เรื่องของ Career Path หรือ Career Development หรือที่ไทยๆ เราเรียกกันว่า เส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ HR และบริษัทส่วนใหญ่อยากให้มี เพราะเรียนรู้มาว่า การที่บริษัทมี Career Path แล้วจะทำให้พนักงานเติบโตได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ในมุมพนักงานเองก็มักจะมองว่า เมื่อบริษัทมี Career Path แล้วตนเองก็จะได้เติบโตไปตามตำแหน่งต่าง ๆ ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดเช่นกัน
บอกได้เลยว่า ความเข้าใจข้างต้นนั้น ผิดอย่างสิ้นเชิง
ผมได้ยินพนักงานคุยกันในบริษัทแห่งหนึ่งว่า
“นี่ถ้าระบบ Career Path ของบริษัทเราเสร็จเมื่อไหร่ เราก็จะได้มีเส้นทางในการเติบโตแล้ว จะได้ไม่ต้องทำงานอยู่ในตำแหน่งเดิมไปเรื่อย ๆ ถึงเวลาเดี๋ยวบริษัทก็จะเลื่อนตำแหน่งให้เราไปตามระดับงานที่กำหนดไว้”
“มี Career Path สักที พวกเราจะได้เติบโตกันล่ะ”
“ตอนนี้บริษัทเรามี Career Path แล้วนะ พวกเราไม่ต้องกังวลว่าจะทำงานในตำแหน่งเดิมไปตลอดแล้วนะ”
ฯลฯ
สังเกตหรือไม่ครับว่า คำพูดของพนักงานที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นนั้น ไม่ได้มองที่ตนเอง แต่มองไปที่บริษัท และเข้าใจว่าเมื่อบริษัทมีระบบ career path แล้วพนักงานทุกคนก็จะเติบโตไปได้เรื่อย ๆ พอถึงเวลาปฏิบัติจริง มันกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เข้าใจแบบนั้น
พนักงานบางคนถามว่า “ไหนว่าบริษัทมี Career Path ไงครับ แต่ทำไมผมทำงานมาตั้ง 5 ปีแล้ว ไม่ได้รับการเลื่อนให้เป็นพนักงานอาวุโสสักที ปกติบอกว่า จะเลื่อนตำแหน่งให้ทุกๆ 5 ปีไม่ใช่หรือ”
นี่คือภาพสะท้อนความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับองค์กรที่ยังไม่เข้าใจคำว่า Career Path อย่างชัดเจน
แล้วความเป็นจริงคืออะไร
- พนักงานรู้ว่ามีเส้นทางความก้าวหน้าอย่างไร การที่บริษัทมี Career Path นั้นจะทำให้พนักงานแต่ละคนรู้ว่าถ้าตนเองอยากจะเติบโตในบริษัท จะมีเส้นทางอย่างไร และจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง จึงจะเติบโตได้ ไม่ใช่แบบว่า ทำงานครบตามจำนวนปีที่กำหนดก็จะได้เลื่อนตำแหน่งแบบนั้นไม่ใช่ Career Path แน่นอน
- ไม่ใช่พนักงานทุกคนที่จะเติบโตได้ การมี Career Path ไม่ได้แปลว่า พนักงานทุกคนที่ทำงานอยู่ตอนนี้ จะเติบโตได้เหมือนกันทุกคน เพราะใน Career Path มันมีเกณฑ์ มีการกำหนดคุณสมบัติไว้อย่างชัดเจน และคุณสมบัติที่กำหนดไว้นั้น ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายๆ ที่พนักงานทุกคนทำได้เหมือนกันหมด เพราะแต่ละคนต้องใช้เวลาในการพัฒนาแตกต่างกัน บางคนก็ไม่สามารถไปได้ บางคนก็ไปได้ดี
- ถ้าอยากโตต้องรับผิดชอบตัวเองเช่นกัน การที่บริษัทมี Career Path ไม่ได้แปลว่า พนักงานไม่ต้องทำอะไร เดี๋ยวบริษัทจะทำให้เราโตเอง จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ปัจจุบันนี้ การเติบโตตามเส้นทางสายอาชีพขององค์กรนั้น ตัวพนักงานเองจะต้องรับผิดชอบตัวเองด้วย เช่น เข้าไปหารือกับหัวหน้า และฝ่ายบุคคลว่า ตนเองอยากจะเติบโตในสายอาชีพนั้นจะต้องทำอย่างไร ต้องพัฒนาอะไรบ้าง จะได้มีการวางแผนการพัฒนาได้อย่างชัดเจน การที่คิดแบบเก่า ๆ ว่า ทำงานครบ 3 ปี 5 ปี เดี๋ยวบริษัทก็เลื่อนตำแหน่งให้ แบบนี้ไม่ใช่ Career Path แน่นอน
- เลือกเส้นทางที่เหมาะกับตัวเอง ปกติเส้นทางสายอาชีพในองค์กรทั่วไป จะแยกเป็น 2 เส้นทาง ก็คือ สายบริหาร และสายวิชาชีพเฉพาะทาง สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ ใครที่จะเติบโตตามสายบริหาร จะต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการคน ต้องสามารถที่จะบริหารคนให้สร้างผลงานได้ ไม่ใช่คุยกับคนไม่รู้เรื่อง แต่ข้อจำกัดของเส้นทางนี้ ก็คือ ตำแหน่งมีจำกัด ไม่ใช่ทุกคนที่จะขึ้นเป็นผู้จัดการได้หมด แต่ถ้าเป็นเส้นทางสายวิชาชีพ หรือบางที่ที่เรียกกันว่าผู้เชี่ยวชาญนั้น มีข้อดีคือ ถ้าพนักงานสามารถสร้างผลงานได้ตามเกณฑ์ และพัฒนาตนเองได้ตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ ก็จะสามารถเติบโตไปได้ แต่ข้อจำกัดก็คือ เส้นทางนี้จะสั้นกว่าเส้นทางสายบริหารเป็นปกติอยู่แล้ว
ดังนั้น ถ้าบริษัททำระบบ Career Path แล้ว ก็ต้องอย่าลืมให้ความรู้กับพนักงานด้วย ว่ามันคืออะไร ถ้าใครต้องการเติบโตจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง และต้องพัฒนาอะไรกันบ้าง ต้องบอกให้ชัดเจน
และที่สำคัญก็คือ ต้องทำความเข้าใจกับผู้บริหารทุกระดับ รวมทั้งพนักงานทุกคนให้เข้าใจว่า การเติบโตตามสายอาชีพไม่ใช่ทำงานครบตามจำนวนปีแล้วก็เสนอชื่อเพื่อเลื่อนตำแหน่งอีกต่อไปแล้ว แต่ต้องมีเกณฑ์ และมีการวางแผนการพัฒนากันก่อนที่จะมีการเลื่อนระดับหรือเติบโตไปตามสายอาชีพนั้นๆ
มิฉะนั้น อุตส่าห์ทำ Career Path เสร็จ แต่สุดท้ายก็กลับมาบริหารจัดการตามระบบอาวุโสตามเดิมอีก

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไม่สามารถเติบโตตามcareer pathที่วางไว้ถึงแม้ว่าพนักงานมีคุณสมบัติและศักยภาพที่จะได้เลื่อนขั้นคือองค์กรมักจะกล่าวอ้างว่าไม่มีbusiness needที่จะเลื่อนขั้นพนักงานมาอยู่ในตำแหน่งสูงเยอะ และที่สำคัญองค์กรต้องวางdevelopment plan ให้ดีว่าหนักงานท่านใดควรพัฒนาศักยภาพ competency ในเรื่องใดตามcareer path กำหนด