้สึกว่าไม่เป็นธรรมก็อาจจะเปลี่ยนไปทำงานกับบริษัทคู่แข่งของเราก็เป็นได้นะครับ

ในปัจจุบัน Profit Sharing นั้นเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเรื่องของกำไรนั้นวัดได้ชัดเจนมาก และถ้าบริษัทเองมีกำไร ผู้บริหารก็ยินดีที่จะตัดส่วนกำไรนั้นจ่ายคืนให้กับพนักงานเพื่อตอบแทนที่เหนื่อยมาด้วยกัน ดีกว่าที่จะต้องเอากำไรนั้นไปเสียภาษีให้กับรัฐมากขึ้น ซึ่งไม่ได้ประโยชน์อะไรกับการบริหารพนักงานเลย การที่ตัดโบนัสเยอะหน่อย บริษัทก็สามารถเอาค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปตัดออกจากกำไร ทำให้กำไรน้อยลง และเสียภาษีน้อยลงด้วย แถมยังได้กำลังใจจากพนักงานในการสร้างผลงานในปีถัดไปอีกด้วยครับ

8 ความคิดเกี่ยวกับ "Reward Management Series: รูปแบบโบนัส – Profit Sharing"

Add yours

      1. ถ้าเป็นลักษณะนี้ ไม่ใช่หุ้นกับเพื่อนแล้วนี่ครับ เพราะถ้าหุ้นกัน ก็ต้องมีการเอาเงินมาลงทุนด้วยกันสิครับ จากนั้นค่อยตกลงกันว่าใครจะบริหาร คนที่บริหารก็ได้เงินเดือนค่าบริการจัดการไป ส่วนผลกำไรที่ได้ ก็แบ่งกันตามจำนวนหุ้นที่แต่ละคนลงทุนไป แบบนี้ถึงจะเป็นการหุ้นกับเพื่อนมากกว่านะครับ ต้องแยกแยะให้ถูกว่าอะไรคืออะไร จะได้จ่ายได้ถูกต้องด้วยน่ะครับ ถ้าเพืื่อนออกทุนทั้งหมด นั้นแปลว่าเขาเป็นนักลงทุน นั่นก็คือ เขาจะต้องได้ส่วนแบ่งกำไร 100% แน่นอนครับ เพียงแต่เขาจะแบ่งส่วนกำไรออกมาเป็นโบนัสให้กับคนทำงานสักเทา่ไหร่ก็อยู่ที่เขา แต่คนทำงานก็จะได้เงินเดือนทุกเดือนไปเพื่อตอบแทนการทำงานครับ

    1. ระบบนี้เขาแชร์กำไรออกกี่%ค่ะ
      บริษัทกำไรทำระบบprofit share . แต่อยากไดข้อแนะนำ และข้อมูลเชิงลึกม่กกว่านี้.

  1. ระบบนี้เขาแชร์กำไรออกกี่%ค่ะ
    บริษัทกำไรทำระบบprofit share . แต่อยากไดข้อแนะนำ และข้อมูลเชิงลึกม่กกว่านี้.

    0 0 Rate This

    1. เรื่องของ profit sharing นั้น ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวครับว่าจะต้องแบ่งออกมากี่ % ครับ อยู่ที่ผลงานเทียบกับปีที่ผ่านมา และความสามารถในการจ่าย รวมทั้งผู้ถือหุ้นเองต้องจ่ายเงินปันผลเขาเท่าไหร่ และต้องการที่จะมีกำไรสะสมไว้เพื่อต่อยอดธุรกิจอีกสักเท่าไหร่น่ะครับ

      แต่ถ้าอยากจะทดลอง ก็ลองดูอัตราโบนัสเฉลี่ยในธุรกิจใกล้เคียงกันเป็นตัวช่วยตัดสินใจเบื้องต้นก่อนก็ได้ครับ เช่น ในธุรกิจใกล้กัน เขาจ่ายโบนัสกันประมาณ 5 เดือน เราก็ลองดูว่า 5 เดือนของเราเป็นเงินสักกี่% ของกำไร แล้วดูว่าจะเพิ่มลดอย่างไรอีกทีก็ได้ครับ

      ขอบคุณครับ

ส่งความเห็นที่ prakal ยกเลิกการตอบ

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑