ถ้าผู้ใหญ่มีนิสัยแบบนี้ ผู้น้อยก็คงไม่อยากทำงานด้วย

ในการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะในองค์กรขนาดใหญ่ หรือเล็กก็ตาม ทีมงานที่ทำงานร่วมกันก็คงต้องมีการให้เกียรติกัน เพราะถ้าเราจะทำงานให้สำเร็จ เราก็คงต้องอาศัยจุดดีของกันและกันมาอุดจุดอ่อนของกันและกันให้ได้ ไม่ใช่เอาจุดอ่อนมาตีกัน จนทีมแตกกระจาย และมีแต่ความขัดแย้งระหว่างกัน

ผู้ใหญ่ในองค์กร หรือผู้บริหารระดับสูง จะต้องเป็นคนที่ทำตัวให้น่าเคารพ และต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่พนักงานในทีมงาน แต่ก็ยังมีผู้ใหญ่ ที่ทำตัวไม่น่าเคารพอีกเยอะเหมือนกัน ที่ทำให้ทีมงานอันแข็งแกร่งต้องแตกกระจาย และสร้างความขัดแย้งให้กับสมาชิกในทีม แทนที่จะเป็นผู้ประสานทีมงานให้แข็งแกร่ง

เราลองมาดูพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้กันว่า เขาทำอะไรบ้าง ที่ทำให้ทีมงานต้องแตกกระจาย และเกิดปัญหาความขัดแย้งที่ไม่น่าจะเกิดตามมาอีกเป็นขบวน

  • หน้าไหว้หลังหลอก อยู่ต่อหน้าจะคุยกับเราดีมาก อะไรๆ ก็ดีไปหมด ไม่ว่าจะเป็นงาน ผลงาน สิ่งที่ทำ ฯลฯ แต่พอลับหลังกลับบอกคนอื่นว่า ผลงานที่เราทำไว้นั้นมันใช้ไม่ได้ ไม่มีใครเขาทำกันแบบนี้ ฯลฯ และก็มีพฤติกรรมแบบนี้กับทุกคน

 

  • ขี้นินทา ผู้ใหญ่บางคนชอบเอาพฤติกรรมพนักงานที่ตนเองไม่ชอบใจ ไปนินทาให้คนอื่นฟัง แถมยังบวกเรื่องราวเข้าไปอีก ที่สำคัญคนที่ผู้ใหญ่เอาไปนินทาให้ฟัง ก็คือ สมาชิกในทีมงานเดียวกัน และก็หารู้ไม่ว่า ทุกคนในทีมงาน ก็ถูกผู้ใหญ่คนนี้เอาไปนินทาให้กันและกันฟังจนครบหมดทุกคนแล้ว แบบว่านินทาคนนี้ให้อีกคนฟัง และนินทาอีกคน ให้คนนี้ฟัง

 

  • ทำแล้วไม่ยอมรับในสิ่งที่ตนเองทำ ผู้ใหญ่บางท่านไปพูดจาให้ร้ายคนอื่น คนเจ้าตัวรู้เข้า ก็เดินเข้าไปเพื่อที่จะขอเคลียหน่อยว่า ทำไมถึงพูดจาให้ร้ายกันแบบนี้ ไม่ชอบใจอะไร ก็คุยกันต่อหน้าก็ได้ ทำงานทีมเดียวกันก็น่าจะเข้าใจกันได้ ปรับแก้ไขกันได้ แต่ไม่ควรจะไปพูดกับคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ผู้ใหญ่ท่านนั้นก็ตอบมาว่า “ไม่เคยพูดอะไรไม่ดีแบบนี้ ผมไม่มีนิสัยแบบนี้อยู่แล้ว…..” จากนั้น พนักงานคนนั้นก็หยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วเปิดคลิปเสียงที่พนักงานอีกคนแอบบันทึกไว้ตอนที่ผู้ใหญ่นินทาให้ฟัง จากนั้นคงเดาออกนะครับว่าใครที่เสียหน้า

 

  • ตัดสินใจอะไรแล้ว ไม่สื่อสารให้ทีมงานทราบ ผู้ใหญ่บางคนคิดว่าทีมงานคงจะตรัสรู้กันเองได้มั้งครับ เวลาที่เขาคิดและตัดสินใจอะไรแล้ว ไม่เคยบอกให้คนที่เกี่ยวข้องทราบเลย คนที่ทำงานก็ทำไป สุดท้ายกลับมาทราบเรื่องจากคนอื่นที่ไม่ใช่ออกจากปากผู้ใหญ่คนนี้ ก็เลยทำให้ความรู้สึกของสมาชิกในทีมงานเสียไปหมด เรื่องของการสื่อสารก็สำคัญนะครับ จะเปลี่ยนแปลงอะไร กระทบกับใคร ถ้าคิดดีแล้ว ก็ต้องบอกและแจ้งให้ทราบทันที ทีมงานถ้ามีความเข้าใจกัน เขาไม่คิดอะไรหรอกครับ แต่ถ้าไม่บอก แล้วทีมงานไปทราบจากบุคคลที่สาม แบบนี้สิ มันเสียความรู้สึก

 

  • ไม่เคยรับฟังผู้น้อย ปากก็บอกว่า ทุกคนในทีมงานมีความสำคัญหมด ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งอะไร ทำงานอะไร เวลามีอะไรก็ให้คุยกันได้หมดทุกเรื่อง แต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆ พนักงานที่เป็นผู้น้อย ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้พูดอะไรเลย บางทีได้พูด แต่ผู้ใหญ่ก็ไม่ฟังเลยสักนิด ทั้งๆที่พนักงานคนนี้รู้เรื่องงานนี้ดีพอที่จะแสดงความคิดเห็นได้ แต่ผู้ใหญ่เขาเห็นว่า นี่มันแค่ระดับพนักงานเอง จะมาพูดอะไรมากมาย ก็เลยไม่ฟัง ไม่เอาคิด ไม่เอามาแก้ไข สุดท้ายพอปัญหาใหญ่ขึ้น ก็มาด่าซ้ำว่า ทำไมไม่บอก ตกลงใครผิดกันแน่

 

  • ตกลงกันแบบนี้ แต่กลับไปทำอีกแบบ เวลาที่ประชุมทีมงาน และมีมติในที่ประชุมออกมาแล้ว ทุกคนก็จะไปทำงานต่อตามสิ่งที่ได้คุยกัน แต่ผู้ใหญ่บางคนกลับไม่ทำตามนั้น กลับทำในสิ่งที่ตนเองคิดเองว่าถูกต้อง แต่ที่ประชุมไม่ได้เห็นด้วย บางคนหนักกว่านี้อีก สร้างทีมงานอีกทีมขึ้นมาเพื่อทำในสิ่งที่ตนเองคิดว่าถูก แต่ที่ประชุมไม่เอาด้วย จากนั้นก็เริ่มลุยในสิ่งที่ตนเองคิด ส่วนทีมงานพอทำงานอะไรเสร็จมา ก็บอกว่าใช้ไม่ได้ ให้ใช้ผลงานของอีกทีมหนึ่งแทน

นี่แค่ตัวอย่างหลักๆ เท่านั้นนะครับ บางเรื่องก็เคยโดนมากับตนเองบ้าง บางเรื่อง ก็มาจากประสบการณ์ของลูกน้องในทีมงานที่เอามาปรึกษาหารือ เพื่อหาทางออก

ถ้าใครอยากให้ทีมงานของตนเอง มีการทำงานเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ขัดแย้งกันเฉพาะในเรื่องงาน แต่เรื่องส่วนตัวไม่มีปัญหากัน ผู้บริหาร หัวหน้าทีม หรือผู้ใหญ่ในทีมงาน จะต้องไม่เป็นคนสร้างพฤติกรรมแย่ๆ เหล่านี้เสียเอง

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑