ทำไมทรัพยากรบุคคลถึงไม่คิดค่าเสื่อมราคา

ผมนั่งคิดเล่นๆ เวลาที่นั่งดูงบการเงินของบริษัท ซึ่งจะมีการคิดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ที่เราซื้อมาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นอาคารสถานที่ รถยนต์ แม้กระทั่งคอมพิวเตอร์และโปรแกรมต่างๆ สินทรัพย์เหล่านี้จะต้องถูกคิดค่าเสื่อมราคาเป็นประจำทุกปี เนื่องจากมีการใช้งานและมีการเสื่อมคุณค่าของสินทรัพย์ลงไปทุกปี ก็เลยนั่งคิดเลยเถิดไปว่า ทำไมทรัพยากรบุคคลที่เราจ้างเข้ามาทำงานนั้น ถึงไม่มีการคิดค่าเสื่อมราคาเลย แต่กลับต้องเพิ่มราคาให้กับทรัพยากรบุคคลทุกปี

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะเราเชื่อว่าทรัพยากรบุคคลนั้น สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ตลอดเวลา หรือพูดง่ายๆ ว่า พัฒนาต่อยอดความรู้ และทักษะในการทำงานได้อย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ก็เลยไม่มีการคิดค่าเสื่อมราคาในทรัพยากรบุคคลแต่อย่างใด

แต่อย่างไรก็ดี ผมก็มานั่งคิดต่ออีกว่า จริงๆ แล้วพนักงานทุกคนมีมูลค่าเพิ่มทุกปีจริงๆ หรือ

ถ้าพนักงานทุกคนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี นั่นแสดงว่า ผลงานของพนักงานจะต้องดีขึ้นทุกปี และมีผลทำให้ผลงานขององค์กรดีขึ้นทุกปีอีกเช่นกัน แต่ในบางองค์กร พนักงานกลับไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มอะไรเลย ยังคงทำงานเหมือนเดิมทุกอย่างเมื่อเทียบกับปีแรกที่เข้าทำงาน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ให้คิด ให้แก้ปัญหา ก็ไม่ทำ กลับย้อนว่า งานคิดและงานแก้ปัญหาเป็นงานของหัวหน้า ไม่ใช่งานของเขา ถ้าพนักงานส่วนใหญ่ในองค์กรของเราเป็นแบบนี้จริงๆ นั่นแสดงว่า มูลค่าของเครื่องจักรและทรัพยากรต่างๆ ที่ถูกคิดค่าเสื่อมราคานั้น มีคุณค่ามากกว่าทรัพยากรบุคคลของเรา

นี่คือสาเหตุที่หลายๆ องค์กรให้ความสำคัญกับเครื่องจักรในการผลิตมากกว่าคนที่คุมเครื่องจักร นั่นก็เพราะผู้บริหารรู้สึกว่า ความคุ้มค่าที่ได้ออกมานั้นมาจากทรัพยากรที่เป็นเครื่องจักรมากกว่าทรัพยากรบุคคล และที่ผู้บริหารคิดแบบนี้ก็เพราะเขาไม่เคยเห็นพนักงานสร้างมูลค่าเพิ่มในผลงานได้อย่างชัดเจนเลย ผลงานขององค์กรทั้งหมด ก็เลยไปขึ้นอยู่กับทรัพยากรอย่างอื่นที่ไม่ใช่คน

การวางแผนการซื้อเครื่องจักรถูกวางอย่างรัดกุม การกู้ยืมเงินเพื่อซื้อเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูงทำโดยไม่ต้องคิดอะไรมากมาย การวางแผนการซ่อมบำรุงเครื่องจักรมีขึ้นเป็นระยะๆ โดยพยายามที่จะทำให้เครื่องจักรนั้นทำงานได้อย่างดีที่สุด นานที่สุด และคุ้มค่ามากที่สุด

แต่เรื่องของการบริหารคนนั้น ไม่มีการวางแผนใดๆ ต้องการคน ก็สั่งให้ไปหาคน รับสมัครคนเข้ามาทำงาน สัมภาษณ์ก็ทำกันพอเป็นพิธี จากนั้นก็รับเข้าทำงาน โดยไม่มีการวางแผนการพัฒนาคนให้เก่งขึ้น ให้มีความสามารถมากขึ้น ระบบการรักษาพนักงานก็ปล่อยไปตามยถากรรม ไม่มีความพยายามที่อยากจะรักษาพนักงานให้ทำงานอย่างเต็มที่เหมือนกับที่วางแผนกับเครื่องจักร ฯลฯ เมื่อดำเนินการแบบนี้แล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ทรัพยากรบุคคลก็จะไม่มีคุณค่าอะไรแก่องค์กร ผลก็คือ ผู้บริหารก็จะคิดแบบเดิมต่อไป เพราะไม่เคยเห็นว่าทรัพยากรบุคคลมีคุณค่าอะไร แต่มองเครื่องจักรมีคุณค่ามากกว่า

การที่จะทำให้ทรัพยากรบุคคลมีคุณค่ามากขึ้น สิ่งที่ผู้บริหารจะต้องทำก็คือ เปลี่ยนมุมมองและทัศนคติในการบริหารคนเสียใหม่ โดยให้มองและเชื่อว่าคนพัฒนาได้จริงๆ ไม่ใช่แค่เพียงพูดไปเรื่อยๆ ผู้บริหารบางคนนั้นปากก็พูดชัดเจนมากว่า คนมีความสำคัญที่สุด เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุดขององค์กร แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่เคยให้ความสำคัญกับคนแต่อย่างใด กลับปล่อยปละละเลย ไม่มีแผนการพัฒนา จะพัฒนาทีไร ก็นั่งคิดแล้วคิดอีก กลัวเปลืองเงิน แต่เรื่องการซ่อมแซมเครื่องจักรนั้นกลับไม่เคยคิดมากขนาดนี้เลย

ทรัพยากรบุคคลนั้น ถ้าเราสามารถบริหารได้อย่างดีแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ มูลค่าเพิ่มของผลงานจะสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ ถ้าเขารู้สึกว่าได้รับการดูแลที่ดี เป็นธรรม และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ทรัพยากรบุคคลจะสามารถสร้างผลงานได้มากกว่าเครื่องจักรหลายเท่านัก

ผมว่านี่คือสาเหตุสำคัญที่ทรัพยากรบุคคลเป็นทรัพยากรที่ไม่ถูกหักค่าเสื่อมราคาครับ แต่ถ้าจะคิดค่าเสื่อมดูบ้างก็น่าจะดีนะครับ จะได้รู้ว่าคนไหนเสื่อมค่าเร็วกว่าคนไหน (แค่คิดเล่นๆน่ะครับ)

4 ความคิดเกี่ยวกับ "ทำไมทรัพยากรบุคคลถึงไม่คิดค่าเสื่อมราคา"

Add yours

  1. เห็นด้วยครับคุณประคัลป์ ผมอยากให้นำเสนอแนวคิดหรือทฤษฏีใหม่ว่าด้วยเรื่องนี้น่าจะดี คนที่ทำงานด้านบุคคลก็จะได้มีเครื่องมือที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในการบริหารจัดการ เครื่องไหนใช้งานมากี่ปี ตรวจสอบคุณสมบัติพื้นฐานแล้วด้อยตรงไหน ค่าวัดอะไรเท่าไหร่ สมควรจะ maintenance อย่างไรตาม criteria ที่กำหนดขึ้น หรือคืนทุนแล้วก็ขายซาก ฯลฯ … สนับสนุนครับ

  2. HR.Branding ช่่วยได้ครับ ปรับกระบวนท่ากันใหม่ยังไม่สายครับแต่ต้องใช้ทีมHR ที่แข็งจริง และทำจริง

  3. เอาง่ายๆ ถ้าการอบรมคือการเพิ่ม Value ยังไม่ค่อยจะทำกันเลยค่ะ คนไม่อยากทำงานจะเป็นคนไปอบรมแทนคนมีงานเยอะ Concept การอบรมเป็นเช่นนี้ …
    ทดลองคิดนะ…
    สมมุติว่า Criteria เริ่มๆ เอาการอบรมมาเป็นตัววัดค่าเสื่อมก่อนได้มั้ยค่ะ เอาเริ่มๆนะ ดังนั้น Basic งบอบรมต่อหัวคือ 500 บาท บริษัทฯยินดีจ่าย 1000 คนคือ 500000 บาท แต่จริงๆ บริษัทจ้องอบรม 50 % เท่านั้น คือ 500 คน (ขั้นต่ำ) งั้นอีก 500 คนก็เป็นค่าเสื่อม ??? หรือวัดที่ตัวเงิน ?

    หรือ เอากำไรต่อหัว มาหักลบพวกไม่อบรมเป็นกำไรอีก ถ้าขาดทุนต่อหัวหละ หรือเอามาคิดแค่ Skill Labor

    ปวดหัวจัง !!!!

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑