นิทานสอนใจ นายช่างกับกระจกที่บิดเบี้ยว

ในโลกโซเชียล และสังคมที่เต็มไปด้วยการตัดสินเพียงชั่ววินาที เรามักปล่อยให้พฤติกรรมของผู้อื่นกลายเป็นยาพิษที่ทำร้ายใจเราเองอย่างไม่รู้ตัว ท่ามกลางพายุแห่งอารมณ์ที่ถาโถมนี้ ภูมิปัญญาเซนจะช่วยเปลี่ยนมุมมองให้เรากลายเป็น “นายช่างผู้รู้ธรรม” ที่มองเห็นความวุ่นวายรอบกายด้วยใจที่สงบและเข้าใจในเหตุปัจจัยอย่างแท้จริง

ณ วัดเซนบนยอดเขาสูง มีศิษย์หนุ่มคนหนึ่งชื่อ อาซัน เขามักจะเป็นทุกข์บ่อยครั้งจากการมองเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านที่ทะเลาะกัน หรือเพื่อนศิษย์ที่เกียจคร้าน ทุกครั้งที่เห็น สิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นไฟเผาลนใจเขาจนร้อนรุ่ม

วันหนึ่ง อาจารย์เซนพากลุ่มศิษย์ไปดูการซ่อมแซม โรงสีไม้เก่า ที่กำลังส่งเสียงดังสนั่นและทำงานผิดจังหวะ

อาซันยืนมองด้วยความหงุดหงิด “ท่านอาจารย์ เครื่องจักรนี้ช่างน่ารำคาญเหลือเกิน มันส่งเสียงหนวกหูและทำงานไม่ได้เรื่องเลย!”

อาจารย์เซนไม่ตอบ แต่ชี้ให้ดู นายช่างชรา ที่กำลังนั่งตรวจเช็กเฟืองอย่างสงบ ใบหน้าของนายช่างไม่มีความโกรธเคืองเครื่องจักรเลยสักนิด อาจารย์จึงเรียกอาซันเข้าไปใกล้ๆ แล้วถามว่า

“อาซัน… ทำไมนายช่างถึงไม่ตะโกนด่าเครื่องจักร หรือโกรธแค้นที่มันส่งเสียงดังล่ะ?”

อาซันขมวดคิ้ว “ก็เพราะมันเป็นแค่เครื่องจักรนี่ครับท่านอาจารย์ มันทำงานไปตามฟันเฟืองที่สึกหรอ มันไม่รู้เรื่องอะไรด้วยหรอก”

อาจารย์เซนยิ้มแล้วกล่าวว่า

“ถูกของเจ้า… นายช่างผู้ฉลาดมองเห็นเพียง ‘เหตุปัจจัย’ เขาเห็นว่าเฟืองตัวนี้บิ่น สายพานตัวนั้นหย่อน เขาจึงมองมันด้วยสายตาที่เข้าใจว่า ‘มันเป็นเช่นนั้นเอง’ (ตถตา) ใจเขาจึงไม่เป็นทุกข์

แต่ทำไมเมื่อเจ้าเห็นคนอื่นทำตัวไม่ถูกใจ เจ้ากลับลืมตัวเป็นนายช่าง และกลายเป็นผู้รับฟืนมาเผาใจตัวเองเสียเองล่ะ?”

อาจารย์เซนหยิบกระจกบานเล็กที่ผิวหน้าบิดเบี้ยวขึ้นมาให้อาซันส่อง

“เมื่อเจ้าส่องกระจกที่บิดเบี้ยวนี้ ภาพที่ปรากฏย่อมดูอัปลักษณ์ แต่เจ้าจะโกรธภาพในกระจกนั้นไหม? หรือเจ้าจะเข้าใจว่า เพราะ ‘กระจกมันเบี้ยว’ ภาพจึงเป็นเช่นนั้น?”

อาซันนิ่งอึ้งไป อาจารย์จึงสอนต่อไปว่า

“คนทุกคนที่เจ้าพบเจอ ก็คือเครื่องจักรและกระจกที่ถูกปรุงแต่งมาต่างกัน บางคนถูกหล่อหลอมด้วยความยากลำบาก บางคนถูกอบรมมาด้วยความโกรธ (โยนิโสมนสิการ) พฤติกรรมที่เขาแสดงออกมาจึงเป็นเพียงผลลัพธ์ของฟันเฟืองในใจเขาที่กำลังหมุนไปตามวิถีของมัน

หากเจ้ามี ‘สติ’ เท่าทันในวินาทีที่ตาเห็น (ผัสสะ) และหยุดใจไว้เพียงแค่การรับรู้ โดยไม่รีบประทับตราว่าเขา ‘เลว’ หรือ ‘ชั่ว’ (อธิวจนะสัมผัส) ใจเจ้าจะเหมือนนายช่างที่มองดูเครื่องจักรด้วยความเข้าใจ

จงเลิกเอา ‘ตัวกู’ ไปขวางวิถีของโลก เมื่อเจ้าลดความยึดมั่นว่าเขาต้องทำดีกับ ‘ฉัน’ เจ้าจะเห็นว่าทุกอย่างเป็นเพียงกระแสธรรมชาติที่ไหลไปตามเหตุและผล เมื่อนั้นใจเจ้าจะสงบดุจน้ำที่นิ่งสนิท แม้จะมีหินตกลงมากระทบกี่ก้อนก็ตาม”

ตั้งแต่วันนั้น เมื่ออาซันเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกใจจากใครก็ตาม เขาจะบอกตัวเองเบาๆ ว่า “เครื่องจักรเขามีเหตุปัจจัยให้หมุนเช่นนั้นเอง” แล้วเขาก็เดินจากไปด้วยรอยยิ้มและใจที่เบาสบาย

ข้อคิด: ความทุกข์ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมของผู้อื่น แต่เกิดจากใจเราที่เข้าไปปรุงแต่งและยึดมั่นในสิ่งนั้น การมองโลกด้วยสายตาของ “นายช่างผู้รู้ธรรม” จะช่วยให้เรารักษาความปกติสุขของจิตใจไว้ได้ในทุกสถานการณ์

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑