วันศุกร์วนมาอีก วันนี้ผมก็นำเอานิทานเซนดีๆ มาให้อ่านกันอีกเช่นเคยนะครับ น่าจะได้แนวคิดในการดำรงชีวิตในโลกที่มีแต่ความวุ่นวายในยุคปัจจุบันได้บ้าง ลองอ่านกันดูเลยนะครับ
ในช่วงฤดูร้อนหญ้าในวัดก็เปลี่ยนเป็นสีเหลือง เป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมาก สามเณรน้อยผู้ที่ไม่เคยเห็นเมื่อในอดีต จึงกล่าวกับพระอาจารย์ว่า
“รีบหว่านเมล็ดพันธุ์กันเถิดท่านอาจารย์”
“อย่าได้กังวลเลย เมื่อใดก็เมื่อนั้น” พระอาจารย์กล่าว
หลังจากที่อาจารย์ได้เมล็ดพันธุ์มาแล้ว ก็บอกกับสามเณรน้อยว่า
“เอาไปปลูกสิ” แต่ใครจะรู้ว่า แค่หว่านเมล็ดพันธุ์ไปเพียงชั่วครู่ ลมก็พัดเอาเมล็ดพันธุ์หายไปจำนวนมาก
สามเณรน้อยกังวลใจ และรีบพูดกับพระอาจารย์ว่า “อาจารย์ครับ ลมพัดเมล็ดพันธุ์หายไปจำนวนมาก”
พระอาจารย์กล่าวว่า “อย่าได้กังวลไปเลย ที่ถูกลมพัดต่างก็ว่างเปล่า หว่านลงไปก็ไม่ขึ้น ปล่อยให้มันเป็นไป”
เมื่อหว่านเมล็ดเสร็จเพียงชั่วครู่ ก็มีนกน้อยบินมาคุ้ยเขี่ยหาอาหารในดิน ไม่ง่ายเลยกว่าที่สามเณรน้อยจะไล่นกน้อยพวกนี้ไปได้ เขารีบไปรายงานพระอาจารย์ว่า
“แย่แล้วครับ แย่แล้ว นกกินเมล็ดพันธุ์ไปหมดแล้ว”
พระอาจารย์กล่าวว่า “อย่าได้กังวลเลย นกกินไม่หมดหรอก เมล็ดพันธุ์เยอะมาก ปล่อยให้มันเป็นไปเถิด”
เมื่อถึงกลางดึกก็มีพายุฝนกระหน่ำลงมาอีก สามเณรน้อยร้องไห้วิ่งไปที่ห้องของพระอาจารย์ และบอกว่า
“น้ำฝนได้พัดพาเมล็ดพืชไปหมดแล้ว แบบนี้จะทำอย่างไรดีล่ะครับ”
พระอาจารย์ตอบว่า “พัดพาไปแล้ว ก็ให้มันพัดพาไป ไปถึงไหนก็เหมือนกันละ ปล่อยให้มันเป็นไปเถิด”
ไม่กี่วันต่อมา ที่ดินว่างเปล่าในตอนนั้นกลับมีต้นอ่อนขึ้นเต็มไปหมด แม้บางที่ที่ไม่ได้ปลูกไว้ก็มีต้นอ่อนขึ้น
สามเณรน้อยตื่นเต้นและพูดกับพระอาจารย์อย่างมีความสุขว่า
“รีบมาดูสิครับพระอาจารย์ ต้นอ่อนขึ้นแล้ว”
“ก็ควรเป็นเช่นนี้ ยินดีด้วย” พระอาจารย์กล่าวอย่างสงบและเป็นปกติ
นิทานเซนเรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า เราควรจะมีทัศนคติ การปล่อยให้มันเป็นไป ไม่ขวางกั้น ในการนำพาชีวิตในบางเรื่อง แค่เพียงปล่อยวาง ปล่อยให้ทุกสิ่งเป็นไป ทิ้งเหตุทั้งหมด เราไม่จำเป็นจะต้องนำความทุกข์โศกทั้งหลายในชีวิตมาคิดกังวลมากมาย เพียงรู้จักปล่อยวาง และปล่อยให้มันเป็นไปบ้างในบางเรื่องที่เราไม่สามารถเข้าไปแก้ไขได้
ดังที่มีคนเคยกล่าวไว้ว่า
“ลองพิจารณาดูว่า ปัญหานั้นแก้ไขได้หรือไม่ ถ้าแก้ไขได้ แล้วจะกังวลไปทำไม
หรือถ้า แก้ไขอะไรไม่ได้ มันก็ไม่ต้องมีอะไรให้กังวลอีกเช่นกัน”

ใส่ความเห็น