จะวัดความสุขของพนักงานได้อย่างไร

“ความสุข” ของพนักงานในองค์กรนั้น ไม่ได้เป็นเพียงคำพูดที่ฟังดูดีหรือเรื่องนามธรรมอีกต่อไป แต่มันคือปัจจัยสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพและความสำเร็จขององค์กร การวัดความสุขจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเข้าใจว่าความสุขของพนักงานส่งผลต่อผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างไร”

ทำไมต้องวัดความสุขของพนักงาน?

หลายองค์กรในปัจจุบันมักมุ่งเน้นการวัดผลในด้านตัวเลข เช่น ยอดขาย ต้นทุน หรือกำไร โดยละเลยสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ “ความสุขของพนักงาน” ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนให้พนักงานทุ่มเทความพยายามในระดับที่สูงกว่าเดิม หรือที่เรียกว่า “Extra Discretionary Effort” (EDE)

Extra Discretionary Effort (EDE) คือ “ความพยายามพิเศษที่พนักงานมอบให้เหนือกว่าสิ่งที่คาดหวังในหน้าที่งานของพวกเขา” ซึ่งเกิดจากความรู้สึกมีส่วนร่วมและความสุขในที่ทำงาน พนักงานที่มอบ EDE จะไม่เพียงทำงานตามหน้าที่เท่านั้น แต่ยังพร้อมที่จะทำงานเพิ่มเติม ช่วยแก้ปัญหา หรือทำสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตงานของพวกเขาเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด

การวัดความสุขจึงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แต่เป็นเรื่องที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันขององค์กรโดยตรง องค์กรที่พนักงานมีความสุข ไม่เพียงแต่จะลดอัตราการลาออกและการลาป่วย แต่ยังเพิ่มผลผลิตและสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนอีกด้วย

วิธีการวัดความสุขของพนักงาน

1. ใช้แบบสำรวจวัดความสุข

   องค์กรสามารถเริ่มต้นด้วยการใช้แบบสำรวจที่ถามคำถามที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยสำคัญของความสุข เช่น

   – พนักงานพอใจกับค่าตอบแทนหรือไม่?

   – พนักงานรู้สึกได้รับการยอมรับในผลงานของพวกเขาหรือไม่?

   – พนักงานมีข้อมูลและเครื่องมือเพียงพอในการทำงานหรือไม่?

ตัวอย่างแบบสำรวจความสุขในการทำงานของพนักงาน

การใช้คำถามที่เจาะจงและขอให้พนักงานให้คะแนนในระดับ 0-10 จะช่วยให้องค์กรเห็นภาพรวมของระดับความสุขในแต่ละแง่มุม

ตัวอย่างแบบสำรวจความสุขของพนักงาน (เป็นแค่ตัวอย่างเท่านั้น ถ้าจะนำไปใช้จริง อาจจะต้องปรับคำถามให้ตรงกับวัฒนธรรมขององค์กรเราเองว่า ความสุขของพนักงานเรานั้น จะอยู่ในประเด็นใดบ้าง ซึ่งอาจจะมีความแตกต่างกันในแต่ละองค์กร

1. ท่านพอใจกับค่าตอบแทนของท่านหรือไม่?

คะแนน (0-10): _____

2. ท่านรู้สึกได้รับการยอมรับในผลงานของท่านหรือไม่?

คะแนน (0-10): _____

3. ท่านมีข้อมูลและเครื่องมือเพียงพอในการทำงานหรือไม่?

คะแนน (0-10): _____

4. ท่านรู้สึกว่ามีโอกาสในการเติบโตและพัฒนาตัวเองในองค์กรหรือไม่?

คะแนน (0-10): _____

5. ท่านรู้สึกว่าท่านมีสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวหรือไม่?

คะแนน (0-10): _____

6. ท่านรู้สึกว่าท่านมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในทีมงานหรือไม่?

คะแนน (0-10): _____

7. ท่านรู้สึกว่าท่านได้รับการสนับสนุนที่ดีจากผู้บังคับบัญชาของท่านหรือไม่?

คะแนน (0-10): _____

การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสำรวจเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรสามารถระบุปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขของพนักงานและนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาสภาพแวดล้อมในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยี

   การใช้แพลตฟอร์มเช่น WorkL ซึ่งเป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อวัดความสุขของพนักงานโดยเฉพาะ ช่วยให้องค์กรสามารถเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และเปรียบเทียบคะแนนความสุขของพนักงานในอุตสาหกรรมเดียวกันได้ โดยระบบยังสามารถคาดการณ์ความเสี่ยงในการลาออกและอัตราการลาป่วยได้อย่างแม่นยำ

3. วิเคราะห์และติดตามผล

   ความสำคัญไม่ได้อยู่แค่การวัด แต่ยังรวมถึงการนำผลการวัดไปใช้ในการปรับปรุง เช่น การเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน การแก้ไขปัญหาในทีมที่มีคะแนนความสุขต่ำ หรือการสร้างนโยบายใหม่ที่ส่งเสริมความเป็นอยู่ของพนักงาน ซึ่งการนำผลการสำรวจความสุขของพนักงานไปปรับปรุงระบบการทำงานถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่ง หากองค์กรเพียงแต่เก็บข้อมูลแต่ไม่ได้ดำเนินการใดๆ ต่อ พนักงานจะรู้สึกว่าความคิดเห็นและความรู้สึกของพวกเขาไม่ถูกให้ความสำคัญ ซึ่งจะยิ่งทำให้ระดับความสุขลดลง การวิเคราะห์และนำผลสำรวจไปใช้ในการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่น การปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานที่เหมาะสม การพัฒนาทักษะและความสามารถของผู้จัดการ หรือการสร้างนโยบายที่สนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน จะช่วยเพิ่มความรู้สึกมีคุณค่าและความมั่นใจในองค์กรของพนักงาน ส่งผลให้พวกเขามีกำลังใจและความพึงพอใจในการทำงานมากขึ้น

ตัวอย่างความสำเร็จของการวัดความสุข

หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือร้านอาหารเครือข่ายขนาดใหญ่ที่ค้นพบว่าพนักงานในบางสาขามีความสุขต่ำกว่าสาขาอื่น หลังจากวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าปัญหามาจากการบริหารจัดการในทีมครัว หลังจากปรับปรุงวิธีการทำงานและพัฒนาผู้จัดการทีม ปัญหาดังกล่าวก็ได้รับการแก้ไข และคะแนนความสุขของพนักงานในทีมกลับมาสูงขึ้น ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของสาขาดีขึ้นตามไปด้วย

ความสุขของพนักงาน = ความสำเร็จขององค์กร

องค์กรที่ประสบความสำเร็จไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “คน” ที่พร้อมจะมุ่งมั่นและทุ่มเท เมื่อพนักงานมีความสุข พวกเขาจะส่งผลเชิงบวกต่อทั้งทีม ลูกค้า และองค์กรในระยะยาว

ดังนั้น การวัดและสร้างความสุขในที่ทำงานไม่ใช่เพียงสิ่งที่ “ควรทำ” แต่เป็นสิ่งที่ “จำเป็นต้องทำ” เพื่อสร้างอนาคตที่แข็งแกร่งสำหรับองค์กรและพนักงานทุกคน

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑