นิทานสอนใจ รสชาติของกระบี่

ท่านผู้อ่านเคยคิดหาทางลัดที่จะมีทักษะอะไรบางอย่างแบบให้เป็นเร็วๆ บ้างหรือไม่ พยายามหาวิธีการต่างๆ เพื่อที่จะทำให้เราเป็นให้เร็วที่สุด ผมคิดว่าปัจจุบันนี้หลายคนมีความคิดในแบบว่า เห็นความสำเร็จของคนอื่นแล้ว อยากสำเร็จแบบนั้นบ้าง โดยลืมไปว่า ความสำเร็จของเขานั้น ต้องผ่านความยากลำบากอะไรมาบ้าง ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างไรมาบ้าง ต้องทนต่อความผิดพลาด ล้มเหลวมากี่ครั้ง ฯลฯ

แต่เรามองแค่เพียงว่า อยากเก่งแบบนั้นจัง มีหลักสูตรแบบไหนที่ทำให้เราเก่งได้ใน 1 วันหรือไม่ มันง่ายแบบนั้นจริงๆ หรือ นิทานวันนี้ก็เป็นเรื่องราวที่สะท้อนถึงสิ่งเหล่านี้ อยากเก่ง อยากเป็นมือหนึ่ง ก็ต้องเริ่มต้นจากพื้นฐาน ฝึกฝน เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

ชายหนุ่มคนหนึ่งเป็นลูกชายของนักดาบชื่อดังท่านหนึ่ง พ่อของเขามักจะตำหนิเขาเสมอว่า เขาฝึกฝนกระบี่ได้ไม่ดี ไม่สามารถเข้าถึงวิถีทางแห่งกระบี่ชั้นยอดได้แล้วตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับเขา

ชายหนุ่มนั้นจึงเดินทางไปที่ภูเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่อยู่ของมือกระบี่ชื่อดังท่านหนึ่ง นักกระบี่ชื่อดังพูดอย่างไม่มีเยื่อใยว่า

“เจ้าไม่อาจทำตามจุดประสงค์ของข้าได้หรอก”

“หากข้าหมั่นตั้งใจฝึกฝน ต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะกลายเป็นมือกระบี่ชั้นหนึ่งได้”

“ตามอายุของเจ้า”

“ข้ารอนานอย่างนั้นไม่ได้ เพียงแต่ท่านยอมสอนข้า ข้ายอมทนรับความลำบากทุกอย่างเพื่อให้ถึงจุดหมาย และหากข้ายอมเป็นทาสรับใช้ จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่?”

“อาจจะเป็นสิบปี” อาจารย์กระบี่ชื่อดังตอบ

“ท่านพ่อของข้าอายุมากแล้ว ไม่นานข้าคงต้องกลับไปดูแลปรนนิบัติท่านและหากข้าเพิ่มความมานะฝึกฝนให้มากยิ่งขึ้น ต้องใช้เวลาสักเท่าไหร่?”

“อืม อาจจะเป็นสามสิบปี”

“ท่านพูดอย่างนั้นได้ยังไง? เมื่อกี้ก็บอกว่าสิบปี ตอนนี้ก็บอกว่าสามสิบปี ข้าไม่กลัวความลำบากอะไร แต่ต้องใช้เวลาที่สั้นที่สุดที่จะถึงสุดยอดเคล็ดวิชา”

“อืม ถ้าอย่างนั้น เจ้าคงต้องฝึกอีกเจ็ดสิบปีถึงจะได้ อย่างเจ้าเร่งรีบที่จะหวังผลส่วนใหญ่มักจะไปไม่ถึงจุดมุ่งหมาย”

ในที่สุด ชายหนุ่มนั้นก็เข้าใจแล้วว่า เป็นเพราะตนเองขาดความอดทนจึงถูกปฏิเสธจึงตอบว่า “ก็ได้ ข้ายอมทำตามแล้ว”

แต่อาจารย์นั้นก็ตั้งกฎไว้ว่า ห้ามพูดถึงเรื่องต่างๆของกระบี่ และห้ามแตะต้องถูกดาบทุกชนิด และให้ทำครัว ล้างจาน จัดที่นอน เก็บกวาดบ้านและทุกที่ทั่วบริเวณรวมทั้งดูแลสวนดอกไม้ด้วย แล้วก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องการฝึกกระบี่เลย

สามปีผ่านไป ชายหนุ่มนั้นก็ยังคงทำงานหนักอยู่อย่างนั้น ทุกครั้งที่คิดถึงอนาคตของตนเอง ก็รู้สึกเศร้าใจยิ่งนัก ที่เคยตั้งใจไว้จะฝึกกระบี่ให้ได้ดีแต่ไม่เคยไม่เคยได้ฝึกเลยแม้แต่ครั้งเดียว

วันหนึ่ง ท่านอาจารย์ค่อยๆย่องไปทางด้านหลังเขา แล้วใช้กระบี่ไม้แทงเขาอย่างแรงไปหนึ่งครั้ง

วันที่สอง ขณะที่ชายหนุ่มกำลังสาละวนอยู่กับการทำกับข้าวท่านอาจารย์ก็ย่องไปแทงด้านหลังอีก

หลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ชายหนุ่มนั้นจะต้องคอยระมัดระวังป้องกันไม่ให้ถูกแทง วันหนึ่งยี่สิบสี่ชั่วโมง หากไม่ระวังแม้แต่วินาทีเดียว เขาก็จะได้ลิ้มรสชาติของการถูกแทง

แต่ในที่สุดเขาก็ได้เรียนรู้เหตุผลของหลักการนี้ คือ ในการฝึกกระบี่ พื้นฐานทางด้านร่างกายจะต้องแข็งแรง ที่อาจารย์ให้ทำงานบ้านต่างๆ นานา ก็เพื่อให้ร่างกายมีความแข็งแรง และที่สำคัญก็คือ การมีสติและสมาธิ การที่อาจารย์แอบเข้ามาแทง หลังจากที่เข้าใจแล้ว อาจารย์ก็ยอมสอนวิชาให้ ที่สุดเขาก็ได้เป็นกระบี่มือหนึ่งแห่งยุคนั้น

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑