นิทานสอนใจ ร่มกันฝน

ทุกวันนี้ท่านพึ่งพาตนเองมากน้อยเพียงใด นิทานวันนี้ที่นำมาให้อ่านนั้น เป็นอีกเรื่องที่ทำให้เราเข้าใจคำว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนได้อย่างดี ลองอ่านกันดูนะครับ

ในวันที่ฝนตกหนัก มีชายผู้หนึ่งซึ่งยืนหลบฝนอยู่ที่ชายคาของบ้านหลังหนึ่ง หวังจะไปอีกฟากหนึ่ง แต่ก็ไม่กล้าไปเพราะเขาไม่ได้ติดร่มมาด้วย แต่โชคดีเหลือเกินที่มีพระอาจารย์รูปหนึ่งเดินกางร่มผ่านมาพอดี ชายผู้นี้จึงตะโกนเรียกพระอาจารย์รูปนั้นว่า

“พระอาจารย์ขอรับ ได้โปรดช่วยพากระผมไปยังฝั่งนั้นด้วยเถอะครับ”

พระอาจารย์ก็ตอบว่า

“โยมเอ๋ย อาตมาก็อยู่ท่ามกลางสายฝนเช่นกัน โยมต่างหากที่หลบอยู่ในชายคาที่ปราศจากสายฝน โยมจึงไม่จำเป็นต้องให้อาตมาช่วยหรอก”

เมื่อชายผู้นั้นฟังพระอาจารย์กล่าว ก็เลยรีบเดินออกมาตากฝน แล้วก็คิดว่าสิ่งที่ตนทำนั้นถูกต้องแล้ว จากนั้นเขาก็ตะโกนบอกพระอาจารย์ว่า

“นี่ไงขอรับ ผมมายืนอยู่กลางสายฝนแล้ว คราวนี้ท่านคงช่วยผมได้แล้วใช่ไหม”

แต่พระอาจารย์กลับตอบว่า

“อาตมาเองก็อยู่กลางสายฝน ส่วนโยมก็อยู่กลางสายฝน แต่ที่อาตมาไม่โดนฝนก็เพราะอาตมามีร่ม แต่ที่โยมโดนฝนก็เพราะโยมไม่มีร่ม ดังนั้น การจะช่วยไม่ให้เปียกจึงไม่ใช่อาตมา แต่เป็นร่มที่ช่วยอาตมา ถ้าโยมต้องการให้มีคนมาช่วย ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นอาตมา แค่หาร่มด้วยตนเองก็พอ”

อ่านจบแล้วคิดอย่างไรกันบ้างครับ

นิทานเรื่องนี้มุ่งเน้นการสอนใจเราไปในประเด็นเรื่องของ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน จุดมุ่งหมายของนิทานต้องการจะบอกว่า แค่คนเรารู้จักหาวิธีพึ่งพาตนเอง ช่วยเหลือตนเอง เป็นวิธีที่ดีที่สุด

ทุกวันนี้เรามักจะมองหาตัวช่วยมากมาย อยากได้อะไรก็หาแต่ตัวช่วย ไม่เคยคิดที่จะหาวิธีการด้วยตนเอง กลุ่ม chat กลุ่ม Social ต่าง ๆ มักจะเห็นเสมอว่า มีแต่คนขอสูตรสำเร็จ ของผลงาน ของานที่คนอื่นเขาทำไว้ เพื่อเอามาใช้เป็นงานของตนเองมากมาย แต่ไม่คิดที่จะหาวิธีการด้วยตนเองเลยก็เยอะ “ใครมีเรื่องนี้บ้าง ขอแชร์หน่อย” “ใครพอจะแชร์เรื่องนี้ได้บ้าง” ฯลฯ ทั้ง ๆ ที่เราเองก็สามารถอ่านเอง ศึกษาเอง คิดวิเคราะห์เองได้ แต่กลับไม่ทำ

สุดท้ายคนที่คิดแต่จะพึ่งพาคนอื่นแต่เพียงอย่างเดียว และขอสูตรสำเร็จจากคนอื่นเลย โดยไม่คิดเองบ้างนั้น ก็มักจะเป็นคนที่ทำอะไรไม่สำเร็จ ดังนั้นจงพึ่งพาตนเองบ้าง

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑