ผมเขียนบทความหนึ่งเมื่อสองสามวันก่อน เกี่ยวกับ Confirmation Bias ซึ่งถือเป็นธรรมชาติของมนุษย์เราที่มักจะต้องมีอารมณ์ความรู้สึกเข้ามามีส่วนในการใช้เหตุผลเสมอ ซึ่งถือเป็นธรรมชาติของมนุษย์เรา อ้างอิงจากหนังสือ เรื่อง The Law of Human Nature ของ Robert Greene
วันนี้มาต่อกันอีก 1 ธรรมชาติของมนุษย์เราอีกข้อหนึ่ง อยู่ในบทที่ 2 ของ The Laws of Human Nature มีชื่อว่า “Transform Self-Love into Empathy” หรือ “เปลี่ยนความรักตัวเองให้เป็นความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น” ในบทนี้ ผู้เขียน โรเบิร์ต กรีน อธิบายถึงวิธีการเปลี่ยนพลังงานของความหลงตัวเองหรือความรักตัวเองที่มากเกินไปให้กลายเป็นความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจผู้อื่นมากขึ้นน่าจะดีกว่า
มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ คนที่รักตัวเองมาก ๆ จนหลงตัวเอง หรือที่เรียกว่า Deep Narcissism เป็นลักษณะของคนที่มีระดับความหลงตัวเองที่มากเกินไป และหมกมุ่นอยู่กับมัน จนทำให้บุคคลนั้นมองเห็นแต่ตัวเองและความต้องการของตัวเองเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจคนรอบข้างเลย
คนที่มี Deep Narcissism มีลักษณะอย่างไร
- หลงตัวเองมากเกินไป พวกเขามองตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งและมักคิดว่าตัวเองเป็นพิเศษกว่าคนอื่น
- ขาดความเห็นอกเห็นใจ พวกเขามักไม่สามารถเข้าใจหรือใส่ใจความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่นได้ ทำให้มีแนวโน้มที่จะไม่สนใจผลกระทบที่พฤติกรรมของตนมีต่อคนรอบข้าง
- ต้องการการยอมรับอย่างต่อเนื่อง พวกเขามักต้องการการยอมรับ การยกย่อง และความสนใจจากผู้อื่นอย่างต่อเนื่องเพื่อยืนยันคุณค่าของตัวเอง
ผลที่ตามมาของ Deep Narcissism คือการที่บุคคลนั้นมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับคนอื่น เข้ากับคนอื่นไม่ค่อยได้ เพราะไม่ค่อยสนใจใคร อีกทั้ง เวลาที่คนอื่นไม่สบายใจ คนพวกนี้ก็มักจะไม่ค่อยรู้เรื่อง ทำให้เขาไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและมีความหมายได้เลย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมักจะเน้นไปที่ผลประโยชน์ของตัวเองมากกว่าการให้ความร่วมมือและความเข้าใจซึ่งกันและกัน
ลองนึกดูว่า ถ้าพนักงานในองค์กรของเรามีพฤติกรรมแบบ Deep Narcissism จะส่งผลอย่างไรต่อการบริหารคนและการทำงานร่วมกับผู้อื่นในองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบทบาทของผู้นำหรือผู้จัดการ
1. ขาดความสามารถในการเห็นอกเห็นใจและเข้าใจผู้อื่น
ผู้นำที่มี Deep Narcissism มักไม่เข้าใจความต้องการหรือความรู้สึกของพนักงาน ทำให้พนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับการสนับสนุนและไม่ถูกรับฟัง สิ่งนี้สามารถทำลายแรงจูงใจ และความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร ซึ่งในระยะยาวอาจส่งผลให้เกิดการลาออกหรือการทำงานที่มีประสิทธิภาพต่ำลงได้
2. การตัดสินใจอยู่บนผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก
ผู้จัดการ หรือผู้นำที่มี Deep Narcissism มักจะมองหาผลประโยชน์ที่ตอบสนองความต้องการของตัวเองก่อน ซึ่งอาจส่งผลให้ตัดสินใจที่ไม่เป็นธรรม ไม่คำนึงถึงความเป็นธรรมและประโยชน์ร่วมกันในองค์กร ส่งผลให้เกิดความไม่พอใจในหมู่พนักงานและบั่นทอนความไว้วางใจในทีม
3. ต้องการได้รับการยกย่องและการยอมรับจากพนักงานมากจนเกินไป
คนที่มี Deep Narcissism มักต้องการการยอมรับและการชื่นชมจากผู้อื่นตลอดเวลา ตลอดเวลาจริง ๆ หากพนักงานไม่ตอบสนองความต้องการนี้ อาจทำให้ผู้นำดังกล่าวรู้สึกไม่พอใจและเกิดการบริหารจัดการแบบไม่สร้างสรรค์ เช่น การตำหนิพนักงานอย่างไม่เป็นธรรม หรือการสร้างบรรยากาศที่ตึงเครียดในที่ทำงาน หรือ การบูลี่พนักงานคนนั้นกับคนอื่น
4. ไม่ฟังคนอื่น และขาดความยืดหยุ่น
ผู้นำที่มี Deep Narcissism มักจะควบคุมทุกสิ่งตามความต้องการของตนเอง และไม่ยืดหยุ่นในการจัดการกับสถานการณ์ต่าง ๆ พวกเขามักไม่ยอมรับคำแนะนำจากผู้อื่น และไม่เปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ สิ่งนี้ทำให้ขาดการพัฒนาภายในทีมและลดโอกาสในการสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ
5. ขาดความไว้วางใจคนอื่น และสร้างบรรยากาศการทำงานที่ไม่ดี
เนื่องจากบุคคลที่มี Deep Narcissism มักมองพนักงานเป็นเครื่องมือในการตอบสนองความต้องการของตัวเอง ความสัมพันธ์ในที่ทำงานจะขาดความไว้วางใจ พนักงานอาจรู้สึกถูกเอาเปรียบและไม่สามารถพึ่งพาผู้นำในเรื่องการสนับสนุนที่แท้จริง
6. สร้างวัฒนธรรมที่เป็นพิษ
Deep Narcissism สามารถสร้างวัฒนธรรมที่เป็นพิษในองค์กร โดยที่พนักงานรู้สึกว่าต้องแข่งขันกันเพื่อให้ได้การยอมรับจากผู้นำ หรือรู้สึกว่าต้องปกป้องตัวเองจากการถูกวิจารณ์อย่างไม่เป็นธรรม สิ่งนี้ทำให้สภาพแวดล้อมการทำงานไม่เป็นสุข และส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมขององค์กร ยิ่งไปกว่านั้น ยังส่งผลให้เกิดวัฒนธรรมแบบเลียแข้งเลียขาผู้นำ เพราะเขาต้องการคนเอาใจ ดังนั้นคนที่ได้ดี มักจะเป็นพนักงานที่เอาใจ โดยไม่ทำงานอะไรเลย
สรุปแล้ว พฤติกรรมแบบ Deep Narcissism ของผู้นำจะส่งผลให้การบริหารคนเป็นไปในทางลบ ส่งผลต่อความสัมพันธ์ในทีมและสร้างบรรยากาศที่ไม่ดีในองค์กร การบริหารจัดการที่ขาดความเข้าใจผู้อื่นและมุ่งแต่ผลประโยชน์ส่วนตัวทำให้องค์กรเสี่ยงต่อการสูญเสียพนักงานที่มีคุณภาพและทำให้ขาดการพัฒนาในระยะยาว
รู้แบบนี้แล้ว ก่อนที่จะเลื่อนตำแหน่งใครขึ้นเป็นผู้นำ ก็อย่าลืมพัฒนากันก่อน และคัดเลือกคนที่เหมาะสมจริง ๆ มิฉะนั้นแล้ว จะเกิดแต่บรรยากาศที่เป็นพิษในองค์กรอย่างแน่นอน
ใส่ความเห็น