นิทานสอนใจ ภาระที่ถูกแบก

ปัจจุบันสังคมเราเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ถือตัวเองเป็นใหญ่ จนไม่ฟังคนอื่น หลายคนไม่เคยให้อภัยซึ่งกันและกัน ส่งผลให้เกิดความรุนแรงตามมาอีกมากมาย วันนี้เอานิทานเกี่ยวกับเรื่องของการให้อภัยมาให้อ่านครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อจิตใจของท่านผู้อ่านกันไม่มากก็น้อยครับ

มีพระอาจารย์เซนสองรูปคือ อาจารย์จิว ผู้ชราและ พระหนุ่มมู่ ผู้กระตือรือร้น กำลังเดินทางธุดงค์ผ่านป่าเพื่อไปยังวัดแห่งหนึ่ง

ขณะที่พวกเขาเดินผ่านหมู่บ้านเล็กๆ พระหนุ่มมู่บังเอิญเดินชนเข้ากับคนงานคนหนึ่งที่กำลังแบกฟืนจนเสียหลักล้มลง ทำให้ฟืนกระจัดกระจาย

คนงานคนนั้นลุกขึ้นด้วยความโกรธจัดและตะโกนด่าทออาจารย์จิวอย่างหยาบคายและรุนแรง ด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าอาจารย์จิวเป็นคนชนเขา จากนั้นเขาก็รีบเก็บฟืนและเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะมองย้อนกลับมา

พระหนุ่มมู่รู้สึกโกรธแทนอาจารย์อย่างมาก ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความไม่ยุติธรรม ในขณะที่อาจารย์จิวเพียงแต่ยิ้มเล็กน้อยและเดินต่อไปอย่างสงบ

พวกเขาเดินต่อไปเป็นเวลาหลายชั่วโมง ผ่านเนินเขาหลายลูก ผ่านลำธารหลายสาย พระหนุ่มมู่ยังคงเงียบและหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา

ในที่สุด เมื่อพวกเขาหยุดพักใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่อฉันน้ำ พระหนุ่มมู่ก็ระเบิดความรู้สึกออกมา

“ท่านอาจารย์! ข้ายังคงโกรธแทนท่านไม่หาย! ท่านผู้นั้นช่างหยาบคายและไร้เหตุผลนัก! ทำไมท่านถึงไม่ตอบโต้ หรืออย่างน้อยก็สั่งสอนให้เขาได้รู้สำนึกบ้าง?”

อาจารย์จิวมองไปยังพระหนุ่มมู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเมตตา ท่านจิบน้ำชาช้าๆ ก่อนจะตอบว่า

“มู่เอ๋ย… ข้าได้ทิ้งคำพูดหยาบคายและเรื่องราวทั้งหมดไว้ที่หมู่บ้านนั้นแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เราก้าวขาเดินออกมา”

อาจารย์วางถ้วยชาลงและถามกลับว่า

“แต่ดูเหมือนว่า… เจ้ายังคงแบกคำพูดและความขุ่นเคืองนั้นมาตลอดทาง

ภาระของเจ้าหนักกว่าภาระของคนงานแบกฟืนเสียอีก เพราะเขาได้ทิ้งฟืนไว้แล้ว แต่เจ้ากลับแบกความโกรธของคนอื่นมาเอง”

พระหนุ่มมู่รู้สึกเหมือนถูกน้ำเย็นสาดเข้าที่หน้าผาก เขามองลงไปที่เท้าของตัวเองแล้วเริ่มเข้าใจ

อาจารย์จิวกล่าวปิดท้ายด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลว่า

“การให้อภัยก็คือการ วางภาระ ที่ไม่ใช่ของเราลง

คนที่เราให้อภัยมากที่สุด… คือตัวเราเอง เพราะเราได้ปลดปล่อยจิตใจให้เป็นอิสระจากการถูกพันธนาการด้วยความเจ็บปวดที่จบลงไปนานแล้ว”

ตั้งแต่นั้นมา พระหนุ่มมู่จึงเรียนรู้ว่า การโกรธใครสักคนหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับการยอมให้คนที่ทำร้ายเราในอดีตมาควบคุมความสงบสุขของเราในปัจจุบัน


ข้อคิด: การให้อภัยไม่ใช่การกระทำเพื่อผู้อื่น แต่เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญเพื่อตนเอง คือการไม่ยอมแบกภาระทางอารมณ์ที่คนอื่นทิ้งไว้ให้เราตั้งแต่แรกนั่นเองครับ

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑