เรื่องของ Career Path เป็นอีกเรื่องที่เวลานำไปใช้จริงก็มักจะเกิดปัญหา เวลาออกแบบ Career Path ก็มักจะนำเอาตำแหน่งงานมาผูกกับระดับงานในบริษัท แล้วก็ใส่ชื่อตำแหน่งเข้าไปให้เห็นถึงความแตกต่าง และอาจจะให้พนักงานเกิดความรู้สึกว่ามีการเติบโตจากเดิมขึ้นไป ส่วนใหญ่ชื่อตำแหน่งในมุมของการออกแบบ Career Path ก็มักจะมีแนวทางประมาณว่า
- ใช้ชื่อตำแหน่งเดิม แล้วเติมด้วยตัวเลขระดับงาน เช่น วิศวกร 1 โตขึ้นไปเป็น วิศวกร 2 และ วิศวกร 3 ตามลำดับ ให้เห็นการเติบโตด้วยระดับงานที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้หมายเลขเป็นตัวบอกการเติบโต
- คิดชื่อตำแหน่งขึ้นมาให้แตกต่างกันไปตามระดับความลึกของงาน เช่น วิศวกรระดับต้น ขยับไปเป็นวิศวกร และขยับขึ้นไปเป็นวิศวกรอาวุโส แล้วก็ต่อด้วยวิศวกรเชี่ยวชาญ ฯลฯ
ตำแหน่งงานอื่นๆ ที่สามารถออกแบบสายอาชีพได้ ก็ใช้ชื่อตำแหน่งในลักษณะเดียวกันไป
ประเด็นก็คือ การขยับตามสายอาชีพที่เติบโตขึ้นไปนั้น มันมีอะไรที่แตกต่างกันบ้างในแต่ละระดับ
นี่คือคำถามที่ HR และผู้จัดการสายงานจะต้องตอบให้ได้ตอนที่ออกแบบเส้นทางความก้าวหน้าของแต่ละตำแหน่ง จากพนักงานระดับต้น ระดับนี้มีหน้าที่และความรับผิดชอบอะไรบ้าง จากระดับต้นขึ้นไปเป็นพนักงานปกติ จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร และที่สำคัญก็คือ งานจะต้องมีอะไรที่ลึกขึ้นบ้าง และต้องรับผิดชอบอะไรที่มากขึ้นบ้าง เช่นกัน เมื่อขึ้นไปเป็นพนักงานอาวุโสแล้ว จะมีงานอะไร และคุณสมบัติอะไรที่แตกต่างไปบ้าง สิ่งเหล่านี้จะต้องถูกเขียน และกำหนดให้ชัดเจนมากๆ และต้องได้รับการเห็นชอบจากผู้จัดการสายงานด้วย เพื่อที่จะได้นำเอาเกณฑ์ต่างๆ เหล่านี้ไปใช้จริงๆ ในการบริหาร มิฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ
- ไม่ว่าจะเลื่อนตำแหน่งตามสายอาชีพไปยังไง พนักงานก็ยังคงทำงานเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่มีมูลค่าเพิ่มในหน้าที่และความรับผิดชอบอะไรที่มากขึ้น เพื่อทำให้บริษัทได้มูลค่าเพิ่มจากงานได้เลย
- ชื่อตำแหน่งเปลี่ยนไป พนักงาน เป็นพนักงานอาวุโส ความอาวุโสก็จะเป็นแค่เพียงอายุที่มากขึ้นเท่านั้น แต่งานและความรับผิดชอบ ไม่ได้อาวุโสไปด้วย
- บริษัทต้องจ่ายเงินเดือนที่สูงขึ้น เพราะเป็นไปตามระดับงานและโครงสร้างเงินเดือนที่ออกแบบไว้ แต่บริษัทกลับไม่ได้รับอะไรตอบแทนกลับมาจากพนักงานอาวุโสเหล่านั้น
- สุดท้ายบริษัทต้องแบกรับภาระค่าจ้างค่าตอบแทนที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ตามระดับของพนักงานที่สูงขึ้น แต่ผลงานของบริษัทกลับไม่ได้ดีขึ้นตามทักษะและความสามารถที่ควรจะมีมากขึ้นของคนที่เป็นพนักงานแบบอาวุโสและแบบผู้เชี่ยวชาญจริงๆ
ผลเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของการออกแบบเส้นทางความก้าวหน้าสายอาชีพแบบไม่ชัดเจน มีแค่ระดับตำแหน่งให้โตไปเรื่อยๆ ตามอายุงาน แต่ไม่ได้นำไปเชื่อมโยงกับงานที่ลึกขึ้น หน้าที่และความรับผิดชอบที่มากขึ้น ยากขึ้น
ถ้าเราออกแบบได้ดี และทำตามที่ออกแบบไว้จริงๆ พนักงานอาวุโส ก็จะเป็นพนักงานที่มีความอาวุโสทั้งในด้านความรู้ความเชี่ยวชาญ และสามารถที่จะรับงานที่ยากขึ้นได้ พนักงานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญก็จะเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ สามารถรับงานใหญ่ และทำงานได้ทุกหน้างานตามสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญควรจะมีและเป็น
อย่าปล่อยให้องค์กรของท่านมีพนักงานอาวุโส กับพนักงาน(ไม่อาวุโส) ที่แตกต่างกันแค่เพียงอายุเท่านั้นเลยครับ

อาจารย์คะอยากสอบถามเรื่องสายอาชีพค่ะ
1.เมื่อเรามีสายอาชีพแล้ว ถ้าพนักงานจะเติบโตไปตามสายอาชีพที่ไม่ใช่สายบริหาร จำเป็นต้องมีข้อจำกัดหรือเปล่าว่าระดับผู้เชี่ยวชาญจะมีได้ไม่เกินกี่คน ไม่งั้นพนักงานก็จะทำงานแล้วขึ้นเป็นผู้เชี่ยวชาญกันไปหมดรึเปล่าคะ
2.สายปฏิบัติการพวก ปวส.เมื่อเติบโตไปจากระดับ 2 เป็นระดับ 4 แล้วจะตันเลยหรือเปล่า (กรณีไม่ได้มีวุฒิเพิ่มเติม หรือเติบโตไปสายบริหาร หรืออย่างไรคะ
คุณสุรางค์ ขออภัยที่ตอบช้านะครับ เรื่องของการเติบโตตามสายอาชีพ ถ้าเป็นสายเชี่ยวชาญ จะไม่มีการกำหนดโควต้าครับ ถ้าพนักงานสามารถทำได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
ก็สามารถให้ขึ้นได้เลยครับ ไม่ใช่สายบริหารที่ถ้ามีคนดำรงตำแหน่งอยู่ ก็จะไม่สามารถขึ้นได้ครับ
การขึ้นเป็นผู้เชี่ยวชาญนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะครับ จะต้องมีการออกแบบเกณฑ์ให้ชัดเจน มิฉะนั้น เราจะได้ผู้เชี่ยวชาญที่ไม่จริงน่ะครับ แต่กินเงินเดือนแบบผู้เชี่ยวชาญ และองค์กรเองก็ไม่ได้รับประโยชน์อะไรจากพนักงานครับ
สายปฏิบัติการส่วนใหญ่เมื่อโตถึงจุดหนึ่ง ก็จะตันครับ เพราะว่า อาจจะเป็นที่วุฒิการศึกษา ถ้าบริษัทกำหนดเรื่องวุฒิไว้นะครับ
แต่ถ้าไม่มีการกำหนดเรื่องวุฒิ แต่เอาประสบการณ์มาพิจารณาแทน โอกาสตันก็จะน้อยลงครับ แต่คนที่จะขึ้นมาได้ขนาดนี้ ก็ต้องเป็นคนที่เก่งมากเหมือนกันครับ
ขอบคุณมากครับ
ขอบพระคุณอาจารย์มากๆเลยค่ะ
อาจารย์ครับ อย่างตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาดอาวุโสนี่ ตำแหน่งต่อไปคือตำแหน่งอะไรครับ
อยู่ที่โครงสร้างตำแหน่งงานของบริษัทด้วยน่ะครับ อาจจะเป็น ผู้เชี่ยวชาญ เป็น sup หรือ mgr. อยู่ที่ผังความก้าวหน้าขององค์กรครับผม
ขอสอบถามหน่อยคะ ในกรณีทำงานมา 5 ปี แต่ก็ยังไม่ได้ปรับเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสก็ได้หรือคะ
การปรับระดับงาน หรือการเลื่อนตำแหน่งงานขึ้นไปอีกระดับนั้น ไม่ใช่ใช้อายุงานอย่างเดียวครับ ถ้าใช้แต่อายุงาน ป่านนี้คงมีตำแหน่งกรรมการู้จัดการเต็มไปหมดแล้วล่ะครับ อายุงานเป็นส่วนหนึ่ง ต้องพิจารณาผลงานที่ผ่านมา ถ้าผลงานแย่ๆ หรือทำงานแบบเดิมๆ มาตลอด แบบนี้ก็ไม่ควรได้เลื่อนตำแหน่ง นอกจากผลงานแล้วก็ต้องพิจารณาศักยภาพในการทำงานที่ยากขึ้น รับผิดชอบที่สูงขึ้นได้ด้วยครับ ถ้าจาดสิ่งเหล่านี้ จะทำงานมาเป็นสิบปี ก็ไม่ควรจะได้ปรับตำแหน่งครับ^^