ทุกวันนี้เรามีความสุขกับสิ่งที่เรามีอยู่หรือเปล่า หรือเราต้องการสิ่งใหม่ ๆ อยู่เรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่เรามีอยู่นั้นมันก็เพียงพอที่จะทำให้เรามีความสุขได้แล้ว
ณ ดินแดนที่ผู้คนต่างวิ่งวนไล่ตามสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าจะนำมาซึ่งความสุข มีสวนสงบแห่งหนึ่งซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ไม่มีเสียงโฆษณา ไม่มีเร่งรีบ มีเพียงเสียงลมพัดเบาและเงาของต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านอย่างสงบ
กลางสวนแห่งนี้ มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ไม่ออกดอก ไม่ออกผล แต่ผู้คนกลับชอบมานั่งใต้ร่มเงาของมัน บ้างมาเพื่อพักกาย บ้างมาเพื่อพักใจ และทุกคนที่จากไปมักกลับออกไปพร้อมความเงียบในใจ
วันหนึ่ง ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความกระหายเดินเข้ามา เขาเอ่ยกับผู้ดูแลสวนซึ่งเป็นชายชราในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายว่า
“ข้าอยากมีสิ่งนั้น ข้าอยากเป็นสิ่งนี้ ข้ารู้ว่าถ้าได้ทุกอย่างตามที่ปรารถนา ข้าจะมีความสุข”
ชายชรายิ้มอย่างสงบ แล้วชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่กลางสวน
“เจ้าเห็นต้นไม้ต้นนั้นหรือไม่? มันเคยออกดอกออกผลอย่างงดงาม ผู้คนต่างมาชื่นชม เก็บกิน และเรียกร้องจะเอาอีก เมื่อได้ผลไม้จากมันแล้ว พวกเขากลับไม่เคยพอใจ อยากได้มากขึ้นไปอีก เมื่อไม่มีผล พวกเขากล่าวโทษว่ามันไร้ค่า”
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว “แล้วตอนนี้มันทำไมถึงไม่ออกผลแล้วเล่า?”
ชายชราเอ่ยเสียงเรียบ “เพราะมันได้เรียนรู้ว่า ความอยากของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุด ผลไม้ที่เคยมอบความสุข กลับกลายเป็นเชื้อเพลิงแห่งความทุกข์ มันจึงหยุดออกผล และเลือกที่จะเป็นเพียงร่มเงา ให้ผู้คนพักจากความอยาก—แม้เพียงชั่วขณะ”
ชายชราหยิบใบไม้แห้งขึ้นมาหนึ่งใบ แล้วเป่าเบาๆ ให้ปลิวไปตามลม “ชีวิตก็เป็นเช่นนั้น หากเรามัวแต่ถามว่า ‘อะไรต่อไป?’ เราก็จะพลาดสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ในตอนนี้”
ชายหนุ่มนิ่งไป ราวกับลมหยุดพัด เขาคิดถึงสิ่งที่เขาไล่ตามมาตลอด ทั้งชื่อเสียง ความรัก และความสำเร็จ และเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน—ความเงียบของใจ
ชายชรากล่าวปิดท้าย “ความสุขที่แท้จริง ไม่ได้ซ่อนอยู่ในสิ่งที่ยังไม่มี แต่อยู่ในสิ่งที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่เจ้าต้องมองให้เห็น สัมผัสให้ได้ และหยุดไล่ตามให้เป็น”
นับแต่นั้นมา ชายหนุ่มเปลี่ยนวิถีชีวิตของเขา เขาเริ่มดื่มน้ำอย่างรู้รส กินข้าวอย่างรู้คุณ และยิ้มกับผู้คนโดยไม่ต้องรอให้ชีวิตสมบูรณ์แบบอีกต่อไป
เขาไม่ได้วิ่งไล่หา ‘ผลไม้’ อีกแล้ว เพราะเขารู้ว่า… เงาของต้นไม้ก็เพียงพอแล้วสำหรับความสุขในวันนี้
ใส่ความเห็น