นิทานสอนใจ พระราชากับขัน

วันนี้ผมเอานิทานสอนใจมาจากหนังสือชื่อว่า “ได้ทุกสิ่งด้วยสิ่งเดียว” เขียนโดย Gary Keller & Jay Papasan อ่านแล้วก็ได้ข้อคิดที่ดีสำหรับชีวิตของเรา ลองอ่านดูนะครับ

เช้าวันหนึ่ง พระราชาเสด็จออกมานอกพระราชวัง และบังเอิญพบกับขอทานคนหนึ่ง พระองค์ตรัสถามว่า

“เจ้าต้องการอะไรหรือ”

ขอทานหัวเราะแล้วก็ตอบว่า “พระองค์ถามราวกับว่าทรงทำให้ความปรารถนาของข้าเป็นจริงได้”

พระราชาตอบกลับด้วยความเดือดดาลว่า “เราทำได้แน่นอน เจ้าต้องการอะไรล่ะ”

ขอทานจึงเตือนว่า “พระองค์ควรคิดทบทวนให้ดีก่อนที่จะรับปากผู้อื่น”

จริงๆ ชายผู้นี้ไม่ใช่ขอทานธรรมดา เขาคือเจ้ากรรมนายเวรของพระราชาที่เคยรับปากไว้ตั้งแต่ชาติก่อนว่า “ข้าจะพยายามมาเตือนสติเจ้าในชาติหน้า ชาตินี้เจ้าพลาดไปแล้ว แต่ในชาติหน้าข้าจะช่วยเจ้าเอง”

พระราชาที่จำเพื่อนเก่าไม่ได้ก็ยืนกรานถามว่า “เราจะให้ทุกสิ่งที่เจ้าต้องการ เพราะเราคือพระราชาผู้ทรงอำนาจที่สามารถทำให้ทุกคนสมปรารถนาได้”

ขอทานจึงพูดว่า “สิ่งที่ข้าปรารถนานั้นเรียบง่ายมาก พระองค์ช่วยใส่เหรียญลงไปในขันใบนี้จนกว่ามันจะเต็มได้หรือไม่”

พระราชารีบรับปากทันที “ได้แน่นอน”

จากนั้นก็หันไปสั่งขุนนางว่า “นำเหรียญมาใส่ในขันจนกว่าจะเต็ม”

ขุนนางก็รีบทำตามทันที แต่พอใส่เหรียญลงไป มันกลับหายวับไปในพริบตา ขุนนางเทเหรียญลงไปเรื่อยๆ แต่มันก็หายไปหมด

ผู้คนพากันบอกต่อเรื่องนี้ ส่งผลให้มีคนกลุ่มใหญ่เข้ามามุงดู พระราชารู้สึกเหมือนโดนดูหมิ่นจึงรับสั่งกับขุนนางว่า

“ถึงจะต้องสูญเสียอาณาจักรเราก็พร้อม แต่เราจะไม่ยอมให้ขอทานคนนี้ชนะเราเป็นอันขาด”

พระราชาใส่ทรัพย์สมบัติลงในขันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเพชร ไข่มุก หรือมรกต ส่งผลให้ท้องพระคลังเริ่มว่างเปล่า แต่ถึงกระนั้น ขันก็ไม่มีทางเต็ม เพราะทุกอย่างที่ใส่เข้าไปมันก็หายวันไปในพริบตา

ในขณะที่ฝูงชนพากันยืนเงียบ พระราชาก็ทรุดลงแทบเท้าของขอทานแล้วยอมรับความพ่ายแพ้

“เจ้าชนะแล้ว แต่ก่อนที่เจ้าจะไป ช่วยตอบข้อสงสัยของเราหน่อยเถิด อะไรคือความลับของขันใบนี้กันแน่”

ขอทานตอบอย่างนอบน้อมว่า

“ไม่มีความลับอะไรทั้งนั้น ขันใบนี้สร้างขึ้นจากกิเลสของมนุษย์”

 

ปกติคนเรามักจะมีกับดักอยู่สองประการที่ทำให้เราไม่มีความสุขที่แท้จริง ก็คือ

  • ประการที่ 1 คือ ทิฐิมานะ ความไม่ยอมปล่อยวาง ไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมเสียหน้า เป็นความยึดมั่นถือมั่นที่ไม่มีตัวตนใดๆ แต่เรากลับคิดว่ามันคือ เกียรติยศ มันคือสิ่งที่เรายอมไม่ได้ มันจะทำให้เราเสียเกียรติ ฯลฯ บางคนยึดมั่นถือมั่นกับยอด like เฟสบุ๊ค จนยอมที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองไปในทางที่ผิด มัวแต่ไปยึดมั่น ไปแคร์กับความเห็นของใครก็ไม่รู้ที่อาจจะไม่มีความสำคัญกับชีวิตเราด้วยซ้ำไป จนบางครั้งทิฐิมานะตัวนี้ทำให้เราต้องหมดเนื้อหมดตัวไปเลยก็มี

 

  • ประการที่ 2 ความอยากได้อยากมีอยากเป็น ซึ่งก็คือ กิเลสในตัวเรานี่เอง ความอยากของคนเราไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ หลายคนคนว่า ถ้าเราได้เงิน ก็จะทำให้เรามีความสุข พอเราได้เงินแล้ว เราก็จะอยากได้ต่อไปอีกเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด คำถามก็คือ เมื่อเราได้วัตถุสิ่งของเงินทอง ในแบบที่เราต้องการแล้ว มันทำให้เรามีความสุขในระยะยาวจริงๆ หรือ เราจะมีความสุขมากขึ้นก็ต่อเมื่อเรารู้จักกับคำว่าพอ และมีความสุขกับสิ่งที่เรามีอยู่ขณะนี้

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑