ใครที่เป็นผู้จัดการ และหัวหน้างาน ต่างก็อยากที่จะให้พนักงานของตนเองมีแรงจูงใจในการทำงาน มาทำงานทุกวันด้วยความสดใส และมีพลังที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง เรื่องของการสร้างแรงจูงใจนั้น ต่างก็มีวิธีการ มีแนวคิด และมีทฤษฎีมากมาย ซึ่งคนที่ดำรงตำแหน่งผู้จัดการและหัวหน้างานทุกคนจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ และนำเอาไปปรับใช้ในการทำงานของตนเองให้ได้ เพื่อที่จะได้เป็นการสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับทีมงานที่ตนกำลังบริหารจัดการอยู่
ผู้จัดการหลายคนเรียนรู้เรื่องของการสร้างแรงจูงใจมา ก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องเอาไปใช้เมื่อไหร่อย่างไร และเราจะทราบได้อย่างไรว่า เมื่อไหร่ที่พนักงานกำลังหมดแรงจูงใจในการทำงาน ผมคิดว่า ผู้จัดการทุกคนถ้าบริหารคนมาสักพัก จะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกว่า พนักงานมีแรงจูงใจในการทำงานหรือไม่ หรือกำลังหมดแรงจูงใจในการทำงานลงไปเรื่อยๆ
อย่างไรก็ดี มันก็มีสัญญาณที่ทำให้เรารับรู้ได้ว่าขณะนี้พนักงานคนนั้นกำลังมีปัญหาเรื่องของแรงจูงใจในการทำงาน มีอะไรบ้างลองมาดูกันครับ
- หายตัวบ่อยมากขึ้น พนักงานขาดงานมากขึ้น ลาป่วยบ่อยขึ้น ลาทุกอย่างที่สามารถจะลาได้ ทั้งๆ ที่พนักงานอาจจะไม่ได้เป็นอะไรเลย แต่ไม่อยากมาทำงานแล้ว ก็เลยหาเรื่องลาทุกอย่างที่สามารถจะทำได้ ยิ่งไปกว่านั้น พนักงานบางคน หมดสิทธิลาทุกประเภทแล้ว แต่ก็ยังไม่สนใจ ยังคงจะหยุดงานต่อ แม้ว่าจะถูกตัดเงินเดือน หรือเป็นการผิดระเบียบก็ตาม นี่ก็เป็นสัญญาณแรกที่เตือนผู้จัดการแล้วว่า พนักงานคนนี้น่าจะมีปัญหาอะไรสักอย่างในเรื่องของแรงจูงใจในการทำงาน
- ทำตัวแปลกแยกโดดเดี่ยว สัญญาณที่สองที่มักจะเห็นกันบ่อยๆ ก็คือ พนักงานจะเริ่มไม่อยากรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ จะทำตัวแปลกแยก ใครไหนกัน ก็เริ่มที่จะไม่อยากไป ทั้งๆ ที่เดิมก็ไปด้วยกันโดยตลอด เวลามีประชุมทีมงาน ก็มักจะนั่งเงียบๆ โดยไม่สนใจที่จะประชุมอะไร เวลาที่บริษัทมีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์กัน ก็มักจะไม่มาเข้าร่วมงาน และบ่ายเบี่ยงอยู่เสมอ โดยไม่สนใจว่านั่นเป็นกิจกรรมของบริษัท
- ผลงานเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ สัญญาณที่สาม ก็คือ ผลงานของพนักงานคนนั้น จะเริ่มแย่ลงกว่าที่เคยเป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านปริมาณงานที่ออกมา ก็จะเริ่มตกเป้าหมาย คุณภาพงานที่ออกมาก็เริ่มมีปัญหาความผิดพลาดมากขึ้น หัวหน้าเองจะรู้สึกว่า ต้องแก้ไขงานของพนักงานบ่อยขึ้นกว่าปกติ อะไรที่ไม่ควรจะผิด ก็ผิดมาให้เห็นบ่อยๆ เมื่อเรียกไปสอนงานแก้ไขงาน ก็ดูไม่ค่อยสนใจใส่ใจ และก็ยังคงผิดพลาดมาอยู่เรื่อยๆ
- เริ่มไม่ค่อยทำงาน สัญญาณที่สี่ก็คือ พนักงานมาทำงาน แต่กลับไม่ได้งานตามที่ต้องการ สิ่งที่จะเห็นบ่อยๆ ก็คือ เริ่มมาทำงานสายมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่สนใจ ใส่ใจ ว่าจะถูกตักเตือนหรือไม่ มาสายแล้วไม่พอ ยังคงไม่เริ่มงานทันที ต้องไปหาอะไรทาน ชงกาแฟ เดินไปคุยกับคนอื่น อ่านหนังสือพิมพ์ หรือ เล่นอินเตอร์เน็ตไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจว่างานจะออกมาหรือไม่
- เริ่มมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อทุกอย่าง พนักงานบางคนเดิมทีก็เป็นคนที่มีทัศนคติที่ดีในการทำงาน แต่พอเริ่มมีปัญหาเรื่องแรงจูงใจในการทำงาน ทัศนคติก็เริ่มเปลี่ยนไป จากที่เคยมองทุกอย่างในบริษัทว่าดี ก็เริ่มที่จะติ ตำหนิ ไม่เห็นด้วยกับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับบริษัท เริ่มทำตัวขวางโลก ไม่สนใจ แถมยังเริ่มก่อกวน และปล่อยข่าวลือที่ทำให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ รู้สึกไม่ดีไปด้วย ทั้งๆ ที่บางเรื่องไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใดเลย
สัญญาณหลักๆ ก็น่าจะสังเกตได้ประมาณ 5 ประการข้างต้น แต่อย่างไรก็ดี อาจจะมีพฤติกรรม และสัญญาณบางอย่างที่ไม่ได้พูดถึงข้างต้นก็เป็นได้นะครับ จริงๆ แล้วคนที่เป็นหัวหน้างานจะสังเกตออกว่า พนักงานแต่ละคนมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จากเดิมที่เป็นคนคุยเก่ง เริ่มเงียบ เดิมเคยเป็นคนชอบออกความเห็น ก็เริ่มไม่พูด ไม่คิด บางคนขยันมาก มาทำงานแต่เช้า ก็เริ่มมาสาย และขาดงาน ฯลฯ
ดังนั้นคนที่เป็นผู้จัดการ และหัวหน้างานนั้น จะต้องรู้จักที่จะสังเกต เรียนรู้พฤติกรรมของพนักงานแต่ละคนในทีมงานของตนเอง เพื่อที่จะจับสัญญาณได้ว่า พนักงานมีปัญหาเรื่องแรงจูงใจในการทำงานหรือไม่ ถ้าเริ่มเห็นสัญญาณบางอย่าง เราก็ต้องเข้าไปแก้ไขแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่เกิดปัญหาลุกลามตามมาจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลต่อผลงานของหน่วยงาน และต่อผลงานขององค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ

ใส่ความเห็น