จากนิตยสาร HR Magazine ฉบับเดือนสิงหาคม 2017 นี้ ได้มีคอลัมน์หนึ่งที่รายงานเรื่องของการทำผลการสำรวจว่าบริษัทใหญ่ ในต่างประเทศที่ต้องการจะเก็บรักษาพนักงานที่เป็น Talent นั้น เขาเพิ่มเติมสวัสดิการใหม่ๆ อะไรให้บ้างในปี 2017 นี้
ประเด็นก็คือ เรื่องของค่าจ้างเงินเดือนนั้น ปัจจุบันเป็นเรื่องที่ถึงกันได้หมด ถ้าบริษัทใดมีทุนมากพอ และต้องการที่จะดึงดูดคนเก่งๆ เข้ามาทำงาน ก็จะเริ่มต้นจากการวางระบบค่าตอบแทนที่แข่งขันได้ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอัตราแรกจ้าง โครงสร้างเงินเดือน อัตราการขึ้นเงินเดือนประจำปีตามผลงาน ล้วนแต่พอๆ กันไปหมด จนไม่สามารถหาความแตกต่างได้
ดังนั้น หลายองค์กรก็เลยพยายามหาลูกเล่นทางด้านอื่นที่ไม่ใช่ด้านค่าจ้างเงินเดือน ซึ่งก็เหลืออยู่ไม่กี่ตัว ตัวที่องค์กรเริ่มให้มาให้ความสนใจมากขึ้นก็คือ เรื่องของสวัสดิการนั่นเอง
เราลองมาดูผลการสำรวจว่า องค์กรชั้นนำที่เขาเพิ่มเติมเรื่องของสวัสดิการนั้น เขาเพิ่มอะไรให้กับพนักงานบ้าง
- Wellness and Health related สิ่งแรกที่องค์กรเหล่านี้เพิ่มให้ก็คือ สวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมเรื่องของชีวิตและความเป็นอยู่ของพนักงาน โดยเฉพาะเรื่องของการดูแลสุขภาพพนักงาน อาทิ การเพิ่มงบประมาณในการซื้อประกันสุขภาพให้พนักงาน เพิ่มงบประมาณในการเบิกค่ารักษาพยาบาลให้มากขึ้น เพิ่มสวัสดิการที่เกี่ยข้องกับการดูแลสุขภาพของพนักงาน เช่น fitness การออกกำลังกาย
- Professional Development การพัฒนาวิชาชีพของพนักงาน เพิ่มเติมเรื่องของการพัฒนาการทำงานของพนักงานในแต่ละวิชาชีพ เพื่อทำให้พนักงานเก่งขึ้น มีทักษะและความรู้ในการทำงานมากขึ้น เพื่อให้พนักงานที่เก่งๆ ได้รับรู้ว่า ทำงานที่นี่แล้วจะมีสิ่งที่ทำให้ตนเองได้พัฒนาอยู่เสมอ
- Employee Program and service เพิ่มเติมเรื่องของการบริการพนักงานมากขึ้น เช่นเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในบริษัท การจัดอาหารว่าง อาหารกลางวันที่ดีให้พนักงาน การจัดโปรแกรมสปา การดูแลเสื้อผ้าหน้าผม ฯลฯ
- Flexible Working การทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น อาทิ การให้ทำงานที่บ้านได้บ้าง การยืดหยุ่นเรื่องวันหยุด วันลา การให้ทำงานนอกบริษัทได้ หรือแม้กระทั่งการสะสมชั่วโมงการทำงานต่อวันแบบยาวหน่อยเพื่อที่จะมีวันหยุดมากขึ้น หรือเรื่องพื้นฐานเช่น การให้เข้างานแบบยืดหยุ่นมากขึ้น เป็นต้น
- Retirement saving and planning เพิ่มสวัสดิการระยะยาวให้กับพนักงาน ซึ่งก็คือ เรื่องของการวางแผนการสะสมเงินสำหรับการเกษียณอายุ การให้คำปรึกษาเรื่องของการวางแผนการเงิน เพื่อใช้ในเวลาเกษียณอายุของพนักงาน
- Leave เพิ่มวันหยุดวันลาให้กับพนักงานมากขึ้น เช่น การใช้วันลาเป็นจำนวนวันรวมทั้งหมดที่มีสิทธิ โดยที่ไม่กำหนดประเภทของการลาว่าจะลาได้ไม่เกินกี่วัน ซึ่งก็จะมีความยืดหยุ่นกับตัวพนักงานมากขึ้น พนักงานบางคนป่วยเยอะหน่อยก็จะไม่มีปัญหา เพราะใช้เวลาสำหรับการลารวมกันทั้งหมด
ในประเทศไทยเอง แนวโน้มของบริษัทใหญ่ และขนาดกลางที่พอจะมีทุนทรัพย์มากพอ ก็เริ่มที่จะคิดรูปแบบสวัสดิการใหม่ๆ ให้กับพนักงานมากขึ้น เพราะเรื่องของค่าจ้างเงินเดือนนั้น เป็นเรื่องที่เริ่มไม่มีลูกเล่นอะไรมากมายแล้ว ดังนั้นการดึงดูด และรักษาพนักงานที่เป็นกลุ่มคนเก่ง ก็คงต้องเริ่มที่จะต้องให้ความสำคัญไปในเรื่องของสวัสดิการรูปแบบต่างๆ ที่ทำให้ความเป็นอยู่ของพนักงานดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพ และความยืดหยุ่นในเรื่องของวันเวลาในการทำงาน
ก็ลองเอามาพิจารณาดูนะครับ เรื่องของสวัสดิการบ้านเราไม่ค่อยมีองค์กรไหนให้ความสนใจมากนัก เพราะสาเหตุทางด้านกฎหมายที่ให้แล้วลดลงไม่ได้นี่แหละครับ แต่อย่างไรก็ดี ถ้าเราต้องการที่จะเก็บรักษาคนเก่งๆไว้ให้ได้จริงๆ ก็คงต้องเริ่มต้นพิจารณาในเรื่องสวัสดิการเพิ่มเติมบ้างแล้วครับ

ใส่ความเห็น