คุณมีทางเลือกเสมอ

เชื่อหรือไม่ว่าคนเราล้วนแต่มีทางเลือกเสมอ ไม่มีใครที่เกิดมาแล้วไม่มีทางเลือก ดังนั้นคำพูดที่หลายๆ คนชอบใช้ว่า “ผม/ดิฉันไม่มีทางเลือก” ก็เป็นคำพูดที่ไม่ถูกต้องในความเป็นจริงเลย เพราะจริงๆ แล้วชีวิตเราทุกคนล้วนแล้วแต่มีทางเลือกให้เจ้าของชีวิตได้เลือกเดินอยู่ตลอดเวลา

ในการทำงานก็เช่นกัน ไม่ว่าเราจะพบเจอกับงานที่ไม่ดี ไม่ชอบ เจอกับนายที่ไม่ดี หรือพบเจอกับสถานการณ์ต่างๆ ในการทำงานที่ไม่ค่อยถูกใจเราสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่คนเราก็มักจะมีคำบ่นว่า

  • แค่เพียงมีคนเข้าใจฉัน ก็จะดีกว่านี้
  • แค่เพียงหัวหน้ายอมสอนงานฉัน ผลงานก็ไม่แย่ขนาดนี้หรอก
  • เพียงแค่ฉันมีเวลามากกว่านี้อีกสักหน่อย …
  • รู้อย่างนี้ทำอย่างนั้นตั้งนานแล้ว
  • รู้งี้ไม่ทำซะตั้งแต่ต้นดีกว่า
  • ผมไม่มีทางเลือกเลย แล้วจะให้ทำอย่างไร
  • ฯลฯ

คำพูดต่างๆ ทั้งหมดที่อ้างมาข้างต้น ล้วนแล้วแต่เป็นคำพูดที่คนพูดใช้ในการปกป้องตนเองเวลาที่ทำอะไรไม่สำเร็จตามที่ตนตั้งใจ ก็มักมีคำบ่นต่างๆ นานา เพื่อที่จะปลอบใจตนเองว่าตนเองไม่ใช่คนผิด ผลักให้คนอื่นเป็นฝ่ายผิดทั้งหมด คนกลุ่มนี้มักจะทำตนเองให้ไม่มีทางเลือกเสมอ ทั้งๆ ที่ทางเลือกมีอยู่เยอะแยะ ลองพิจารณาคำพูดข้างต้นดีๆ สิครับ จะพบว่าคนที่ชอบพูดลักษณะนี้ เป็นคนที่ยอมให้สถานการณ์มาบีบเรา มากกว่าที่เราจะเป็นคนสร้างสถานการณ์ขึ้นมาด้วยตนเอง

ในหนังสือ 7 Habits for Effective People ของ Stephen Covey ได้บอกถึงนิสัยแรก ซึ่งเป็นนิสัยพื้นฐานของความสำเร็จเลย ก็คือ Proactive ก็คือ เป็นคนที่ไม่ตอบสนองไปตามสถานการณ์ แต่เป็นคนที่เลือกที่จะตอบสนองมากกว่า

นิสัยนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า คนเรามีทางเลือกเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน คนเราสามารถเลือกที่จะตอบสนองได้ตลอดเวลา แล้วทำไมเราถึงต้องเลือกตอบสนองในสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกไม่ดี ทำไมเราไม่เลือกตอบสนองในสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีมากกว่า

เช่น เวลาฝนตก รถติดนานๆ เราก็สามารถเลือกตอบสนองได้ว่า เราจะหงุดหงิดไปตามสถานการณ์นั้น หรือจะเลือกตอบสนองว่า นี่ก็เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้นั่งคิดงานในรถ หรือ เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ฝึกภาษาก่อนถึงบ้าน ฯลฯ

หรือกรณีที่มีใครมาด่าเรา มาทำให้เรารู้สึกแย่ ทำไมเราต้องเลือกที่จะตอบสนองในแนวทางที่ทำให้เราแย่ล่ะครับ เรามักจะเอาสิ่งที่คนอื่นพูดมาคิดมาก แล้วก็ทำให้เราแย่ลงไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเราอาจจะไม่ได้แย่ขนาดนั้นก็ได้ ดังนั้นถ้าเราเลือกที่จะตอบสนองแต่สิ่งที่ดีๆ ชีวิตเราก็จะดีขึ้นไปด้วย ไม่จมปลักอยู่กับทุกข์ หรืออยู่กับขี้ปากคนอื่นๆ เพียงแค่เราเลือกที่จะตอบสนองให้ถูกต้องเท่านั้นเอง

อย่าลืมนะครับว่าคนเรานั้นต่างกับสัตว์ตรงที่ เราสามารถเลือกที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้ ไม่เหมือนกับสัตว์ที่ตอบสนองตามสัญชาติญาณเท่านั้นครับ

ดังนั้นคนที่มักจะพูดคำว่า “ไม่มีทางเลือก” บ่อยๆ นั้น แปลว่าเขาเลือกที่จะไม่มีทางเลือกมากกว่าครับ

6 ความคิดเกี่ยวกับ "คุณมีทางเลือกเสมอ"

Add yours

  1. ติดตามบทความของอาจารย์มายาวนานต่อเนื่องไม่เคยพลาดเลยค่ะ วันนี้ได้อ่านบทความแล้วมั่นใจว่าอาจารย์ต้องมีคำแนะนำที่ดีให้แน่เลยค่ะ แต่ไม่ใช่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลนะคะ น่าจะอยู่ในหมวดของการพัฒนาตัวเองไปสู่ความสำเร็จ เป็นเรื่องของชีวิตครอบครัวค่ะ ดิฉันมีเพื่อนคนหนึ่งเป็นฝ่ายหญิงเพื่อนคนนี้มีครอบครัวแล้วใช้ชีวิตคู่มาประมาณสิบปีมารู้และแน่ใจว่าสามีตนเองเป็นชายที่ชอบชายด้วยกันหลังจากที่เวลาผ่านไปสิบปีแล้วอย่างนี้เธอควรจะตัดสินใจเลือกทางไหนให้กับชีวิตของเธอคะ…หรือเพื่อน ๆ ที่มีประสบการณ์มีคำแนะนำ ช่วยแชร์ประสบการณ์ให้เธอด้วยค่ะ คาดว่าตอนนี้คำแนะนำและกำลังใจจะเป็นแรงสนับสนุนช่วยทำให้เธอดีขึ้นค่ะ เธอก็เป็นอีกคนที่ติดตามบทความของอาจารย์เหมือนกันค่ะ…

    1. กรณีนี้เป็นกรณีที่ตอบยากมากนะครับ เพราะต่างจิตต่างใจกัน ถ้าจะให้แนะนำกันจริงๆ ก็คือ ชิวิตเป็นของเราครับ เราควรจะเลือกในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข ทางเลือกไหนที่ทำให้เรามีความสุขมากกว่าทุกข์ ก็น่าจะเป็นทางนั้นครับ
      เช่น ถ้าเลือกจะอยู่ด้วยกันต่อไป ก็คงจะต้องทุกข์ในแง่ของการใช้ชีวิตคู่ แต่ถ้ามีลูก และอยากให้ลูกมีความสุข มีพ่อ มีแม่ ครบ ก็คงต้องเลือกที่จะอยู่ด้วยกันต่อไป เพราะนั่นคือ เราอยากให้ลูกมีความสุข ถ้าลูกสุข แม่ก็สุขด้วย
      หรือถ้าคิดว่าอยู่ไปแบบนี้ไม่มีความสุข ก็คงต้องแยกกัน ปล่อยให้เป็นอิสระซึ่งกันและกันไป ต่างคนต่างก็ไปมีชีวิตคู่ที่ดีกว่านี้ใหม่

      การเลือกทางเลือกอาจจะยากหน่อยนะครับ เพราะจะเกิดแบบว่า ได้อย่างเสียอย่าง หรือไม่ก็กลัวหนทางข้างหน้าที่จะต้องไปเจอ จะเป็นอย่างไร ผมคิดว่าเรื่องอนาคตก็เป็นเรื่องของอนาคต ถ้าเรารู้ว่าเราเลือกแล้วจะต้องเกิดอะไรขึ้นบ้างเราก็สามารถวางแผนเตรียมการได้ครับ ไมเห็นต้องกลัวเลยครับ คนเราเกิดมาครั้งเดียว ผมคิดว่าทำในสิ่งที่ตัวเราเองมีความสุขที่สุดน่าจะดีกว่านะครับ

  2. ขอบคุณสำหรับคำแนะนะที่ดีนะคะ ขอบคุณแทนเพื่อนหญิงคนนั้นด้วยค่ะ..ไม่เคยทำให้แฟนเพจผิดหวังเลยจริง ๆ ค่ะ ..เรียกได้ว่าเจอที่ปรึกษาตัวพ่อ..เลยที่เดียว…555

  3. ลองเปลี่ยนความคิดจากความรักฉันท์สามีภรรยา..เป็นรักฉันท์เพื่อนสิคะ..ดิฉันมีเพื่อนเป็นเพศชายรักชายค่อนข้างเยอะ..คนพวกนี้..จะรักครอบครัวมาก ๆ มากกว่าผู้ชายทั่วไปด้วยค่ะ.. ลองนั่งคุยกันฉันท์เพื่อน..เข้าใจความเป็นไปลึก ๆ ของเค้า..และเข้าใจเค้าให้มาก ๆ เปลี่ยนความรู้สึกจากรักกันฉันท์สามีภรรยา..เป็นมิตรที่ดีต่อกัน..และดูแลกันและกัน…คุณยังคงเป็นครอบครัวเดียวกันได้ค่ะ.. 🙂

    1. ขอบคุณ คุณ PP’s MOM มาก ๆ เลยค่ะ เป็นคำแนะนำที่ดี และช่วยเธอได้มากเลยค่ะ ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่เพื่อนหญิงคนนั้นพยายามทำมาเป็นเวลานานตั้งสิบกว่าปีนะคะ และสามีของเธอก็รักเธอและครอบครัวมากจริง ๆ ด้วยค่ะ นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เธอไม่สามารถแยกทางกับสามีเธอได้ค่ะ…ขอบคุณอีกครั้งแทนเพื่อนของดิฉันด้วยค่ะ เพราะอย่างน้อยเธอก็จะได้รู้ว่าสิ่งที่เธอตัดสินใจนั้นก็ยังมีคนที่คิดเหมือนเธอค่ะ….

  4. ดิฉันคิดว่าคำแนะนำของคุณ PP’s MOM เป็นความคิดที่บวกมากเลยค่ะ หากเพื่อนคุณ winny ทำได้คงจะเป็นชีวิตที่น่ายินดีมาก

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑