ในยุคสมัยที่การแข่งขันเป็นดั่งลมหายใจ สังคมมักยกย่องเชิดชูผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุด และผู้คนต่างพยายามแสดงความเหนือกว่ากันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งหรือความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ จนกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว น้อยคนนักที่จะยอมทำตนอ่อนน้อมหรือถ่อมตนอย่างแท้จริง เพราะกลัวว่าจะถูกมองว่าอ่อนแอ ลองอ่านนิทานเรื่องนี้ดูนะครับ
ในสำนักเซนแห่งหุบเขาเมฆขาว มีศิษย์สองคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังในสำนักคือ จ้าว และ เฟย
จ้าว เป็นศิษย์ที่แข็งแกร่งและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน เขาเชื่อว่าหนทางเดียวสู่ปัญญาคือการพิสูจน์ตนเองเหนือกว่าผู้อื่น เมื่อใดที่เขาเอาชนะในการถกธรรมะหรือการฝึกฝน เขามักจะทำให้คู่ต่อสู้รู้สึก อับอาย เพื่อให้ตนเองรู้สึกเหนือกว่า การกระทำของจ้าวทำให้ศิษย์คนอื่นๆ เกิดความไม่พอใจอย่างลับๆ และพร้อมที่จะท้าทายเขาในการ แข่งขัน อยู่เสมอ
ส่วน เฟย เป็นศิษย์ที่มีรูปร่างเล็กและดูเรียบง่าย แต่มีจิตใจที่อ่อนโยน เขาไม่เคยพยายามแสดงความเหนือกว่าใคร
วันหนึ่ง อาจารย์หลานได้จัดให้มีการทดสอบพิเศษ ให้ศิษย์แบกท่อนซุงขนาดใหญ่จากเชิงเขาขึ้นไปบนชั้นเก็บของที่สูงที่สุดโดยใช้เพียงรอกและกำลังคน ท่อนซุงนั้นหนักมากจนต้องใช้ศิษย์สองคนช่วยกัน
จ้าว รีบเลือกศิษย์ที่แข็งแรงที่สุดมาเป็นคู่ เขาคอยแต่สั่งการและพยายามยกซุงให้สูงกว่าคู่ของตนอยู่เสมอ เมื่อถึงจุดสูงสุด เขาตะโกนด้วยความภาคภูมิใจพร้อมมองไปยังศิษย์กลุ่มอื่นที่ล้มเหลว ด้วยความอับอาย ศิษย์ที่ล้มเหลวเหล่านั้นจึงยิ่งตั้งใจฝึกฝนเพื่อรอวันที่จะเอาชนะจ้าวให้ได้
เฟย เลือกศิษย์ที่ดูอ่อนแอที่สุดในกลุ่มมาเป็นคู่ของเขา เมื่อถึงเวลาแบกซุง เฟยไม่เคยพยายามแสดงความเหนือกว่า แต่เขากลับ ทำตนต่ำต้อย ลงอย่างเป็นธรรมชาติ
เขาตั้งใจรับน้ำหนักในตำแหน่งที่ต้องคอยประคับประคองและเสริมแรง และให้โอกาสคู่ของตนเป็นผู้นำและเป็นผู้ที่รับคำชื่นชมเมื่อทำสำเร็จ
เมื่อท่อนซุงถูกวางลงบนชั้นเก็บของได้อย่างราบรื่น ศิษย์คู่ของเฟยรู้สึกปลาบปลื้มและ ยินดี ในความสำเร็จของตนเองอย่างแท้จริง ส่วนศิษย์คนอื่นๆ ที่มองดูอยู่ก็รู้สึก ยินดี ไปกับชัยชนะของพวกเขาด้วย และเกิดความ นับถือ ในความอ่อนน้อมและการสนับสนุนของเฟย
หลังจากการทดสอบ อาจารย์หลานเรียกศิษย์ทั้งหมดมา และกล่าวว่า
“พวกเจ้าเห็นแล้วหรือไม่?
จ้าวได้มาซึ่งชัยชนะ แต่เขาทำให้ผู้อื่นอับอาย ความอับอายนั้นได้สร้างไฟแห่ง การแข่งขัน และศัตรูในทางของเขา
เฟยยอมทำตนต่ำต้อยและเป็นฝ่ายสนับสนุน แต่ความอ่อนน้อมนั้นกลับนำมาซึ่ง ความยินดี และ ความนับถือ จากผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ยั่งยืนกว่ามาก”
อาจารย์หลานยื่นมือไปแตะไหล่ของเฟย และกล่าวอย่างเน้นย้ำว่า
“จงเป็นเหมือน น้ำ ที่ไหลลงสู่ที่ต่ำเสมอ เพราะน้ำในที่ต่ำนั้นไม่เคยถูกใครต่อต้าน แต่มันกลับเป็นพลังที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิต และเมื่อถึงเวลา น้ำก็สามารถรวมตัวกันจนมีพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดได้
ความอับอายทำให้คนผลักไสท่าน แต่ความยินดีและความนับถือจะนำพาผู้คนเข้ามาสนับสนุนเส้นทางของท่าน“
ตั้งแต่นั้นมา ศิษย์ทั้งหลายจึงเข้าใจว่า การแสวงหาชัยชนะที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่การเอาชนะผู้อื่น แต่คือการเอาชนะอัตตา (Ego) ของตนเอง ด้วยการใช้ความอ่อนน้อมเป็นพลังในการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน
ใส่ความเห็น