นิทานอีกเรื่องที่สะท้อนความคิดของคนเราได้ดี เรามักจะคิดไปเอง ตีความสิ่งที่ได้มาว่าเป็นสิ่งที่ดี หรือ ไม่ดี โดยลืมไปว่านั่นเป็นแค่เพียงความคิดของเราเท่านั้น เรามัวแต่หลงอยู่ในความคิดตีความไปต่าง ๆ นานา โดยลืมมองความจริงตรงหน้า
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายชราคนหนึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ชายชราคนนี้เป็นคนยากจน เขามีเพียงบ้านเล็กๆ และทุ่งนาที่ให้พอได้ทำมาหากิน แต่เขามีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ทุกคนในหมู่บ้านอิจฉา นั่นคือ ม้าขาวที่งดงามที่สุด ผู้คนต่างมาขอซื้อด้วยเงินมากมาย แต่ชายชราปฏิเสธทุกครั้ง “ม้าตัวนี้เป็นเพื่อนข้า ข้าไม่ขายมันด้วยเงินทองใดๆ” เขากล่าว
วันหนึ่ง ม้าขาวของชายชราหายไป ชาวบ้านต่างพากันพูดว่า “เจ้าโง่ที่ไม่ขายม้าของเจ้า ดูสิ ตอนนี้เจ้าสูญเสียมันไปโดยไม่ได้อะไรเลย ช่างน่าเสียดายจริงๆ” ชายชราตอบเพียงว่า “อย่าตัดสินว่ามันเป็นเรื่องดีหรือร้าย แค่บอกว่าม้าหายไปเท่านั้น”
สองสามวันต่อมา ม้าขาวของชายชรากลับมาพร้อมกับฝูงม้าป่าจำนวนมากที่ตามมา ชาวบ้านต่างประหลาดใจและพูดว่า “เจ้าช่างโชคดีจริงๆ! ตอนนี้เจ้ามีม้าตั้งหลายตัว เจ้าจะร่ำรวยแน่!” แต่ชายชรากลับตอบอย่างสงบว่า “อย่าพูดว่ามันเป็นเรื่องดีหรือร้าย แค่บอกว่าม้ากลับมาพร้อมกับม้าป่าก็พอ”
ไม่กี่วันถัดมา ลูกชายของชายชราได้พยายามฝึกม้าป่า แต่โชคร้ายที่เขาตกจากม้าและขาหัก ชาวบ้านมาแสดงความเสียใจ “เจ้าช่างโชคร้ายจริงๆ ตอนนี้ลูกชายของเจ้าบาดเจ็บและไม่สามารถช่วยงานได้ เจ้าคงลำบากมาก” ชายชราตอบว่า “อย่าบอกว่ามันเป็นเรื่องดีหรือร้าย แค่บอกว่าลูกชายข้าขาหักก็พอ”
ไม่นานต่อมา สงครามได้ปะทุขึ้นในแผ่นดิน กษัตริย์สั่งให้ทุกครอบครัวส่งลูกชายไปเป็นทหาร แต่ลูกชายของชายชราไม่ถูกเรียกตัวเพราะเขายังบาดเจ็บ ชาวบ้านพากันร้องไห้เมื่อเห็นลูกชายของตนถูกเกณฑ์ไปสู่สนามรบ พวกเขาพูดกับชายชราว่า “เจ้าโชคดีจริงๆ ที่ลูกชายของเจ้าไม่ต้องไปสงคราม ข้าคงสูญเสียลูกชายของข้าไปแน่” ชายชราเพียงตอบว่า “อย่าบอกว่ามันเป็นเรื่องดีหรือร้าย แค่บอกว่าลูกชายข้ายังอยู่กับข้าก็พอ”
ใส่ความเห็น