วันนี้เอานิทานสอนใจดี ๆ มาให้อ่านกันอีกเรื่องนะครับ
กาลครั้งหนึ่ง มีชายชาวบ้านผู้หนึ่งเลี้ยงปลาไว้ในโอ่งใหญ่หลังบ้าน
ทุกเช้า เขามักนั่งมองฝูงปลาแหวกว่าย ให้อาหารด้วยความภาคภูมิใจ
สำหรับเขาแล้ว นั่นคือความสงบเล็ก ๆ ที่ทำให้หัวใจพองโต
จนวันหนึ่ง เพื่อนบ้านแวะมาเยี่ยม พอเดินเฉียดโอ่งก็รีบเอามือปิดจมูก
แล้วกล่าวขึ้นด้วยความกังวล
“เจ้าปลาของเจ้าดูทุกข์นัก น้ำในโอ่งขุ่นคล้ำและเหม็นอับ เจ้าควรเปลี่ยนน้ำให้มันเถิด”
ชายเจ้าของโอ่งหัวเราะเบา ๆ ตอบด้วยความมั่นใจ
“เป็นไปได้อย่างไร ข้าเลี้ยงมันทุกวัน เห็นมันว่ายไปมาอย่างร่าเริง
น้ำก็ยังเหมือนเดิม มิได้เหม็นเลยสักนิด”
เพื่อนบ้านยืนห่างออกไป สูดลมหายใจลึก แล้วส่ายศีรษะ
“เพราะเจ้าคือคนที่อยู่กับกลิ่นนี้ทุกวัน เจ้าจึงไม่รู้สึก
แต่ผู้ที่มองจากภายนอก กลับเห็นชัดเจนกว่ามาก”
ชายชาวบ้านนิ่งเงียบลง ก่อนจะลองตักน้ำจากโอ่งขึ้นมาใกล้จมูก
ทันทีที่ได้กลิ่น เขาถึงกับชะงัก
สิ่งที่เขาคิดว่า “ปกติ” แท้จริงคือ “ความเน่าเสีย” ที่สะสมมานาน
วันนั้น เขาจึงเข้าใจว่า—
“เมื่อเราอยู่กับสิ่งใดนานเกินไป ความเคยชินอาจทำให้เราตาบอดต่อความจริง
แม้ปัญหาจะอยู่ตรงหน้า แต่เรากลับมองไม่เห็น
บางครั้ง…ต้องอาศัยสายตาของคนอื่น มาสะท้อนสิ่งที่เรามองข้ามไป”
ในชีวิตและการทำงาน หลายครั้งเราก็เหมือนชายชาวบ้านกับโอ่งปลา
เราชินกับปัญหาที่หมักหมมจนคิดว่า “มันไม่ใช่ปัญหา”
และยิ่งยึดติดในสิ่งนั้นมากเท่าไร เรายิ่งไม่เห็นความจริงมากเท่านั้น
แต่การฟังเสียงจากผู้อื่น อาจเป็น “กระจก” ที่ช่วยให้เราเห็นสิ่งที่มองไม่ออกด้วยตาตนเอง
ใส่ความเห็น