ในโลกยุคปัจจุบันที่ทุกสิ่งหมุนไปอย่างรวดเร็ว โลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารอันถาโถม การแข่งขันที่ดุเดือด และความคาดหวังมากมายจากรอบตัว เราหลายคนมักรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งอยู่บนลู่วิ่งที่ไม่มีวันสิ้นสุด จิตใจของเราฟุ้งซ่านไปกับเรื่องราวในอดีตที่แก้ไขไม่ได้ และกังวลถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ความสุขกลายเป็นสิ่งที่เลือนลางและยากจะไขว่คว้า จนบางครั้งเราลืมไปว่าความสงบที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่ไกลออกไปเลย แต่ซ่อนอยู่ในตัวเรานี่เอง…
และนี่คือนิทานเซน ที่จะพาเราย้อนกลับไปค้นพบความสงบในจิตใจอีกครั้ง
นานมาแล้ว ณ หมู่บ้านอันเงียบสงบเชิงเขา มีชายหนุ่มคนหนึ่งนามว่า อาคิระ อาคิระเป็นคนดี จิตใจอ่อนโยน แต่สิ่งหนึ่งที่เขามักเผชิญคือ ความฟุ้งซ่าน จิตใจของเขาเปรียบเสมือนลำธารที่ไหลเชี่ยวกราก เต็มไปด้วยความคิดที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในอดีตที่ผ่านไปแล้ว อนาคตที่ยังมาไม่ถึง หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกกระสับกระส่ายและไม่เคยได้สัมผัสความสุขที่แท้จริง
วันหนึ่ง อาคิระได้ยินกิตติศัพท์ของ ท่านอาจารย์เซนริ ผู้พำนักอยู่บนยอดเขาอันห่างไกล ว่าเป็นผู้ที่เข้าถึงความสงบแห่งจิตใจอย่างแท้จริง อาคิระตัดสินใจออกเดินทางเพื่อขอคำชี้แนะจากท่านอาจารย์
หลังจากเดินทางหลายวัน ในที่สุดอาคิระก็มาถึงกระท่อมของท่านอาจารย์เซนริ ท่านอาจารย์มองอาคิระด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยน “เจ้ามาด้วยจิตใจที่วุ่นวายใช่ไหม อาคิระ?”
อาคิระก้มหน้าน้อมรับ “ครับท่านอาจารย์ จิตใจของข้าพเจ้าเต็มไปด้วยความคิดมากมาย จนไม่เคยได้พบความสงบเลย”
ท่านอาจารย์พยักหน้าเบาๆ แล้วกล่าวว่า “มาเถิด เจ้าหิวแล้วกระมัง ข้าจะชงชาให้เจ้า”
ท่านอาจารย์เซนริเริ่มพิธีชงชาอย่างช้าๆ ทุกการเคลื่อนไหวของท่านดูสงบและตั้งใจ ท่านหยิบใบชาด้วยความประณีต ต้มน้ำด้วยความระมัดระวัง แล้วรินชาลงในถ้วยอย่างนุ่มนวล ไม่มีความเร่งรีบ ไม่มีความวอกแวก
อาคิระมองดูทุกขั้นตอนอย่างเงียบงัน เขาสังเกตเห็นว่าท่านอาจารย์ดูมีความสุขกับทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ราวกับว่าการชงชาคือสิ่งเดียวในโลกที่มีความหมาย
เมื่อชาถูกรินจนเต็มถ้วย ท่านอาจารย์ยื่นชาให้อาคิระ “จงดื่มชาแก้วนี้ด้วยใจที่สงบ”
อาคิระรับถ้วยชามา กลิ่นหอมกรุ่นของชาลอยมาเตะจมูก เขาดื่มชาอึกแรกอย่างช้าๆ รสชาติของชาอบอวลอยู่ในปาก ความอุ่นร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
ในขณะที่เขากำลังจิบชา ความคิดฟุ้งซ่านที่เคยวนเวียนอยู่ในหัวของเขากลับค่อยๆ จางหายไป เขาสัมผัสได้ถึงความสงบที่เข้ามาแทนที่ ทุกสิ่งรอบตัวดูเหมือนจะหยุดนิ่ง เสียงนกร้องที่เคยได้ยินแต่ไม่ได้ใส่ใจ บัดนี้กลับชัดเจนขึ้น ลมที่พัดแผ่วเบาผ่านใบไม้ก็รู้สึกได้ถึงการสัมผัส
“เป็นอย่างไรบ้าง อาคิระ?” ท่านอาจารย์ถามด้วยรอยยิ้ม
“ข้าพเจ้า… รู้สึกสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยครับท่านอาจารย์” อาคิระตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ “เพียงแค่ดื่มชาแก้วเดียว ความคิดมากมายก็หายไปราวกับเวทมนตร์”
ท่านอาจารย์เซนริหัวเราะเบาๆ “นั่นไม่ใช่เวทมนตร์หรอกอาคิระ” ท่านกล่าว “มันคือพลังของการอยู่กับ ปัจจุบันขณะ เมื่อเจ้าจดจ่ออยู่กับการชงชา การดื่มชา ทุกสิ่งทุกอย่างในขณะนั้น ความคิดฟุ้งซ่านก็ไม่มีที่ว่างให้เข้ามาครอบงำจิตใจของเจ้า”
“จิตใจของมนุษย์เปรียบเสมือนลำธาร ถ้าเจ้าพยายามหยุดกระแสน้ำด้วยการกั้นมันไว้ มันก็จะยิ่งปั่นป่วน แต่ถ้าเจ้าปล่อยให้มันไหลไปตามธรรมชาติ โดยเฝ้าดูมันอย่างสงบ ไม่เข้าไปก้าวก่าย ไม่เข้าไปตัดสิน สุดท้ายกระแสน้ำก็จะสงบลงเอง”
“ความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การที่เราไม่มีความคิด แต่เป็นการที่เรา ไม่ยึดติดกับความคิด ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแล้วจากไป เหมือนเมฆที่ลอยผ่านท้องฟ้า”
ท่านอาจารย์ชี้ไปที่ต้นชาเล็กๆ ที่ปลูกอยู่หน้ากระท่อม “ต้นชานี้ ไม่เคยคิดถึงเรื่องเมื่อวาน หรือกังวลถึงเรื่องพรุ่งนี้ มันเพียงแค่เติบโตในวันนี้ ดูดซับแสงแดด ดื่มน้ำฝน และมอบใบชาที่ดีที่สุดให้กับโลก”
“เช่นเดียวกัน อาคิระ จงเป็นเหมือนต้นชา จงอยู่กับปัจจุบันขณะอย่างเต็มที่ ทำสิ่งใดก็จงจดจ่อกับสิ่งนั้น เมื่อเจ้ากำลังเดิน จงรับรู้ถึงการก้าวเดิน เมื่อเจ้ากำลังหายใจ จงรับรู้ถึงลมหายใจ เมื่อเจ้ากำลังพูด จงรับรู้ถึงถ้อยคำของเจ้า เมื่อเจ้ากำลังเงียบ จงรับรู้ถึงความเงียบสงบ”
อาคิระจ้องมองต้นชาด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง เขารับรู้ถึงความจริงอันเรียบง่ายที่ท่านอาจารย์ได้ชี้ให้เห็น
นับตั้งแต่วันนั้น อาคิระเปลี่ยนแปลงไป เขาไม่พยายามต่อสู้กับความคิดฟุ้งซ่านอีกต่อไป แต่เรียนรู้ที่จะเฝ้าดูมันอย่างสงบ ไม่ตัดสิน ไม่ปรุงแต่ง และเมื่อใดที่จิตใจเริ่มว้าวุ่น เขาก็จะกลับมาจดจ่อกับการหายใจของตัวเอง หรือทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งด้วยความตั้งใจเต็มเปี่ยม
ในที่สุด อาคิระก็ค้นพบความสุขที่แท้จริง ความสุขที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งภายนอก แต่เป็นความสุขที่เกิดจากความสงบภายในจิตใจของเขาเอง เปรียบเสมือนต้นชาที่หยั่งรากลึกในผืนดินและเติบโตอย่างมั่นคง ไม่ว่าลมพายุจะพัดกระหน่ำเพียงใด
ข้อคิด: ความสงบและความสุขที่แท้จริงไม่ได้มาจากการหยุดความคิดฟุ้งซ่าน แต่มาจากการที่เราเรียนรู้ที่จะไม่ยึดติดกับมัน และกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะอย่างเต็มที่ในทุกๆ การกระทำและทุกๆ ลมหายใจของเราเอง
ใส่ความเห็น