วันนี้จะขออนุญาตนำเอาเรื่องราวที่ถูกเขียนโดย คุณปฐม อินทโรดม ซึ่งอดีตเคยเป็น CEO ของ ARiP ซึ่งเป็นผู้ที่จัดงานคอมมาร์ท มานานหลายปี ปัจจุบันท่านก็เป็นผู้เชี่ยวชาญ และเป็นที่ปรึกษาให้กับองค์กรต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของ IT และ Big data ต่างๆ เรื่องราววันนี้ผมนำมาจาก facebook ของ คุณปฐมเลย ก็เลยจะขออนุญาตคุณปฐมไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ เนื่องจากเป็นเรื่องราวที่ดี ให้ข้อคิดสำหรับคนทำงาน ที่สำคัญ เป็นเรื่องจริง ลองอ่านดูนะครับ
เวลาเจอลูกน้องที่เกี่ยงงอนเมื่อมอบหมายงานใหม่ ๆ ให้ผมมักจะหยิบเอาเรื่องของ “คุณสมชาย” มาเล่าให้ฟังเสมอครับ
คุณสมชาย (ต่อไปนี้จะย่อเหลือ คสช) ทำงานเป็นเสมียนในธนาคารแห่งหนึ่งหลังเรียนจบพาณิชย์มาหมาด ๆ หน้าที่ของเสมียนอธิบายให้คนสมัยนี้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือพนักงาน Admin ทำตามสั่งนั่นแหละครับ ตัวคสช. มีหน้าที่พิมพ์คำวิเคราะห์จากพนักงานสินเชื่อที่ไปลงพื้นที่กับลูกค้ามา แกก็พิมพ์ไปตามเรื่องตามราว ใครสั่งให้พิมพ์อะไรก็ทำไปโดยไม่มีอิดออด
ทำมาสักพัก คสช. พิมพ์ตามเขาจนพอจะรู้แล้วว่าเขาวิเคราะห์กันยังไง และรู้ด้วยว่าจนท. สินเชื่อมีคิวต้องวิเคราะห์ลูกค้าที่ไหนบ้างเพราะมีตารางบอกเอาไว้ แกก็เลยหัดวิเคราะห์ด้วยตัวเองล่วงหน้า แล้วพอจนท. สินเชื่อส่งงานมาก็เอามาเทียบกันดูว่าที่ตัวเองเขียนไว้นั้นมันตรงตามที่มืออาชีพเขียนสักกี่เปอร์เซ็นต์ ทำอยู่เป็นปีก็มีทั้งที่ตรงบ้าง ผิดไปคนละทิศคนละทางบ้าง แต่โดยรวมแล้วตรงขึ้นเรื่อย ๆ แกก็แอบภูมิใจอยู่คนเดียวว่าฝีมือเริ่มพอใช้ได้
จนกระทั่งมีคนเห็นว่า คสช. แอบทำงานนอกหน้าที่ แทนที่จะพิมพ์ตามสั่งอย่างที่ควรจะทำ แต่ดันไปเขียนวิเคราะห์อะไรเวิ่นเว้อ เจ้านายจึงเรียกไปคุยพร้อมขอดูงานเก่า ๆ ที่เคยทำมา ก่อนจะสรุปบทลงโทษแบบง่าย ๆ ชัดเจนที่สุดว่า…
“ยูทำได้นี่หว่า จะเป็นเสมียนไปทำไม งี้ก็มาเป็นพนักงานวิเคราะห์ เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป”
คสช. จึงได้หน้าที่ใหม่ เงินเดือนใหม่ และเริ่มหัดวิเคราะห์ขั้นสูงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งชนเพดานความรู้ของตัวเองเพราะเรียนจบมาแค่ชั้น ปวส. แต่ก็พยายามอย่างไม่ย่อท้อ จนกระทั่งเจ้านายมองเห็นแวว และเรียกไปคุยอีกครั้ง…
“ยูขยัน ตั้งใจมาก ธนาคารเราอยากส่งเสริม แต่ยูต้องทำงานหนักขึ้น เรียนรู้มากขึ้น และพลาดไม่ได้เพราะธนาคารต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง ยูจะตกลงมั้ย” คสช. ไม่กลัวงานหนักจึงตอบตกลงทันที
โอกาสที่ธนาคารมอบให้ก็คือการได้ไปเรียนประกาศนียบัตรจากสถาบันนายธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ!
ซึ่งก็ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะ คสช. ยังก้มหน้าก้มตาเรียนต่อในประเทศเพิ่มความรู้ให้ตัวเองไปด้วยจนจบปริญญาตรีและปริญญาโทในมหาวิทยาลัยดังของบ้านเรา และทำงานอย่างขยันขันแข็งจนไม่น่าเชื่อว่าจากเสมียนคนหนึ่งจะเติบโตเป็นได้ถึง “กรรมการผู้จัดการใหญ่” ในท้ายที่สุด
เรื่องของคุณสมชายนี้ผมดีใจเหลือเกินที่มีโอกาสได้ฟังจากปากของแกเองสมัยที่เรียนจบใหม่ ๆ เป็นแรงบันดาลใจให้ใผ่รู้ตลอดเวลาและ “ไม่เกี่ยงงาน” ว่าจะเป็นงานที่เราได้รับมอบหมายหรือไม่ เพราะงานอะไรก็สามารถฝึกฝนให้เราเก่งขึ้นได้เหมือนกัน
ที่สำคัญ คุณสมชายมีตัวตนจริง ๆ ครับ ลองเดากันได้ว่าผมหมายถึงใคร ใจจริงก็อยากให้ท่านได้ทราบว่านายปฐมคนนี้ยังจำคำที่ท่านสอนและคอยแนะนำลูกน้องอยู่จนถึงทุกวันนี้…

ใส่ความเห็น