วันนี้นำเอานิทานดีๆ มาให้อ่านกันอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ตัดตอนมาจากหนังสือชื่อ ฮาร์วาร์ด สอนวิธีคิดเล่ม 1 โดยเหวย์ ซิ่วอิง อีกเช่นเคยครับ เป็นเรื่องราวของการคิดไปเองของคนเรา ซึ่งมักจะคิดเองกลัวเอง และไม่กล้าเอง ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงนั้น อาจจะไมได้เป็นอย่างที่เราคิดไว้เลยก็ได้ ลองอ่านดูนะครับ
พระราชาองค์หนึ่ง ทรงตั้งคำถามเพื่อทดสอบขุนนางชั้นผู้ใหญ่ขึ้นมาคำถามหนึ่ง พระองค์ทรงพาขุนนางเหล่านี้ไปยังด้านหน้าประตูเหล็กที่มีขนาดมหึมาบานหนึ่ง จากนั้นทรงตรัสกับขุนนางว่า
“นี่คือประตูบานใหญ่ที่สุดในอาณาจักรของพวกเรา พวกเจ้าใครเปิดมันออกได้บ้าง”
เหล่าขุนนางต่างมองหน้ากัน และมองไปที่ประตูเหล็กที่สูงใหญ่บานนั้น จากนั้นก็พากันส่ายหัว ขุนนางขั้นผู้ใหญ่บางคนกระซิบกันว่า
“ประตูบานใหญ่ซะขนาดนี้ หนำซ้ำยังทำมาจากเหล็ก ต้องหนักแน่ๆ คนคนเดียวจะไปผลักออกได้ยังไง”
บางคนก็พูดว่า “ด้านหลังของประตูบานนี้ถูกล็อคเอาไว้แน่ ๆ ผลักไม่ออกหรอก”
ยังมีขุนนางชั้นผู้ใหญ่บางคนพูดต่ออีกว่า
“ประตูบานนี้ไม่เคยถูกเปิดออก ต้องเป็นสนิมแน่ ๆ เปิดไม่ออกหรอก ไม่ต้องลองจะดีกว่า”
ขุนนางชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งกระแอมสองครั้ง จากนั้นก็พูดว่า “อายุเราก็ขนาดนี้แล้ว จะมีแรงผลักประตูที่หนักขนาดนี้ได้อย่างไรกัน”
เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ต่างพากันพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันอย่างเซ็งแซ่ ขุนนางจำนวนหนึ่งไม่เข้าใจเจตนาของพระราชา และพากันคิดว่า การยืนดูสถานการณ์อยู่เงียบๆ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดก็เลยยืนดูอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรทั้งสิ้น
ขุนนางบางท่านก็ทำเป็นเดินวางท่าไปข้างหน้าประตูบานนี้ แต่ก็ได้แค่คิด แต่ไม่ได้ลงมือทำอะไร เพราะพวกเขาไม่อยากจะเป็นคนโง่ในสายตาของคนอื่น
ขณะที่เหล่าขุนนางกำลังขบคิดกันอย่างหนักอยู่นั้น พระโอรสน้อยซึ่งมีพระชมมายุเพียง 7 พรรษาทรงวิ่งผ่านมา พระโอรสเห็นพระบิดาและเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่กำลังมองประตูเหล็กบานใหญ่บานนั้นก็รู้สึกแปลกพระทัยจึงเดินไปยังด้านหน้าของประตูใหญ่ และใช้มือน้อยๆ ของพระองค์ผลักมันเบาๆ ประตูเหล็กขนาดใหญ่ก็ถูกเปิดออกในทันที!!!
ที่แท้แล้วนี่เป็นประตูที่ไม่ได้ใส่กลอน ไม่ได้ถูกล็อค แม้ว่าบนประตูจะมีคราบสนิมเป็นดวงๆ แต่ก็ไม่ได่ทำให้ประตูถูกล็อคตาย ประตูบานใหญ่ที่ขุนนางชั้นผู้ใหญ่เหล่านั้นไม่ได้เปิด กลับถูกเด็กที่มีอายุเพียง 7 ขวบเปิดออกได้
บนโลกใบนี้ขอเพียงแค่มีความตั้งใจจะทำ ก็จะพบว่าประตูหลายบานไม่ได้ถูกล็อคไว้ ประตูที่ไม่ได้ล็อคนั้น ด้านหลังของมันก็คือ โลกที่ไม่มีใครเคยเห็น ขอเพียงแค่คุณกล้ายื่นมือออมา ประตูทุกบานในโลกใบนี้ก็จะถูกเปิดออก
แต่ในชีวิตจริง มีคนหลายคนที่เป็นเหมือนกับขุนนางชั้นผู้ใหญ่เหล่านั้น ยังไม่ทันได้ลองทำ ก็คิดว่าตนเองทำไม่ได้ คนประเภทนี้มักจะอยู่ในกรอบที่ทั้งเล็กและแคบ ไม่ได้สัมผัสกับสิ่งใหม่ๆ มากเท่าใด รวมทั้งไม่สามารถคิดไตร่ตรองเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ได้ จึงไม่ก้าวหน้าและประสบความสำเร็จเท่าที่ควร พวกเขาใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นคนที่มีชีวิตราวกับน้ำนิ่งในหนอง แม้จะมีความฝัน ก็ยากที่จะทำให้เป้นจริงได้
แล้วท่านผู้อ่านล่ะครับ เป็นอย่างขุนนาง หรือเป็นอย่างพระโอรสน้อย

ใส่ความเห็น