ความยืดหยุ่นในการทำงาน มีอะไรบ้างที่ควรยืดหยุ่น (Flexible)

เรื่องของความยืดหยุ่นในการทำงาน หรือที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Flexibility ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ HR และผู้บริหารขององค์กรต่างๆ ให้ความสนใจมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ทำให้การทำงานกับการใช้ชีวิตส่วนตัวเริ่มแยกออกจากกันไม่ค่อยจะได้ พนักงานก็เลยต้องการการทำงานที่มีความยืดหยุ่นมากพอที่จะทำให้การใช้ชีวิตส่วนตัวไม่ต้องลำบากไปด้วย

ผมยังจำได้อยู่เลยว่า เมื่อครั้งที่เพิ่งเรียนจบ และทำงานได้ประมาณ 3 ปี ก็มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งในที่ทำงานเดียวกัน ได้ขอลาออกจากบริษัท ทั้งๆ ที่พี่คนนี้เป็นคนที่เก่งมาก มีความโดดเด่นในเรื่องของผลงานอย่างมาก ถือว่าเป็นคนที่มีศักยภาพ และผู้บริหารของบริษัทก็เล็งไว้แล้วว่า จะพัฒนาพี่คนนี้ต่อไปเพื่อให้เป็นผู้บริหารในอนาคต

แต่สุดท้ายพี่เขาก็ตัดสินใจลาออกจากงาน ด้วยเหตุผลว่า จะสร้างครอบครัว จะมีลูก และจะออกไปเพื่อดูแลลูก และครอบครัว เพราะถ้าทำงานไปด้วย ก็จะไม่สามารถมีเวลาให้กับครอบครัวได้

เหตุการณ์แนวๆ นี้ มันเกิดขึ้นหลายครั้ง จนผมรู้สึกว่า เรื่องของงาน กับเรื่องครอบครัวคงต้องแยกจากกันไป

แต่ในยุคนี้มันเริ่มไม่ใช่ เรื่องของงาน กับเรื่องของครอบครัว และชีวิตส่วนตัว จะต้องสามารถไปด้วยกันได้ทั้งหมด พนักงานต้องการที่จะทำงานด้วย และมีเวลาดูแลครอบครัวด้วย รวมทั้งมีเวลาในการใช้ชีวิตส่วนตัวได้ด้วย

เรื่องของความยืดหยุ่นในการทำงานก็เลยเกิดขึ้น (Flex Work) พอพูดถึงความยืดหยุ่นแล้ว มันควรมีเรื่องอะไรบ้างที่สามารถยืดหยุ่นได้ในการทำงาน

  • เวลาทำงานที่ยืดหยุ่น เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกๆ เลยที่หลายองค์กรนำมาสร้างความยืดหยุ่นในการทำงาน ก็คือ ปรับเวลาเข้าออกงาน ให้มันยืดหยุ่น ไม่ต้องเข้างานเวลาเดียวกันทั้งหมดทุกคนก็ได้ โดยมีการกำหนดช่วงเวลาเข้างาน อาจจะตั้งแต่ 7โมงเช้า ถึง 9โมงเช้า ที่เป็นช่วงเวลาที่พนักงานสามารถที่จะเลือกเวลาเข้างานได้ เพื่อให้สอดคล้องกับสไตล์การใช้ชีวิตและครอบครัว พนักงานบางคนต้องไปส่งลูกเข้าเรียนแต่เช้าตรู่ แต่ไม่รู้จะไหน ก็ให้เข้างานเช้าหน่อย บ่ายก็เลิกเร็วหน่อยเพื่อที่จะไปรับลูกกลับบ้านได้ด้วย เป็นต้น

 

  • วันทำงานที่ยืดหยุ่น เรื่องที่สองที่เริ่มมีหลายองค์กรมาประยุกต์ใช้ในเรื่องของความยืดหยุ่นก็คือ เรื่องของวันทำงาน แทนที่จะทำงานสัปดาห์ละ 5 วันตลอด ก็สร้างระบบที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ก็คือ ให้นับชั่วโมงการทำงานต่อวันไว้ด้วย เช่น สัปดาห์หนึ่งจะต้องทำงาน 40 ชั่วโมง แต่ถ้าพนักงานยินดีทำงาน 10 ชั่วโมงต่อวัน ก็จะทำงานแค่เพียง 4 วันต่อสัปดาห์เป็นต้น วิธีนี้ฝรั่งเริ่มใช้กันมากขึ้น แต่บ้านเรายังไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่

 

  • สถานที่ทำงานที่ยืดหยุ่น ก็คือ พนักงานไม่จำเป็นที่จะต้องเข้ามาทำงานในบริษัททุกวัน อาจจะอนุญาตให้พนักงานสามารถทำงานนอกบริษัทได้สัปดาห์ละ 1-2 วัน ที่เหลือจะต้องเข้ามาประชุม และทำงานกับเพื่อนร่วมงานในบริษัท วิธีนี้ก็จะทำให้พนักงานสามารถใช้เวลากับครอบครัว หรือเรื่องส่วนตัวได้ โดยที่สามารถทำงานไปด้วยได้ บางลักษณะงานก็สามารถที่จะทำงานที่บ้านได้เลยก็มี

 

  • การแต่งกายที่ยืดหยุ่น เรื่องของแบบฟอร์มในการทำงาน ก็เริ่มที่จะยืดหยุ่นมากขึ้น บางองค์กรก็ให้อิสระพนักงานในการแต่งกาย จะแต่งกายอย่างไรก็ได้มาทำงานในบางวันที่ไม่ต้องพบลูกค้าเป็นต้น ก็คือไม่จำเป็นที่จะต้องแต่งกายเรียบร้อยตลอดเวลา

 

  • วันลาที่ยืดหยุ่น เรื่องวันลาเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่บริษัททางสหรัฐอเมริกาเริ่มปรับใช้กันมากขึ้น ก็คือ ให้สิทธิพนักงานว่ามีสิทธิลารวมทุกอย่างตามจำนวนวันที่กำหนดไว้ แล้วพนักงานก็ไปบริหารจัดการกันเอาเอง โดยไม่ต้องไปกำหนดวันสูงสุดของการลาแต่ละแบบไว้ เช่นพักร้อนต้อง 6 วัน หรือ ลาป่วยได้รับค่าจ้างต้อง 30 วัน ฯลฯ แต่ให้รวมวันลาทั้งหมดทุกประเภทให้เป็นสิทธิของพนักงานเช่นได้สิทธิลาทั้งหมด 50 วัน ก็ไปบริหารเอาเองตามชีวิตของตนเอง ปีนี้ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงป่วยบ่อย ก็ใช้เป็นลาป่วยเยอะหน่อย เป็นต้น

 

  • สวัสดิการที่ยืดหยุ่น เรื่องนี้จะเป็นอีกเรื่องที่เริ่มมีหลายองค์กรที่ให้ความสำคัญมากขึ้น ก็คือ แทนที่เราจัดสวัสดิการแบบบังคับว่าพนักงานทุกคนจะได้แบบเดียวกันทั้งหมด เราก็เปิดโอกาสให้พนักงานมีสิทธิที่จะเลือกสวัสดิการที่เหมาะสมกับชีวิตของตนเองได้ โดยกำหนดสิทธิไว้ในรูปแบบของคะแนน หรือแต้มสะสม พนักงานจะมีแต้มตามระดับงานของตนเอง และสวัสดิการแต่ละตัวก็จะมีคะแนนของมันอยู่ เราก็ไปเลือกสวัสดิการตามที่เราต้องการ โดยให้คะแนนรวมไม่เกินสิทธิที่ได้ควรจะได้รับ

อย่างไรก็ดี การทำเอาเรื่องความยืดหยุ่นมาใช้งานนั้น คงต้องมีการกำหนดเงื่อนไขในการใช้ที่ชัดเจนด้วยเช่นกัน และจะต้องมีวิธีการวัดผลงานที่เน้นไปในเรื่องของผลลัพธ์จากการทำงานมากกว่าที่จะมองแค่เพียงเวลา และสถานที่ทำงาน อีกทั้งเรื่องของการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้พนักงานสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้

สุดท้ายก็คือ องค์กรคงต้องมีการกำหนดคุณสมบัติของพนักงานที่จะมาทำงานในแบบยืดหยุ่นแบบนี้ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือ เราจะต้องได้พนักงานที่มีความรับผิดชอบสูง มีวินัยในตนเองที่สูง ก็คือ จะต้องมีการเปลี่ยน Core Competency ขององค์กรด้วย เพื่อที่จะได้พนักงานที่สามารถทำงานได้ผลงาน โดยที่เราไม่ต้องไปจ้ำจี้จ้ำไชอะไรมากมาย

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑