ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับคำถามเกี่ยวกับเรื่องของวิธีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ 300 บาทที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2555 ที่จะถึงนี้ บางคนก็อยากได้สูตรที่จะใช้ในการปรับครั้งนี้ เพราะว่าในการปรับครั้งนี้ ไม่ง่ายเหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นการปรับในอัตราที่สูงมากทีเดียวครับ คือ 40% จากอัตราขั้นต่ำเดิมที่ใช้อยู่ หลายๆ คนก็เลยสงสัยว่าจะมีวิธีการอย่างไรในการปรับ ปรับแล้วจะต้องพิจารณาผลกระทบกับพนักงานคนอื่นในลักษณะใดบ้าง
ในการปรับค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ครั้งนี้ เป็นการปรับที่เพิ่มต้นทุนอย่างมหาศาลให้กับเหล่าบรรดานายจ้าง เพราะต้องเพิ่มค่าจ้างให้กับพนักงานในระดับปฏิบัติการ รวมถึงพนักงานอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบด้วย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานในระดับปวช. ปวส. หรือแม้กระทั่งปริญญาตรี
ผมเคยได้ให้สูตรวิธีการปรับไว้ ก็ขอให้ไว้อีกครั้งนะครับ ดังนี้
จำนวนเงินปรับ = (ค่าจ้างพนักงาน – ขั้นต่ำเดิม) x 0.7 + ขั้นต่ำใหม่ – ค่าจ้างพนักงาน
อธิบายได้ดังนี้ครับ
- ค่าจ้างพนักงาน ก็คือ อัตราค่าจ้างปัจจุบันที่พนักงานแต่ละคนได้รับอยู่
- ขั้นต่ำเดิม ก็คือ อัตราค่าจ้างขั้นต่ำเดิมที่ใช้อยู่ ซึ่งในกรณีก็คือ 215 บาท (เขต กทม และปริมณฑล ใครที่อยู่เขตอื่นก็แทนค่าด้วยค่าจ้างขั้นต่ำในเขตของตนนะครับ)
- 0.7 (หรืออาจจะใช้ 0.6 หรือ 0.8 ฯลฯ) เป็นตัวคูณในการปรับผลกระทบในกรณีที่เราไม่ต้องการปรับค่าจ้างให้ทุกคนในองค์กร จริงๆ แล้วก็ไม่ควรปรับให้ทุกคน เนื่องจากผลกระทบของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำนี้ไม่น่าจะมีผลต่อกลุ่มหัวหน้าแผนก หรือผู้จัดการ หรือพนักงานในระดับสูงๆ และตัวคูณนี้ก็ใช้ในการปรับลดหรือเพิ่มในกรณีที่บริษัทมีการกำหนดงบประมาณในการปรับค่าจ้างขั้นต่ำในครั้งนี้ด้วย ยิ่งใช้ตัวเลขมากขึ้น เราจะยิ่งต้องใช้งบประมาณในการปรับมากขึ้นไปด้วย และจะมีพนักงานที่ได้รับการปรับมากขึ้นด้วยครับ แต่ถ้าใช้ตัวเลขน้อยลง ก็จะเป็นไปในทางตรงกันข้ามครับ ตัวคูณนี้หลายๆ คนสงสัยมากว่ามันคืออะไร ผมแนะนำให้ทดลองผูกสูตรใน excel ดู แล้วให้ลองเปลี่ยนตัวคูณตัวนี้เล่นดูก็ได้ครับ แล้วจะเข้าใจมากขึ้นว่ามันคืออะไรครับ
- ขั้นต่ำใหม่ ก็คือ อัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ที่จะใช้ ซึ่งในกรณีนี้ก็คือ 300 บาท (ในเขต กทม. และอีก 7 จังหวัด)
ผลของการคำนวณจากสูตรนี้ก็คือ จำนวนเงินที่จะปรับให้กับพนักงานแต่ละคนครับ มีข้อแม้นิดนึงก็คือ ถ้าผลการคำนวณติดลบ ก็แปลว่าพนักงานคนนั้นจะไม่ได้รับการปรับผลกระทบในครั้งนี้ครับ มาลองดูตัวอย่างกันนะครับ
นาย ก ได้รับค่าจ้างอยู่ที่ 215 บาท/วัน
นาย ข ได้รับค่าจ้างอยู่ที่ 230 บาท/วัน
นาย ค ได้รับค่าจ้างอยู่ที่ 250 บาท/วัน
นาย ง ได้รับค่าจ้างอยู่ที่ 300 บาท/วัน
นาย จ. ได้รับค่าจ้างอยู่ที่ 350 บาท/วัน
นาย ฉ. ได้รับค่าจ้างอยู่ที่ 400 บาท/วัน
นาย ช. ได้รับค่าจ้างอยู่ที่ 500 บาท/วัน
เข้าสูตรในการคำนวณได้ดังนี้ครับ
นาย ก . (215 – 215) x 0.7 + 300 – 215 = 85 บาท ค่าจ้างใหม่คือ 300
นาย ข . (230 – 215) x 0.7 + 300 – 230 = 80.5 บาท ค่าจ้างใหม่คือ 310.5
นาย ค . (250 – 215) x 0.7 + 300 – 250 = 74.5 บาท ค่าจ้างใหม่คือ 324.5
นาย ง . (300 – 215) x 0.7 + 300 – 300 = 59.5 บาท ค่าจ้างใหม่คือ 359.5
นาย จ . (350 – 215) x 0.7 + 300 – 350 = 44.5 บาท ค่าจ้างใหม่คือ 394.5
นาย ฉ . (400 – 215) x 0.7 + 300 – 400 = 29.5 บาท ค่าจ้างใหม่คือ 429.5
นาย ช . (500 – 215) x 0.7 + 300 – 500 = -0.5 บาท ไม่ได้รับการปรับ เพราะผลการคำนวณติดลบ
ข้างต้นเป็นตัวอย่างในการคำนวณนะครับ ลองเอาค่าจ้างของพนักงานเข้าสูตรตามตัวอย่างโดยใช้ Excel แล้วจะเห็นเลยว่าแต่ละคนจะได้รับการปรับเงินค่าจ้างใหม่ โดยที่เงินที่ปรับใหม่นั้น ใครที่เคยได้รับค่าจ้างที่สูงกว่า ก็จะยังคงได้สูงกว่า เพียงแต่ความต่างของค่าจ้างจะแคบลง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับตัวคูณที่เราใช้ว่าใช้เท่าไหร่ ยิ่งใช้น้อยมากเท่าไรอัตราความต่างของค่าจ้างพนักงานหลังปรับก็จะยิ่งต่างกันน้อยลงเท่านั้น ซึ่งก็จะทำให้พนักงานรู้สึกว่า พอปรับแล้ว ค่าจ้างของคนที่เข้าทำงานทีหลังเรา เริ่มเข้าใกล้เรามากขึ้น ก็คงต้องเลือกใช้ตัวคูณที่เหมาะสมสำหรับบริษัทของเรานะครับ แต่ถ้าถามผมว่าตัวไหนเหมาะที่สุด ผมก็จะตอบว่า 0.7 นี่แหละครับ เหมาะที่สุดแล้ว
หลังจากปรับพนักงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทแล้ว สิ่งถัดไปที่จะต้องปรับก็คือ กลุ่มพนักงานที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม เช่น พนักงานในระดับ ปวช. ที่เราเพิ่งจ้างเข้ามา ปวส. และปริญญาตรี ก็ต้องโดนผลกระทบไล่ปรับขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งการปรับตรงนี้ก็สามารถใช้สูตรเดียวกันที่ให้ไว้ได้ครับ เพียงแต่เปลี่ยนตัวเลขเงินเดือนพนักงาน ขั้นต่ำเดิม กับขั้นต่ำใหม่ ให้สอดคล้องกับกลุ่มพนักงานที่เราจะปรับเท่านั้นเองครับ
ลองใช้สูตรนี้ลองปรับกันดูนะครับ ย้ำอีกครั้งนะครับ ว่าใครสงสัยว่า ตัวคูณ 0.7 นั้นมันมีผลอะไรบ้างก็ให้ลองเปลี่ยนตัวเลขเป็น 0.6 หรือ 0.8 บ้าง แล้วสังเกตผลลัพท์ที่ออกมา ผมเชื่อว่าเราจะเห็นความแตกต่าง และจะเข้าใจมันมากขึ้นครับ ลองดูนะครับ
แล้วตัวเลข0.7 นี่คำนวณมาจากอะไรครับ ถึงว่าเหมาสมที่สุด
อย่างที่ผมได้เขียนไว้ครับตัวเลขนี้มันเป็นตัวคูณที่ทำให้ทุกคนในบริษัทไม่ต้องขึ้นเงินเท่ากัน แบบนี้ต้องไปลองดูกับของจริงครับ โดยเอาเงินเดือนพนักงานมา เข้าสูตร แล้วผูกสูตรกับ 0.7 หรือ 0.6 หรือ 0.8 ฯลฯ แล้วลองดูผลที่เกิดขึ้นว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วจะเห็นภาพมากขึ้นครับ ยิ่งเลขมากคนที่จะต้องปรับก็มีเยอะขึ้น เลขน้อยคนที่จะได้ปรับก็มีจำนวนน้อยลง ก็ไว้ปรับงบประมาณ หรือ ดูความเหมาะสมของจำนวนคนที่จะได้ปรับก็ได้ครับ ตัวเลขนี้แต่ละองค์กรก็จะใช้ไม่เหมือนกันครับ แล้วแต่งบประมาณ และความเหมาะสมของจำนวนคนที่ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างครับ
อยากทราบแนวคิดของเลข 0.7 อะคับ ว่าที่มามันมาจากอะไร
นอกเหนือจากหารเลือกใช้ตามงบประมานของบริษัทคับ
ให้แนวทางในการปรับค่าแรงไว้อย่างน่าคิดผมเห็นชอบกับแนวทางนี้ด้วย
คำว่าค่าจ้าง นำเงินส่วนไหนมารวมบ้าง ถ้านำเงินค่าอาหารและค่าตำแหน่งมารวมได้หรือไม่ และถ้านำมารวมจะมีผลย้อนหลังหรือไม่
คำว่าค่าจ้างนั้น เราสามารถหมายถึงเงินส่วนอื่นๆ ได้นะครับ เพียงแต่ในเรื่องของค่าจ้างขั้นต่ำที่รัฐกำหนดมานั้น จะต้องเป็นค่าจ้างมูลฐานที่ยังไม่ได้รวมค่าจ้างอื่นๆ ครับ แต่ เราก็สามารถที่จะนำค่าจ้างอื่นเข้ามารวมเข้าไปได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนนะครับจึงจะสามารถทำได้ครับ และเมื่อไหร่รวมแล้ว ก็จะไม่มีผลย้อนหลังครับ เนื่องจากเราสามารถที่จะกำหนดวันบังคับใช้ได้ครับ
ขอรบกวนถามนะคะ ถ้าพนักงานขาย ที่มีค่าคอมและโอที ที่เป็นรายเดือน เราต้องปรับขั้นตำ 9000 บาทรายเดือนหรือเปล่า หรือมีวิธีไหนบ้างค่ะ ลิดาค่ะ
ใช่ครับ เพราะนี่คือ ค่าจ้างรายเดือนที่ต่ำสุดที่รัฐกำหนดครับ ไม่รวมค่า commission และ OT ครับผม
แต่สิ่งที่เราจะทำได้ในระยะยาวก็คือ การปรับเปลี่ยน Pay mix ใหม่ครับ สัดส่วนแต่ละตัวของค่าจ้างอาจจะมีการปรับใหม่ได้ครับ เช่น เงินเดือนมูลฐานมากขึ้นตามที่รัฐกำหนด แต่ไปลดสัดส่วนของ commission ลง และบริหารการให้โอที ที่เข้มข้นมากขึ้นครับ
รบกวนสอบถาม ว่าตัวคูณ 0.7 (หรืออาจจะใช้ 0.6 หรือ 0.8 ฯลฯ) ได้มาจากที่ไหน คิดอย่างไร
มันเป็นตัวคูณเพื่อปรับลดความห่างของเงินเดือนพนักงานครับ ลองทำดูนะครับ แล้วสังเกตุุความแตกต่างของตัวเลขแต่ละตัว กับเงินเดือนของพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการปรับ ยิ่งใช้ตัวเลขมากขึ้นเช่น 0.8 จำนวนพนักงานที่จะถูกปรับก็มากขึ้นไปด้วยครับ ผมมีตอบคำถามเรื่องตัวคูณนี้ใน blog ผมอยู่นะครับ ลองหาดูจาก comment ที่อยู่ใต้บทความนะครับ แต่ทางที่ดีที่สุดก็คือ ผูกสูตร excel แล้วเปลี่ยนตัวคูณนี้ให้มากขึ้น หรือลดลง แล้วจะเห็นความแตกต่างครับ และจะทำให้เข้าใจมากขึ้นครับว่า ตัวคูณนี้มีไว้เพื่อทำอะไร
ขอบคุณมากครับ
ค่าตัวคูณ 0.8 0.7 0.6 ตัวเลขนี้ มีที่มาที่ไปยังไงคะ รบกวนอธิบายให้หน่อยค่ะ
ขอบคุณมากๆ ค่ะ
เห็น หลายคนสงสัย น่าจะช่วยอธิบายหน่อยนะครับ ว่า 0.70 มาจากไหน
คิดอย่างไร ถึงต้องใช้ 0.7
ผมตอบไปในกระทู้เก่าๆ หลายอันมากเลยครับ พร้อมกับเขียนบทความด้วยนะครับว่าทำไมต้องใช้สูตรแบบนี้ลองค้นๆ ดูนะครับ อย่างไรก็ดี ผม copy สิ่งที่ผมเคยตอบมาให้อ่านอีกครั้งครับ
มันเป็นตัวคูณเพื่อปรับลดความห่างของเงินเดือนพนักงานครับ ลองทำดูนะครับ แล้วสังเกตุุความแตกต่างของตัวเลขแต่ละตัว กับเงินเดือนของพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการปรับ ยิ่งใช้ตัวเลขมากขึ้นเช่น 0.8 จำนวนพนักงานที่จะถูกปรับก็มากขึ้นไปด้วยครับ ผมมีตอบคำถามเรื่องตัวคูณนี้ใน blog ผมอยู่นะครับ ลองหาดูจาก comment ที่อยู่ใต้บทความนะครับ แต่ทางที่ดีที่สุดก็คือ ผูกสูตร excel แล้วเปลี่ยนตัวคูณนี้ให้มากขึ้น หรือลดลง แล้วจะเห็นความแตกต่างครับ และจะทำให้เข้าใจมากขึ้นครับว่า ตัวคูณนี้มีไว้เพื่อทำอะไร
ขอบคุณมากครับ
วันที่ 13 ก.พ. นี้ผมมีจัดสัมมนาเรื่องการปรับค่าจ้าง 300 บาท (รุ่น 2) พร้อมกับมีคำอธิบาย และมี Workshop ในการทำจริงๆ ให้ด้วย
ถ้าลองมาเข้าดูอาจจะเข้าใจมากขึ้นนะครับ ถ้าสนใจลองติดต่อไปที่บริษัท การจัดการธุรกิจ จำกัดครับ 02-645-0152-60 ครับ
ขอบคุณครับ
ผมไปค้นบทความที่เขียนเมื่อปี 2553 เกี่ยวกับการปรับค่าจ้างขั้นไว้ อาจจะเป็นตัวเลขเก่าหน่อย แต่คำตอบเรื่องของ 0.7 มีอยู่พอสมควรเลยครับ ลองไล่ดูคำถามคำตอบด้านล่างของบทความนะครับ น่าจะช่วยให้กระจ่างได้มากขึ้นนะครับ ตาม link นี้เลยครับ
ค่าจ้างขั้นต่ำใหม่กับผลกระทบการบริหารค่าจ้าง (ปี 53)
http://wp.me/pBmlU-be
ขอบคุณครับ
ลองเอาไปใช้ หัวหน้าขอที่มาของสูตร ว่าคิดมาจากไหนอ่ะครับ
พอจะอธิบายได้หรือป่าวครับ ขอบคุณมากครับ
ลองค้นหาบทความเกี่ยวกับการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ผมเคยเขียนไว้เพิ่มเติมนะครับ เพราะผมได้ตอบคำถามไว้เหมือนกันครับ สูตรนี้ที่มาก็คือ เราไม่ต้องการปรับให้ทุกคนนั่นเองครับ ลองคำนวณดูก่อนนะครับ แล้วจะเห็นว่าตัวสูตรของมันทำงานอย่างไรครับ
ส่วนเรื่องค่าของ 0.7 ผมไม่แน่ใจนะถูกหรือป่าว แต่ตอนนี้ผมนำมาใช้ โดยจะกำหนดก่อนว่า อัตราจ้างเท่าใด ที่จะไม่ปรับแล้ว แล้วก็แทนค่า จำนวนเงินที่ปรับ = 0 / แทนค่าจ้างขั้นต่ำเดิม / แทนค่าขั้นต่ำใหม่ แก้สมการ ก็จะได้ค่าตัวเลขออกมาครับ ของผมใช้อยู่ที่ 0.65 ครับ
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะครับ
อยากเรียนถาม ว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือน ที่ปัจจุบันอยู่ส่วนใหญ่ใช้กันอยู่ คือ ค่าจ้างขั้นต่ำปัจจุบันคูณด้วย30 (300×30 = 9000) มีข้อกำหนดของกฎหมายระบุไว้หรือไม่ เพราะว่าหาแล้วไม่เจอ นายจ้างต้องการหลักฐานยืนยันว่าเพราะอะไรจึงต้องคิดด้วยวิธีนี้ ถ้าจ่ายเป็นรายเดือนต่ำกว่านี้ได้หรือป่าว
จริงๆ ในกฎหมายคุ้มครองแรงงานมีกำหนดไว้นะครับ ว่าให้คูณ 30 เป็นรายเดือนครับ มาตรา 68 ครับ ระไว้ไว้ว่า “เพื่อประโยชน์ในการคำนวณค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ในกรณีที่ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน อัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน หมายถึงค่าจ้างรายเดือนหารด้วยผลคูณของสามสิบ และจำนวนชั่วโมงทำงานในวันทำงานต่อวันโดยเฉลี่ย…” ซึ่งก็แปลว่า เมื่อไหร่ที่มีการตีความว่ารายเดือนนั้นต้องใช้อะไรคูณ คำตอบก็คือ 30 วันครับผม
ขอสอบถามข้อมุล หน่อยครับ
ขอสอบถามว่าสูตรที่ใช้ ค่อนข้างดีมาก แต่อยากทราบว่าบริษัทที่ใช้สูตร
มีบริษัทไหนบ้างครับ
พอดีเจ้าหน้านายอยากทราบนะครับ
ขอทราบ สัก 3 บริษัท
ชัยรัตน์
ขอขอบคุณมากครับ
ถ้าบริษัทมีกระบอกเงินเดือนด้วย เมื่อปรับตามสูตรแล้วทำให้เงินเดือนเกินค่า Max จะต้องปรับกระบอกเงินเดือนอย่างไรค่ะ…ขอหลักในการคิดได้ไหมค่ะ…เพราะพนักงานบางคนเงินเดือนเกินตั้งแต่ยังไม่ได้ปรับค่าจ้างเลยค่ะ ..
อ่านจากข้อมูลที่ได้มาข้างต้น แสดงว่าบริษัทใช้โครงสร้างเงินเดือนนั้นมานานมาก โดยไม่ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างเงินเดือนให้ทันกับตลาด ผลก็คือ จะเกิดกรณีที่พนักงานได้เงินเดือนเกิน max ได้ครับ สิ่งที่จะต้องทำก็คือ เข้าร่วมการสำรวจค่าจ้างในปีนี้ แล้วนำข้อมูลมาปรับปรุงโครงสร้างเงินเดือนใหม่ทั้งหมดให้ทัดเทียมกับตลาดก่อนเลยครับ
เดิมคิดค่าจ้างขั้นต่ำ 190 คูณ 26 วันค่ะ…ปรับค่าจ้างใหม่ ต้องคูณ 26 หรือ 30 วันค่ะ
กรณีนี้ผมคิดว่าอยู่ที่เราจ้างพนักงานเป็นรายเดือนหรือรายวันครับ ถ้าเป็นรายเดือน กฎหมายกำหนดให้หาร 30 ครับผม
อาจารย์คะ
ลองทำดูแล้ว โดยแยกพนักงานออกเป็นกลุ่มๆ ตามวุฒิ แล้วคำนวณโดยกำหนด Starting Rate แต่ละวุฒิการศึกษาใหม่ ผลออกมาคือตำแหน่งที่เดิมบริษัทรับค่อนข้างถูกเพราะหาค่อนง่าย เช่น Sale หรือ Admin รับวุฒิปริญญาตรี จะได้ปรับจำนวนเงินสูงมากแต่ตำแหน่งงานที่หายากเช่น Engineer บริษัทเลยกำหนด Starting rate สูงอยู่แล้ว กลับได้ปรับน้อยมาก ถึงไม่ได้ปรับเลย
ทีนี้พวก Admin หรือ Sale ที่อยู่มานานแล้ว เดิมเงินเดือนน้อยกว่า Engineer
แต่พอเข้าสูตรแล้ว เงินเดือนใหม่กลับมากกว่า Engineer อย่างนี้เราควรแก้ไขอย่างไรดีคะ
เวลาทำการปรับอัตราขั้นต่ำนี้ ต้องไม่แยกวุฒิการศึกษานะครับ เอาเงินเดือนพนักงานมาเรียงกันเลยครับ จากน้อยไปมาก โดยไม่ต้องสนใจวุฒิการศึกษาครับ จากนั้นก็เข้าสูตรครับแล้วลองดูว่าจะได้รับผลกระทบจากการปรับไปถึงเงินเดือนเท่าไหร่ เพราะถ้าแยกวุฒิการศึกษาและแยกคำนวณ จะเกิดผลก็คือ เงินเดือนพนักงานจะมีการลักลั่นกันเกิดขึ้นครับ ให้เรียงปรับแบบนี้ไปก่อน จากนั้นพอปรับแล้วค่อยมาดูว่า วุฒิแต่ละวุฒินั้นจะต้องมีการปรับอัตราแรกจ้างเป็นเท่าไหร่อีกครั้งครับ ถ้าทำแบบนี้จะทำให้วิชาชีพที่เงินเดือนสูงๆ ก็ได้ปรับอยู่บ้างครับ
อาจารย์คะ ถ้าไม่จัดกลุ่มตามวุฒิ แล้วถ้าบริษัทวางอัตราแรกเข้าใหม่ ก็จะต้องมีผลกระทบกับคนเก่าแน่นอนใช่มั้ยคะ เพราะถ้าค่าจ้างขั้นต่ำคือ 9000บาท ถ้าเรารับ ปวช. ปวส เราต้องเขยิบขึ้นไปเป็น
10,000-12,000 ซึ่งทำให้กระทบอัตราแรกเข้าของปริญญาตรีไปด้วย ก็เลยอาจจะต้อง
ปรับปริญญาตรีเป็น 13,000 บาท อย่างนี้คนเก่าซึ่งทำงานมานาน ได้ปรับยังไงก็ไม่ถึง
อัตราแรกเข้าของคนใหม่ จะกระทบขวัญกำลังใจอย่งมาก จะแก้ปัญหานี้ยังไงดีคะ
สูตรที่ผมให้ไว้ในการคำนวณนั้นจะทำให้คนเก่าได้รับการปรับไปด้วยนะครับ วิธีการก็คือ ให้เอาเงินเดือนพนักงานมาเรียงกันตั้งแต่น้อยไปมากเลยครับ จะทุกคนก็ได้ครับ แล้วปรับผลกระทบจาก 300 บาทก่อน เราจะเห็นเลยว่าะพนักงานที่ได้เงินเดือนในช่วง ที่ต่ำกว่า 9000 – 15000 อาจจะได้ปรับ ขึ้นอยู่กับคัวคูณที่เราใช้ด้วยครับ ดังนั้นถ้าเราใช้สูตรนี้ปรับ พนักงานเก่าก็จะได้รับการปรับด้วยนะครับ จากนั้นค่อยมาดูส่าผลการคำนวณที่ออกมานั้น คนที่อยู่ ปวช ต่ำสุดถูกปรับเป็นเท่าไหร่ ปวส และ ปริญญาตรี ตามลำดับครับ ค่อยมาแยกตามวุฒิทีหลังครับ แบบนี้จะช่วยให้เงินเดือนไม่แซงกันด้วยครับ ถ้ายังสงสัย จะส่งไฟล์มาให้ผมช่วยดูคร่าวๆ ก็ได้ครับ
ขอถามนิดนึงค่ะ
คือตอนนี้ พร เป็นพนักงานรายเดือน เงินเดือนยุที่ 6700 บาท ตอนนี้ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้น รายวัน 300 บาท แล้วรายเดือนต้องเป็น 9000 บาท ใช่มั้ยคะ แต่ทีนี้ทางบริษัทเค้าขึ้นแบบเหมาจ่าย คือ รายเดือน 7800 บาท (300X26=7800) คือรายเดือนจ่ายเหมา 7800 บาท เท่ากับได้รายวัน วันละ 300 X 26 วัน แล้วแบบนี้จะเรียกว่ารายเดือนหรอคะ แต่ว่าสวัสดิการต่าง ๆ ยังได้รับสิทธิ์ของรายเดือนอยู่เหมือนเดิม ยังมัสิทธิได้รับโลนัสเหมือนเดิมซึ่งปกติแล้วรายวันจะไม่มีสิทธิ์ได้รับโบนัส แต่จะจ่ายเป็นเงินพิเศษอื่น ๆ แทน
แบบนี้มันผิดกฏหมายแรงงานมั้ยคะ หรือว่าสามารถทำได้ ไม่ผิด (แต่รู้สึกเหมือนถูกปรับให้เป็นรายวันเลย) U_U รบกวนตอบด้วยนะคะ งง มากเลย
ในกรณีที่คุณพรถามมานั้น จริงๆ แล้วผิดกฎหมายนะครับ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่า ถ้าเป็นพนักงานรายเดือนเวลาคิดค่าจ้างเป็นรายเดือนต้องคูณด้วย 30 นะครับ ไม่ใช่ 26 ครับ
ลองคุยกับฝ่ายบุคคลของบริษัทดูนะครับ
อาจารย์ค่ะ ข้อมูลที่ให้เป็นประโยชน์ของการปรับเงินทื่บริษัทมากค่ะ ขอบคุณนะค่ะ
อาจารย์คะ กรณีของบริษัทฯ เหมือนกรณีของคุณพร คือบริษัทฯ จะให้คูณที่ 26 วัน ซึ่งได้ให้เหตุผล อ้างอิงมาตรา 68 และ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/6 เรื่อง การคำนวณส่วนของเดือนให้ถือว่าหนึ่งเดือนมี 30 วันแล้ว ทางบริษัทฯ ก็ยังจะยืนกรานที่จะคำนวณแบบที่เค้าเข้าใจ เราจะมีวิธีอ้างอิงหลักกฎหมายอื่น ๆ ใดบ้างอีกคะ เพราะไม่รู้จะอธิบายยังไงแล้วคะ จะไม่ทำตามก็เครียดคะ แต่ก็รู้อยู่แล้วว่ามันผิดคะ
นายจ้างมีปัญหาเรื่องงบประมาณหรือเปล่าครับ เพราะถ้าปรับตามกฎหมายต้องใช้งบประมาณมากมายเลยทีเดียว ก็เลยหาเหตุที่จะหลบเลี่ยง ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเลยนะครับ เพราะถ้ามีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลบริษัทก็แพ้แน่นอนครับ ผมคิดว่าน่าจะดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายไว้ก่อน แล้วค่อยหาวิธีการในการบริหารผลงานพนักงานเพื่อให้ได้ผลงานตามที่องค์กรอยากได้จะดีกว่าหรือเปล่าครับ
ในกรณีที่บริษัทไม่ปรับเงินรายเดือน หนูอยู่ที่จ.นครราชสีมา เงินเดือน 6500 บาท ค่าแรงขั้นต่ำ 255 บาท อยากทราบว่าผิดกฏมายแรงงานไหม และจะสามารถอ้างอิงกฏหมายข้อใดได้้บ้าง
แล้วพนักงานรายเดือนที่เงินเดือนเกิน 15,000 อยู่แล้ว จะปรับเพิ่มโดยใช้สูตรแบบไหนมาคำนวณคะว่าควรปรับเพิ่มเท่าไหร่ เพื่อไใ่ให้พนักงานรู้สึกเสียกำลังใจ
จริงๆ ก็ใช้สูตรเดียวกันนี่แหละครับ เพียงแต่ปรับตัวคูณ (0.7 ให้เป็น 0.8) หรือให้มากขึ้น ก็จะมีผลกระทบต่อเงินเดือนพนักงานมากขึ้นกว่าเดิมครับ แต่จริงๆ แล้วการปรับตามสูตรนี้ ยังไงก็จะต้องมีพนักงานที่ไม่ได้รับการปรับครับ ดังนั้น ก็ต้องมีพนักงานที่รู้สึกว่าทำไมเราไม่ได้ปรับอยู่บ้างครับ อยู่ที่เราจะสื่อสารและทำความเข้าใจถึงเหตุผลด้วยครับ แล้วค่อยไปปรับตอนขึ้นเงินเดือนประจำปีอีกทีครับผม ให้พนักงานที่มีผลงานที่ดีกว่า ขึ้นในอัตราที่สูงหน่อยเพื่อให้เงินเดือนของพนักงานต่างออกไปตามผลงานของพนักงานอีกทีครับผม
ปริญญาตรี เงินเดือน 12500 หากได้ปรับจะเป็นเงินเท่าไรค่ะ คำนวณคร่าวๆให้ด้วยค่ะ
จะขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ..เนื่องจากลูกน้องจบ ปวส. เงินเดือน 9000 บาทหากปรับแล้วเงินเดือนคงเท่ากันแน่เลย..กำลังใจหายหมดเลย
อาจารย์ช่วยหน่อยนะคะ..ลองคิดตามสูตรแล้วแต่คิดไม่เป็น..ลองคำนวณคร่าวให้หนูด้วยค่ะ เงินเดือน 12500 ป.ตรี ปรับแล้วควรได้เท่าไหร่…
…ขอบคุณค่ะ
ขอถามข้อมูลอัตราแรกจ้างเดิมเท่าไหร่ครับ 6,450หรือเปล่าครับ ส่วนอัตราใหม่ที่ใช้เป็น 9,000 หรือเปล่าครับ เพราะถ้าไม่มีข้อมูลจะคำนวณไม่ได้ครับ
ขอบคุณครับ
อาจารย์คะ รบกวน สอบถามเกี่ยวกับ ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ความหมายรวมกับคนกินเงินเดือน และ รายวัน ใช่ไหมคะ และ ถ้าคนกินเงินเดือนอยู่แล้วแต่ยังไม่ถึงขั้นต่ำ ต้องปรับให้เท่ากับ ขั้นต่ำหรือเปล่าคะ หรือ ขึ้นเฉพาะค่าแรงรายวัน หรือเปล่า คะ รบกวนตอบให้หน่อยนะคะ และถ้าคนกินเงินเดือน 7000 บาท ถ้า 1 เมษายน นี้ จะต้องขึ้นเท่าไร เพราะเขากินเงินเดือน ไม่ใช่ รายวันคะ ขอบคุณมากนะคะ
รายเดือนเองก็ต้องถูกพิจารณาด้วยนะครับ เพราะรายวันเป็นวันละ 300 บาท รายเดือนก็ต้องเอา 300×30 ครับ ก็คือต้องไม่ต่ำกว่า 9,000 บาทต่อเดือนนะครับ
ในกรณีที่บริษัทมีค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 250 บาท และบริษัทปรับเป็นรายได้อื่นให้ 50 บาท
รวมเป็น 300 บาท ตามที่กำหนดค่าแรงขั้นต่ก แต่เวลาคิดโอทีจะคิดที่ 250 บาท ตรงนี้ผิดกฎหมายข้อไหนรึป่าวค่ะ
ผิดแน่นอนครับ เพราะกฎหมายกำหนดค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทครับ ไม่ใช่กำหนดว่ารายได้ขั้นต่ำนะครับ ดังนั้นต้องใช้ 300 เป็นฐานคำนวณครับผม
ที่บริษัทเค้าอ้างแค่ว่า กฎหมายนับแค่วันทำงาน ทำให้หนูงงว่า หนูทำงานเค้าจ่ายเงินเดือนหนูทุกๆสิ้นเดือน สรุปหนูเปนพนักงานประจำหรือรายวันกันแน่ เพราะลองคิดแระ 300×26=7800 เองไม่ใช่9000 อ่ะ
นั่นแสดงว่าบริษัททำไม่ถูกต้องนะครับ ถ้ามีเรื่องฟ้องร้องกัน บริษัทจะเสียเปรียบอย่างมากครับ
เรียนถามอาจารย์ประคัลภ์ค่ะ กรณีที่เราทำการปรับเงินเดือนพนักงานเดิมตามสูตรที่อาจารย์ให้มาเรียบร้อยแล้ว ขอถามว่า
1. พนักงานวุฒิต่ำกว่าป.ตรี ที่เราจะเริ่มจ้างใหม่ตั้งแต่เดือนเมษายนที่มีประสบการณ์ต้องยึดอัตราเท่าไรเมื่อเริ่มจ้าง (ระหว่างรอจัดทำโครงสร้างเงินเดือนใหม่จากข้อมูลการสำรวจอัตราค่าจ้างปี 2555 ของ PMAT) ซึ่งเดิมมีโครงสร้างเงินเดือนอยู่แล้วแต่ไม่สอดคล้องกับกฏหมายใหม่ 300 และ 15,000
2. พนักงานวุฒิป.ตรี ที่เราจะเริ่มจ้างใหม่ตั้งแต่เดือนเมษายนที่มีประสบการณ์ต้องยึดอัตราเท่าไรเมื่อเริ่มจ้าง (ระหว่างรอจัดทำโครงสร้างเงินเดือนใหม่จากข้อมูลการสำรวจอัตราค่าจ้างปี 2555 ของ PMAT) ซึ่งเดิมมีโครงสร้างเงินเดือนอยู่แล้วแต่ไม่สอดคล้องกับกฏหมายใหม่ 300 และ 15,000
ขอคำแนะนำด้วยค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ
วิน
วิธีการดูว่าปริญญาตรีจะต้องเริ่มจ้างที่เท่าไหร่ระหว่างรอข้อมูลสำรวจค่าจ้างนั้น ให้ลองพิจารณาเงินเดือนพนักงานที่อยู่ในวุฒิปริญญาตรี ที่เข้าสูตรปรับผลกระทบครับ
ว่าคนที่เรารับปริญญาตรีเข้ามาล่าสุดนั้นเงินเดือนถูกปรับเป็นเท่าไหร่ ก็น่าจะกำหนดอัตราแรกจ้างปริญญาตรีไว้ที่อัตรานั้นก่อนครับ แล้วค่อยรอผลการสำรวจค่าจ้างปีนี้อีกทีครับ
เช่นเดิมที่เราจ้างปริญญาตรีคนล่าสุดที่ 12,000 บาท หลังจากที่ปรับจาก 6450 เป็น 9000 แล้ว เข้าสูตรไล่ปรับผลกระทบไปเรื่อยจนถึงคนที่ปริญญาตรี 12,000
สมมุติผลการคำนวณออกมาเป็น 13500 ก็แแสดงว่า อัตราปริญญาตรีที่จะต้องเริ่มต้นจ้างเข้ามา ณ วันนี้ ก็คือ 13,500 เท่ากับคนล่าสุดที่เราเพิ่งปรับให้น่ะครับ
พอครบปีคนนี้ก็จะได้รับการปรับตามผลงานหนีขึ้นไปอีกหน่อยครับ
ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สอบเทียบเครื่องมือวัดมา 8 ปีวุฒิ ปวช.เงินเดือน 9000 แต่พอปรับใหม่เป็น 9495 แม่บ้าน 7 ปี เงินเดือน 8150 วุฒิ ป.6 ปรับใหม่เป็น 9320 ความแตกต่างที่น่าประหลาดใจ
ลาออกไปเป็นแม่บ้านดีกว่า
เรียนถามอาจาร์ยค่ะ
ปัจจุบันมีลูกน้องที่จ้างผ่านบริษัทเอเยนซี่ อยู่ 4 กลุ่มงาน
ซึ่งรายได้มีตั้งแต่ค่าแรงขั้นต่ำเดิมจนถึงมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำใหม่ และทั้งประจำกรุงเทพและประจำต่างจังหวัด
คำถามค่ะ
1. ควรทำค่าจ้างใหม่แบบแยกตามกลุ่มงาน หรือ ทำรวมกันค่ะ (งบประมาณแยกกันค่ะ)
2. ในกลุ่มงานเดียวกันสามารถใช้ตัวคูณหลายตัวได้มั๊ย เช่น 0.5 = 3คน 0.7 = 5คน
ตามอายุงานมาก ตัวคูณสูง อายุงานน้อย ตัวคูณน้อย
ขอบคุณค่ะ
jah
ในการคำนวณให้เป็นธรรมที่สุด เราไม่ควรจะแยกกลุ่มงานออกจากกันนะครับ เพราะถ้ากลุ่มงานที่ต่างกัน เคยมีพนักงานที่มีเงินเดือนที่เท่ากันมาก่อน พอแยกกลุ่มงานเพื่อคำนวณ จะเกิดกรณีที่สองคนนี้เงินเดือนจะไม่เท่ากันหลังคำนวณแล้ว ซึ่งผมคิดว่าไม่เป็นธรรมครับ ใครที่ก่อนปรับเคยได้เงินเดือน หรือค่าจ้างเท่ากันมาก่อน หลังปรับก็ควรจะได้เท่ากันอยู่ดีครับ เพราะนี่คือการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำครับ ไม่ใช่ปรับเนื่องจากอายุงาน หรือผลงาน เหตุผลมันคนละส่วนกันครับ
และที่สำคัญก็คือ ในกลุ่มงานเดียวกันเราต้องใช้ตัวคูณตัวเดียวกันทั้งหมดครับ มิฉะนั้นจะเกิดผลแบบที่กล่าวไปก็คือ เดิมพนักงานเคยได้เท่ากันมาก่อน แต่พอหลังคำนวณกลับกลายเป็นว่าได้ไม่เท่ากับไปซะแล้ว ซึ่งก็จะส่งผลต่อความรู้สึกพนักงานในด้านความเป็นธรรมในการปรับครับผม
ขอบคุณครับ
อาจารย์ค่ะ ขอสอบถามหน่อยค่ะ
เท่าที่ทางบริษัทชี้แจ้งคือจะให้พนักงานที่รายได้ขั้นต่ำยังไม่ถึง 300 เซ็นสัญญาจ้างร้ายวัน ก็เท่ากับว่า ทางบริษัทจะต้องจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างจำนวน 7800 (26 วัน)
แต่นายจ้างจะเอางเิงินส่วนนี้ไปคำนวนรวมกับเงินโบนัสในแต่ละปีเพื่อให้จ่ายรายเดือนไม่ถึง 7800 แบบนี้นายจ้างสามารถทำได้ไหมค่ะ
ขอคำแนะนำด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ถ้านายจ้างให้เซ็นเป็นรายวัน และพนักงานยินยอมเซ็นเป็นพนักงานรายวัน ก็ทำได้ครับ เพราะคิดเป็นรายวัน วันละ 300 บาทครับ ทำกี่วันก็คำนวณตามวันที่กำหนด
แต่ถ้าเป็นพนักงานรายเดือน จะคิดแบบนี้ไม่ได้ครับ แบบนี้เท่ากับว่านายจ้างกำลังหาทางเลี่ยงอยู่ เพื่อให้ตนเองมีภาระค่าใช้จ่ายที่น้อยลง แต่ก็คือผิดกฎหมายครับ
ที่อาจารย์บอกว่าคำนวนรายวันนี้
อาจารย์พอจะยกตัวอย่างให้ได้ไหมค่ะ
ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ
ก็ถ้าเป็นพนักงานรายวัน ก็ถือว่าได้ค่าจ้างเฉพาะวันที่มาทำงานครับ ส่วนวันหยุด หรือวันที่ไม่มาทำงานก็ไม่ได้รับค่าจ้างครับ เช่นค่าจ้างวันละ 300 บาท
มาทำงาน 20 วัน ไม่รวมเสาร์อาทิตย์ รวมแล้วพนักงานก็จะได้รับเงิน 6,000 บาท ตอนสิ้นเดือนครับ ย้ำนะครับ ว่านี่คือการคิดเป็นรายวัน
ห้ามไม่ให้ใช้วิธีนี้คิดกับพนักงานที่เราจ้างเป็นรายเดือนนะครับ เพราะผิดกฎหมายแน่นอนครับ
ขอบคุณสำหรับคำตอบนะคะ
เพื่อความยุติธรรมต้องใช้ตัวคูณเดียวกันทุกกลุ่มงาน
jah ลองทำแล้วค่ะทำให้บางกลุ่มงานเกินงบประมาณ
เลยลองตัดค่าคอมมิชชั่นบางส่วนมาลงที่เงินเดือนค่ะ
ซึ่งแต่ละกลุ่มงานคอมมิชชั่นไม่เท่ากันค่ะ มีตั้งแต่ 2000- 5000ค่ะ
ค่าคอมก้อลดลงไม่เท่ากันอีก อย่างนี้เราแยกทำตามกลุ่มงานดีกว่ามั๊ยค่ะ
เพื่อไม่ให้เกินงบ แบบนี้ทำได้หรือเปล่าค่ะ (หัวหน้าบอกว่าให้อยู่ในงบเท่านั้น)
รบกวนอาจาร์ยด้วยค่ะ ต้องพรีเซ้นซ์หัวหน้าวันที่ 10เม.ย ค่ะ ตอนนี้ทำไป 4 Option แล้วค่ะ
ขอบคุณค่ะ
Jah
ถ้าเกินงบ ลองปรับตัวคูณดูสิครับ ไล่ไปตั้งแต่ 0.5 เลยครับ แต่ถ้ายังเกินอีก ก็คงต้องปรับลงไปเหลือ 0.4 ครับ ลองดูนะครับ
ผมอยากรู้ว่าผมเซ็นสัญญาไปเงินเดือน 8800 บาท แต่ถ้าเขาเอาสัญญาจ้างมาอ้าง ถ้าเขาจะไม่ขึ้นให้ โดยที่ผมกก็อยู่ 1 ใน7 จังหวัดที่ต้องขึ้น
สัญญาจ้างที่ไม่ชอบด้วย ก.ม. ถือเป็นโมฆะ ถ้าขั้นต้ำ 300 บาท พนักงานรายเดือนคูณด้วย 30 วัน ได้เท่าไหร่ บริษัทต่องจ่ายให้ตามนั้น หากเริ่มแรก ทำสัญญาจ้างเป็นรายเดือน แต่ถ้าบริษัทขอเปลี่ยนเป็นพนักงานรายวันแทน พนักงานจะเสียประโยชน์ พนักงานรายวัน ใช้จำนวนวันทำงานคูณด้วยค่าแรงที่ได้รับ อีกอย่างพนักงานรายวัน วันไหนมา ได้ค่าแรง ถ้าวันไหนไม่มาก็อดได้ไป
เห็นด้วยครับ ยิ่งไปกว่านั้น การเปลี่ยนแปลงที่ว่า ถ้าทำให้พนักงานเสียประโยชน์จากเดิม ก็ถือว่าผิดกฎหมายแรงงานแล้วครับ
อาจาร์ยครับ
หากผู้ประกอบการจดเป็น ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธุรกิจนวดแผนไทย
จ่ายเงินเดือนเป็นรายเดือนทุกสิ้นเดือน และค่าคอมมิชชั่นทุกวันที่ 15
จะต้องปรับขึ้นเป็น 9000 บาทด้วยหรือไม่ครับ
ปรกติพนักงานนวด จะได้เงินเดือนประมาณ 7000 บาท
และค่าคอมมิชชั่น คือค่าชั่วโมงที่ได้นวดลูกค้าจริงประมาณ 4000-8000 บาทต่อเดือน
และสามารถนำมาคิดรวมกันได้หรือไม่ครับ
โดยปกติก็ต้องปรับเป็น 9,000 ด้วยครับ เพราะเราจ้างเขาเป็นพนักงานรายเดือน ดังนั้นก็คือ 9,000 บาทต่อเดือนครับ
ส่วนค่า commission นั้นเป็นเงินได้อื่น ซึ่งจะไม่สามารถนำเข้ามารวมในฐานเงินเดือนเพื่อบอกว่าเขาได้สูงกว่า ค่าจ้างขั้นต่ำครับ
ปัจจุบัน บริษัททำสัญญาจ้างพนักงานเป็นแบบรายเดือนหมดทุกคน แต่ถ้าหากต้องปรับอัตราค่าจ้างตามที่รัฐบาลกำหนด บริษัทแย่เลยค่ะ เพราะได้ลองคำนวณตามสูตรที่อาจารย์ให้มาแล้ว โดยคิดตั้งแต่ 0.4 – 0.9 ดูแล้วเห็นความแตกต่างมากเลยค่ะ
ทั้งนี้ จะถามอาจารย์ว่า ถ้าหากบริษัทจะทำสัญญาจ้างพนักงานรายเดือนเป็นแบบรายวันทั้งหมด จะมีปัญหาอะไรหรือป่าวค่ะ เพราะอย่างน้อยเงินที่จะปรับก็จะมีอัตราลดลงด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
คิดว่าน่าจะมีปัญหานะครับ เพราะพนักงานเองก็คงจะไม่ยอมด้วย และอีกอย่างก็คือ กฎหมายแรงงานนั้นถ้าพนักงานได้รับอะไรที่น้อยกว่าที่เคยได้ เขาถือว่าเป็นการทำให้พนักงานเสียประโยชน์ ซึ่งก็ถือว่าผิดกฎหมายครับผม ดังนั้นสิ่งที่จะต้องทำก็คือต้องปรับเป็น 9,000 บาทต่่ำสุด และปรับผลกระทบไล่ขึ้นไปครับ ในกรณีที่มีงบประมาณไม่มากนักอาจจะใช้ตัวคูณที่ต่ำลงไปอีกหน่อยก็น่าจะได้ครับ หรือไม่ก็ต้องตัดช่วงของพนักงานที่จะได้รับผลกระทบให้ลดน้อยลงครับ ซึ่งจริงๆ 0.4 ก็น่าจะพอเห็นภาพนะครับ
ของหนูเงินเดือน 9200 จบวุฒิ ปวส ทำงานมา 4 ปี บริษัทจะพิจารณาปรับขึ้นให้หรือเปล่าค่ะ
และอยากถามว่าถ้าไม่ปรับขึ้นให้อีก บริษัทจะผิดกฎหมายหรือเปล่าค่ะ
กรณีของคุณวิมลนั้นถ้าว่ากันตามกฎหมายเลย ไม่ปรับก็ไม่ผิดนะครับ
แต่จะทำให้ความรู้สึกของพนักงานไม่ค่อยดีนัก เพราะว่า มีพนักงานอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเคยได้รับเงินเดือนต่ำกว่ามาก กลับมาได้รับเงินเดือนใกล้เคียงกับเรามากขึ้น
อาจารย์ค่ะ
หากพนักงานรายวัน เค้าทำงาน 12 ชม./วัน เราจะต้องเพิ่มเงินให้เป็น 450 ใช่ไม่ค่ะ ถ้าต่ำกว่า 450 จะผิดกฎหมายหรือเปล่าค่ะ
การทำงาน 12 ชั่วโมงต่อวัน ก็ถึอว่าผิดกฎหมายแล้วนะครับ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ว่า ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวันครับ
ส่วนที่เหลือก็ต้องคิดเป็นทำงานล่วงเวลาไปครับผม
มีคำถามอยู่ 3 ข้อค่ะอาจารย์
1 ทำงานเป็นพนักงานรายเดือนยุ แต่พอค่าแรงปรับขึ้น 300 บาทขึ้นทำให้รายเดือนต้องปรับขึ้น 9000 บาท ด้วย แต่บริัษัทกลับปรับพนักงานรายเดือนให้กลับไปเป็นรายวันโดยไม่ได้เซ็นสัญญาจ้าง หรือ ถามความสมัครใจ สามารถทำได้มั้ยคะ ทีแรกอยู่ในตำแหน่ง Saff เงินเดือน 6700 บาท กลับปรับให้เป็นพนักงานรายวันวันละ 300 บาท
2 คือจ่ายแบบเหมาจ่าย 7800 บาทคือปกติเป็นพนักงานรายเดือนยุแล้วแต่ถูกปรับให้เป็นพนักงานเหมา ไม่ได้ใช้คำว่ารายเดือนใช้คำว่าพนักงานเหมา แต่สวัสดิการเหมือนพนักงานรายเดือนเลย ซึ่งปกติทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ประจำออฟฟิต ใช้คำว่าพนักงานเหมาได้หรอคะ
3 โอที บริษัทเหมาจ่ายOTระดับStsff และพนักงานรายวันจะได้ ชั่วโมงละ 40 ระดับหัวหน้าชั่วโมงละ 60 ทั้งบริษัท ปกติโอทีมันต้อง X ด้วย 1.5 ไม่ใช่หรอคะ สมมุติชั่วโมงละ 38X1.5=57 ก็เท่ากับว่า ระดับStsff และพนักงานรายวัน จะได้โอทีชั่วโมงละ 57 ใช่มั้ยคะถ้าจ่ายแค่ชั่วโมงละ 40 (เหมาชั่วโมงละ 40 ผิดรึป่าวคะ)
3.1 มาทำโอทีวันหยุด ต้องได้ค่าแรงหรือโอทียังงัยคะ ที่บริษัทจ่ายแบบ เหมาจ่ายวันละ 300 บาทเมื่อก่อนเหมาวันละ280 บาท ทำ 8 ชั่วโมง(ทำOTวันอาทิตย์หรือวันหยุดนักขัต)
รบกวนช่วยตอบด้วยนะคะรู้สึกเหมือนโดนบริษัทโกงเลย ขอบคุณมากค่ะ
สิ่งที่ถามมาทั้งหมดนั้น ถ้าจะว่ากันตามกฎหมายตรงๆ ก็คือว่าผิดกฎหมายทั้งหมดเลยครับ ปกติสภาพการจ้างมันไม่ได้เปลี่ยนแปลงกันง่ายๆ นะครับ ยิ่งถ้าเปลี่ยนเป็นพนักงานเสียประโยชน์ลงจากเดิม แบบนี้ถือว่าผิดกฎหมายแน่นอนครับ ลองหารือกับฝ่ายบุคคลดูนะครับ โดยปกติถ้าเป็นการจ่ายโดยการเหมาจ่ายจริงๆ ยังไงก็ต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ดีนะครับ ไม่ได้แปลว่าเหมาจ่ายแล้วเราจะจ่ายต่ำกว่าได้นะครับ เรื่องของการทำงานล่วงเวลาก็เช่นกันนะครับ ถ้าเป็นรายเดือน ทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติ ก็ได้ 1.5 เท่า ส่วนล่วงเวลาในวันหยุดก็ 3 เท่าครับ
ผมไม่แน่ใจว่า บริษัทมีปัญหาเรื่องของการเงินหรือเปล่านะครับ เพราะการปรับค่าจ้างครั้งนี้ทำเอาหลายๆ บริษัทเกือบเจ๊งกันเลยนะครับ บางบริษัทถึงกับปิดตัวเลยก็มีครับ ดังนั้นถ้านายจ้างคุยกับพนักงานอย่างตรงไปตรงมาว่ามีปัญหาเรื่องการเงิน เราก็ปรับบางส่วนก่อนก็ได้ แล้วค่อยๆ ปรับในแต่ละปี เพื่อให้ค่าจ้างค่อยๆ ขยับเข้าสู่ระดับที่แข่งขันได้ในภายหลังก็ได้ครับ เพียงแต่ก็ต้องไม่ผิดกฎหมายตั้งแต่แรกครับ
ขอบคุณครับ
โรงงานอยู่ในจ.อยุธยา ซึ่งยังไม่มีผลต่อการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300.- บาท/วัน แต่มีบางบริษัท ปรับค่าจ้างขั้นต่ำไปแล้ว 40 % ทำให้พนักงานมีปฏิกริยาทั้งในใจและภายนอก
ขอคำแนะนำควรทำอย่างไรดีค่ะ
Tas
ผมเองก็มีลูกค้าอยู่อยุธยาเยอะครับ มีบางแห่งก็ปรับไปรอ 300 บาทไว้แล้ว เพราะในกฎหมายระบุไว้ว่าในปี 56 จะต้องเป็น 300 บาททั่วประเทศ ก็เลยปรับไปก่อนเลย จะได้ไม่ต้องปรับบ่อยๆ ครับ สิ่งสำคัญก็คือ การสื่อความให้เข้าใจกันทั้งสองฝ่ายระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างครับผม
ขอบคุณมากค่ะ คำแนะนำของอาจารย์ทำให้มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย ^ ^
เรียน อาจารย์คะ
มีคำถามเรียนขอคำแนะนำจากอาจารย์ดังนี้ค่ะ
พนักงานรายวัน ถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่มค่ะ
คือ เดิม 250บาท/วัน ให้เปลี่ยนเป็น 350บาทต่อวันค่ะ
และ อีกกลุ่มคือ 290 บาท/วัน ให้เปลี่ยนเป็น 390บาทต่อวัน
ซึ่งทำให้ฐานของพนักงาน 390 บาท/วัน สูงมาก เป็น 11700 บาทต่อเดือน
ดังนั้นเค้าเลยใช้ ตัวคูณที่ 0.2 แบ่งคิดเป็น 2 ส่วน
ถ้าเป็นแบบนี้ คนที่ปรับ เป็น 350 บาท และ กระแทกตัวคุณที่0.2 จะเสียเปรียบมาก
ใช่มั๊ยอ่ะคะ
แล้วอย่างนี้ หนูจะแก้สถานการณ์อย่างไรดี…
ที่คิดไว้คือ ให้ปรับดังนี้ค่ะ 350 บาท และ 376 บาท ด้วยตัวคูณ 0.65
ตามอาจารย์แนะนำ ซึ่งมองแล้วได้ผลและยุติธรรมกว่า
แต่ติดตรงที่ 390 บาท ได้ประกาศออกไปแล้ว
อยากถามอาจารย์ว่าต้องแยกคิด 2 ฐานแล้วป่ะคะ แล้วต้องใช้ตัวคูณอะไรดีอ่ะคะ แล้ว 0.2 ต่ำไปรึป่าวอ่ะคะ
ขอบคุณค่ะ
ผมลองเอาค่าจ้าง 250 บาทเดิม และกำหนดค่าจ้างใหม่ให้เป็น 350 บาท จากนั้นก็ใช้ตัวคูณที่ 0.7 ลองคำนวณดู ปรากฎว่า พนักงานที่ได้รับค่าจ้างที่ 250 ก็จะถูกปรับเป็น 350 ตามที่กำหนด
ส่วนพนักงานที่ได้รับ 290 บาท ก็จะถูกปรับเป็น 378 บาทต่อวันเท่านั้นเองนะครับ ไม่ถึง 390 บาท ดังนั้นการแบ่งพนักงานออกเป็น 2 กลุ่มแล้วแยกคำนวณตามที่ถามมานั้น จะทำให้ค่าจ้างของพนักงาน
เกิดการลักลั่นกันได้ครับ ผมคิดว่าคำนวณทีเดียวไปเลยดีกว่าครับ ตามที่คำนวณมาด้วยตัวคุณ 0.65 ตัวนั้นน่าจะเหมาะสมกว่านะครับ
เพียงตอนนี้บริษัทประกาศไปแล้วหรือยังว่า จะเป็น 390 บาท ถ้าประกาศไปแล้วการที่จะมาเปลี่ยนก็จะกระทบต่อความรู้สึกพนักงานได้ครับ แต่อย่างไรก็ดี ถ้าเรามีเหตุผลเพียงพอที่อธิบายพนักงานได้ ผมก็คิดว่าไม่ผิดอะไรนะครับ เพราะเรายังไม่ได้ให้ เพียงแต่แค่พูดเท่านั้น ถ้าคำนวณออกมาแล้วบริษัทต้องใช้งบประมาณมาก เราก็อาจจะบอกกับพนักงานได้ครับว่า ปีนี้ขอปรับเท่านี้ก่อน ซึ่งจำนวนที่ปรับให้นั้นก็สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมากนัก
ส่วนเรื่องของรายวัน 390 ถ้าเป็นพนักงานรายวัน ก็คิดเป็นวันทำงาน ผมคิดว่าไม่น่าถึง 30 วันนะครับ (ถ้าเขามีสภาพเป็นพนักงานรายวันนะครับ) แต่ถ้าคิดเป็นรายเดือน แน่นอนครับ ก็จะสูงตามที่คำนวณมาครับผม
ทางที่ดีก็คือคำนวณตามสูตรโดยใช้ฐานเดียว ไล่ปรับผลกระทบขึ้นไปครับ แล้วเราจะได้คำตอบว่า 290 บาทควรจะปรับขึ้นไปเท่าไหร่ดี ไม่ควรแยกพนักงานออกแล้วปรับเป็น 2 กลุ่มครับ
เรียน อาจารย์คะ
บริษัทประกาศปรับรายวันไปแล้วอ่ะค่ะ เป็น 350 และ 390 เลยทำให้ตอนนี้จะมาปรับพนักงานรายเดือนเป็นเรื่องใหญ่อ่ะคะ
หนูเห็นแล้วว่าถ้าทำ2ฐาน มีข้อครหาแน่ๆ
อยากเรียนถามว่า ถ้าได้ประกาศ ใช้ 390 ไปแล้วเมื่อวันที่7เมษายน (นำไปใช้คิดโอทีต่างๆแล้วด้วยค่ะ) แล้วหนูจะปรับลงมาเป็น370 จะผิดกฎหมายมั๊ยอ่ะคะ
ถ้าประกาศไปแล้ว และมาลดลงทีหลังก็คงจะเรียกได้ว่าผิดกฎหมายครับ เพราะพนักงานได้รับผลประโยชน์ที่น้อยลงกว่าที่เคยได้ แต่ทางออกก็น่าจะเป็นการคุยกับพนักงานและให้พนักงานลงนามยินยอมน่ะครับ โดยให้เหตุผลที่เหมาะสม เพื่อให้พนักงานเข้าใจให้มากที่สุดครับ เพราะอย่างไรเราก็ยังให้มากกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ เพียงแต่เราให้ไปแล้ว ก็เลยต้องเป็นการขอความยินยอมจากพนักงานครับ
ถ้าไม่ได้จริงๆ และบริษัทยังอยากปรับให้เป็น 370 บาท ก็คงต้องใช้วิธีการเอา 20 บาทออกมาจ่ายเป็นค่าอื่นไปครับ และให้ทำสัญญาเฉพาะกับพนักงานกลุ่มนี้เท่านั้น ส่วนคนใหม่ที่เข้ามาก็เข้าระบบปกติคือ 370 บาทครับ และถ้าเขาทราบทีหลัง ก็ให้เหตผลว่าเราเลิกก้อนนั้นไปแล้ว ที่คนเก่าได้ 20 บาทก็เพราะเป็นคนเก่า แต่ค่าจ้างเขาก็ยังคงอยู่ที่ 370 เท่ากัน จากนั้นก็คงต้องใช้เวลาเข้าช่วยแล้วล่ะครับ
ขอบคุณค่ะ อาจารย์ 🙂
ในกรณีที่จบ ปวสเงินเดื่อนปัจจุบันอยู่ที่ 9000 ซึ่งทำงานมา 1ปีแล้วถ้าบริษัทปรับค่าแรงขั้นตำ่ 300 บาทแล้วพนักงานที่จบ ปวส ที่เงินเดือนอยู่ที่ 9000 จะต้องมีการปรับเพื่อรักษา gap หรือระยะห่างของเงินเดือนพนักงานเก่าและไหม่หรือไม่
และพนักงานที่จบ ปวสทำงานมา 5 ปี และเงินเดือนสูงแล้วต้องปรับตามค่าแรงขั้นต่ำหรือป่าวและถ้าปรับจะมีวิธีการปรับยังไงเพื่อรักษาช่องว่างระหว่างพนักงานรายวันกับพนักงานรายเดือนคับ
ควรจะมีการปรับเพื่อรักษา gap ครับ สูตรที่ผมให้ไว้ นั้นก็คือ เป็นแนวทางในการคำนวณปรับค่าจ้าง เพื่อรักษา gap ของพนักงาน เพียงแต่ Gap มันจะแคบลงไปบ้างตามตัวคูณที่เราใช้ครับ
ถ้าเราไม่มีการปรับคนที่เดิมเคยได้ 9,000 แปลว่า คนใหม่ คนเก่าที่มีประสบการณ์ทำงานมาแล้ว ก็ได้เงินเดือนเท่ากัน ซึ่งก็ไม่ค่อยเป็นธรรมสักเท่าไหร่ และจะทำให้พนักงานขาดแรงจูงใจในการทำงาน
แล้วก็ไปหางานใหม่แน่นอนครับ
เรียนอาจารย์ครับ อยากทราบว่าถ้าสัญญาลูกจ้างเป็นแบบรายวัน คือวันไหนมาทำงานก็ได้เงินไม่มาก็ไม่ได้เงิน นายจ้างต้องจ่ายเงินประกันสังคมให้รึป่าวครับ หรือว่าเรากับนายจ้างต้องจ่ายทั้งคู่ แล้ววิธีคำนวณการจ่ายประกันสังคมคิดอย่างไรครับ สมมุติเดือนนึงผมทำงานประมาณ 20 วันค่าแรง 300 บาทต่อวัน
ได้ประกันสังคมสิครับ ก็หักกันเป็นรายวันไปวันไหนได้ค่าจ้างก็หักประกันสังคมน่ะครับ (วิธีคิด) ครบเดือนก็จ่ายประกันสังคมตามที่พนักงานได้รับค่าจ้างครับผม
เรียนอาจารย์ คือว่าผมได้นำเสนอการปรับขึ้นค่าแรง 300 ให้กับผู้บริหารแล้ว ส่วนเ่รื่องการปรัปค่าผลกระทบของพนักงานเก่าผมก็ได้นำเสนอไปเหมือนกัน แต่ว่าผมต้องการข้อมูลตัวอย่างของการปรับขึ้นของบริษัทอื่นเพื่อนำไปอ้างอิงจะได้ประกอบการพิจารณาของผู้บริหารผมจะหาได้ที่ไหนบ้างครับ
ตัวอย่างของที่อื่น ผมคิดว่าคงหาไม่ได้แน่นอนครับ เพราะปกติ ก็ไม่ค่อยมีที่ไหนที่เขาเปิดเผยเรื่องของเงินเดือนกันอยู่แล้วครับ สิ่งสำคัญก็คือ ปรับผลกระทบแล้ว สิ่งที่ต้องพิจารณาก็คือ พนักงานที่ทำงานอยู่นั้นยังคงได้รับความเป็นธรรมในแง่ของการจ่ายค่าจ้างเงินเดือนอยู่หรือไม่ คนเก่า ได้น้อยกว่า หรือเท่ากับคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาหรือไม่ เป็นต้นครับ
อยากทราบว่าถ้าเป็นพนักงานรายเดือนมีวิธีคำนวณค่าแรง40%ยังไงค่ะ(สงขลา)
ไม่ทราบว่าพอจะใส่รายละเอียดในคำถามให้มากกว่านี้ได้มั้ยครับ เพราะผมไม่เข้าใจประเด็นที่ต้องการจะถามน่ะครับ รบกวนด้วยนะครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์ ขอรบกวนถามอีกนิดนะคะ
อย่างที่ได้ถามอาจารย์ไปหลายข้อ ก็จะเห็นแล้วว่าโดยรวมแล้วบริษัทที่พรทำงานอยู่ทำผิดกฏหมายอย่างชัดเจน ทีนี้อยากจะถามอาจารย์ว่า พอจะมีวิธีที่จะทำให้บริษัทถูกตรวจสอบได้มั้ยคะโดยที่ไม่กระทบกับงานตัวเองอ่ะค่ะ เพราะพรก็ทำงานกับบริษัทมานานพูดถึงว่าก็รักบริษัทอยู่แต่การที่บริษัท จ่ายเงินเดือนไม่ถูกต้องมาเป็นเวลานานทำให้พนักงานหลายกลุ่มกำลังเดือดร้อนแล้วทะยอยลาออกกันไปบ้างแล้ว พรแค่อยากจะให้บริษัทโดนตรวจสอบ และทำให้ถูกต้องอย่างที่สำควรจะเป็นอ่ะค่ะ เห็นใจเพื่อน ๆ พนักงานด้วยกันและตัวเองด้วย เพราะตอนนี้ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็เยอะพอสมควรส่วนเงินเดือนที่คาดหวังว่าจะขึ้นตามกฏหมายแรงงานกำหนด คือ 9000 กลับได้แค่ เดือนละ 7800 บาท ซึ่งขอบอกว่าพรเองเป็นพนักงานรายเดือนไม่ใช่รายวันค่ะ เงินเดือนน้อยกว่าพนักงานรายวันซะอีก พนักงานรายวันที่บรรจุแล้วได้เงินเดือนวันละ 302 บาท ขึ้นไป กรณีที่บรรจุแล้วนะคะ ลอง 305 X 26 แล้ว รายวันได้เงินเดือนเยอะกว่าพนักงานรายเดือนซะอีก ซึ่งอายุงานก็ต่างกัน ลักษณะงานก็ต่างกัน ส่วนรายเดือน 300 X 26 ไม่แฟร์เลยค่ะ
รบกวนอาจารย์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
จะทำอย่างที่ว่าจริงๆ หรอครับ คือ ให้บริษัทถูกตรวจสอบโดยแรงงาน จริงๆ ทางแรงงานเองเขาก็มีโครงการที่จะออกตรวจสอบนายจ้างที่ทำผิดกฎหมายอยู่แล้วนะครับ เพราะนี่เป็นเรื่องที่เร่งด่วน เพียงแต่กำลังคนของทางแรงงานอาจจะไม่เพียงพอที่จะทำได้อย่างรวดเร็ว ผมคิดว่าสักพัก ทางนายจ้างจะเริ่มเห็นปัญหาว่า พนักงานมีการลาออกไป และหาพนักงานใหม่เข้ามาทำงานยากขึ้น เพราะเรื่องค่าจ้างที่จ่ายนี่แหละครับ ซึ่งก็จะทำให้เขาเริ่มคิดที่จะปรับให้เกิดความยุติธรรมมากขึ้นเอง แต่วิธีนี้ต้องใช้เวลานานหน่อย พนักงานเองอาจจะไม่ทันใจก็ได้ ผมคิดว่าน่าจะคุยกับทางนายจ้างตรงๆ จะดีกว่านะครับ ว่าผิดกฎหมายอย่างไร ถ้าเกิดมีการฟ้องร้องกันขึ้นจะไม่คุ้ม เพื่อเป็นการจูงใจโน้มน้าวให้นายจ้างยอมปรับค่าจ้างให้ยุติธรรมมากขึ้น จากนั้นค่อยหันมาใช้วิธีการบริหารงานเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีขึ้นจากพนักงานจะดีกว่า ทั้งนี้เพื่อให้คุ้มค่ากับค่าจ้างที่สูงขึ้นนั่นเองครับ
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ สำหรับคำแนะนำ
เรื่องเก่ายังไม่เคลียร์เรื่องใหม่มาอีกแล้วค่ะอาจารย์ ^ ^
ตอนนี้บริษัทพึ่งจะประกาศเวลาการมาทำงานออกมาค่ะให้เข้างานตั้งแต่ (08.00 – 17.40 น.) ถ้ากรณีที่มี OT ให้พัก 20 นาที แล้วเริ่ม start OT ที่ 18.00 เป็นต้นไป จากที่เคยทำ
จ – ส ก็เปลี่ยนมาเป็น จ – ส หยุดวันเสาร์เพิ่มเดือนละ 2 วัน อย่างนี้นี่ ผิดกฏหมายมั้ยคะอาจารย์หนูปวดหัวไปหมดแล้ว ส่วนเรื่องการจ่ายเงินเดือนและ OT ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงค่ะ OT ยังเป็นชั่วโมงละ 40,ระดับหัวหน้า 60 และพนักงานรายเดือนยังได้เงินเดือน 7800 อยู่เหมือนเดิมค่ะ “T_T”
น่าเห็นใจจริงๆ นะครับ ปัญหาเก่ายังไม่เคลียร์ ก็เกิดประเด็นใหม่ขึ้นมาอีก ประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงเวลาทำงานนั้น ต้องระวังนะครับ ถ้าว่ากันตามกฎหมายล้วนๆ เขากำหนดไว้ชัดเจนมากครับว่า
ทำงานไม่เกินวันละ 8 ชั่วโมงครับ ซึ่งจากเวลาที่เขียนมานั้น เกิน 8 ชั่วโมง แต่ก็มีบางบริษัทที่ทำแบบนี้ แต่ก็ให้พนักงานลงนามยินยอม เพราะเขาต้องการที่จะลดวันทำงานในวันเสาร์ลง 1 วัน ก็เลย
ไปเพิ่มเวลาทำงานในวันธรรมดา ซึ่งก็มีหลายแห่งเขาทำกันนะครับ
ลองคำนวณเวลาทำงานเป็นสัปดาห์ดูสิครับว่า เกิน 48 ชั่วโมงหรือไม่ ถ้าเกิน ก็ผิดนะครับ แต่เท่าที่ผมดูคร่าวๆ แล้ว ผมว่าพนักงานได้เปรียบนิดๆ นะครับ เรื่องโอทีนั้น ต้องคิดจากฐานเงินเดือนเป็นหลักนะครับ
ถ้าอัตรา 40 บาท 60 บาทที่กำหนดไว้นั้น น้อยกว่าการคำนวณจากอัตราเงินเดือนของพนักงานคนนั้น ก็ถือว่าผิดกฎหมายอีกเช่นกันครับ
คงต้องทำให้ทางนายจ้างเห็นปัญหาในระยะยาวบ้างนะครับ ไม่งั้นในกรณีที่ทำผิดกฎหมายไปนานๆ เข้า บริษัทจะมีปัญหามาก ถ้ามีพนักงานไปฟ้องร้องนะครับ
สู้ๆ นะครับ
ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ (ตอนนี้กลุ้มใจมาก ๆ เลย)
สวัสดีครับอาจารย์รบกวนปรึกษาเรื่องค่าแรงขั้นต่ำหน่อยครับ ผมทำงานเป็นพนักงานขายทางโทรศัพท์แห่งนึง เงินเดือนคือ 7000 บาท ถ้ายอดขายถึงประมาณ 170000 ผมจะได้เงินพิเศษ 1000 บาท แล้วก็ยังมีค่าคอมมิชชั่นคิดตามเรทอีกต่างหากต่อเดือนประมาณ 1000 ถึง 7000 ของทุกเดือน ผมอยากจะทราบว่า
1. บริษัทสมควรปรับค่าแรงขั้นต่ำจาก 7000 เป็น 9000 ตามที่รัฐบาลประกาศหรือไม่หรือไม่ แล้วถ้าไม่ปรับขึ้นผิดหรือถูกครับ
2. ทางบริษัทชี้แจงว่าไม่ขึ้นให้เพราะรายได้รวมของผมเกิน 9000 บาท แต่จะขึ้นให้สำหรับพนักงานที่มีเงินเดือนรวมกับค่าคอมไม่ถึง 9000 ซึ่งมีจำนวนน้อยมากบริษัททำแบบนี้ผิดหรือถูกครับ
รบกวนอาจารย์ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
จริงๆ แล้วอัตราขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดต้องเป็น 9,000 บาทครับ เพราะลองดูเงินเดือนเก่าสิครับ ตอนนั้นขั้นต่ำอยู่ที่ 215 ต่อวัน ต่อเดือนก็คือ 6,450 บาท แต่ทางคุณได้ 7,000 ซึ่งก็ถือว่าสูงกว่าขั้นต่ำเดิม
แต่พอมาปรับใหม่ กลับไม่ให้สูงกว่า 9,000 แบบนี้ก็ถือว่าเลี่ยงกฎหมายครับ ตัวกฎหมายเขียนชัดว่า เป็นค่าจ้างมูลฐานขั้นต่ำครับ ไม่ใช่รายได้รวมครับผม
ส่วนเรื่องของ commission นั้นเป็นเงินที่ตอบแทนผลงานมากกว่าครับ ทำมากก็ได้มาก เป็นเงินจูงใจผลงานครับ ถ้านายจ้างต้องการทำให้ถูกกฎหมายในกรณีที่มีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป สิ่งที่ผมแนะนำให้หลายที่ทำก็คือ ปรับสัดส่วนของรายได้ใหม่ก็ได้ ก็คือ ปรับลดค่าคอมมิชชั่นลงหน่อย แล้วไปเพิ่มฐานเงินเดือน ซึ่งถ้าทำแบบนี้ ผมคิดว่าไม่ค่อยมีผลต่อพนักงานขายมากนัก เพราะถ้าเขาอยากได้เท่าเดิม เขาก็ต้องขายให้มากขึ้นนั่นเองครับ
ขอรบกวนถามหน่อยนะคะในกรณีขึ้นค่าแรง300บาทแต่ทางบริษัทนำค่าครองชีพ1000บาทไปรวมคิดเป็นค่าแรงบริษัทผิดไหมคะ
โดยหลักการแล้วก็ไม่ควรจะนำ 1000 บาทเข้ามารวมแล้วค่อยปรับค่าจ้างครับ แต่ถ้าทำจริงๆ ก็ทำได้ครับ เพียงแต่จะทำให้พนักงานรู้สึกไม่ค่อยดี ถ้าไม่มีการชี้แจงถึงเหตุผลว่าทำไมต้องปรับแบบนี้ครับ
แล้วจะมีวิธีคิดใหม่ไหมคะโดยไม่เอาค่าครองชีพไปบวกกับค่าจ้างหนูรบกวนขอสูตรคิดได้ไหมคะเพื่อหนูจะขอคุยกับนายจ้างใหม่
สูตรในการคิดผมได้เขียนไว้ในบทความแล้วนะครับ ใช้สูตรเดียวกันเลยครับ เพียงแต่ไม่ต้องเอาค่าครองชีพเข้ามารวมก็เท่านั้นครับ
ขอบคุณค่ะแต่หนูขอรบกวนอีกข้อนะคะคือหนูไม่เข้าใจตัวคูณ0.7ได้มาจากไหนคะหนูขอที่มาค่ะเพื่อเอาไปเป็นคำอธิบายให้นายจ้างน่ะค่ะ
มันเป็นตัวคูณปรับลดอัตราการปรับค่าจ้างน่ะครับ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทมีงบประมาณมากน้อยสักแค่ไหนครับ ถ้าใช้ตัวคูณยิ่งมากก็จะยิ่งใช้งบประมาณมากขึ้นน่ะครับ ลองหาคำตอบจากบทความเก่าๆ ด้านล่างที่ผมเคยตอบให้กับท่านผู้อื่นดูนะครับ จะมีรายละเอียดที่เคยเขียนไว้มากพอควรครับ ขอบคุณมากครับ
ที่บริษัทให้ฐานเงินเดือน6600บาทแล้ว+ค่าครองชีพ1900บาท+เบี้ยขยัน500บาทรวมเป็น9000บาทอย่างนี้ใช่หรือไม่ บริษัทเอกชนครับสามารถคิดแบบนี้ได้หรือไม่อย่างไรช่วยแนะนำด้วยครับ ถ้าหยุดงานไม่ว่าในกรณีใดๆจะถูกหักเบี้ยขยันที่ให้มาออกแล้วบวกค่าแรงอีก300บาทรวมเป็น800บาทถูกต้องแล้วหรือครับ เคยลงไปถามเขาบอกว่ารวมแล้งเป็น9000บาทหรือเปล่า
ถ้าคำนวณอย่างที่กล่าวมานั้น ถือว่าเลี่ยงกฎหมายนะครับ เพราะกฎหมายถือว่าค่าจ้างขั้นต่ำก็คือ ยังไม่ได้รวมอะไรเลย เป็นค่าจ้างมูลฐานครับผม
ในกรณีอย่างนี้เราแจ้งที่กระทรวงแรงงานให้เอาผิดได้ไหม แต่เราไม่มีหลักฐานอะไรเลยเพราะสลิปเงินเดือนเขาก็ไม่ให้เราไม่สามารถจะทำอะไรได้เลยครับช่วยแนะนำผมหน่อยนะครับ เงินเดือนได้โอนผ่านทางธนาคารให้ครับ
ก็เอาหลักฐานการโอนเงินที่เข้าธนาคารนี่แหละครับ เป็นหลักฐาน เพราะน่าจะชัดเจนที่สุดแล้วว่าเป็นสิ่งที่บริษัทโอนเข้ามาให้ตามระบบ ซึ่งน่าจะตรวจสอบได้ไม่ยากครับ
เรียนอาจารย์ พนักงานที่ได้รับค่่าแรงงานขั้นต่ำ 4400/เดือน คิดตามสูตรแล้วยังไม่ได้อะไรเลยค่ะ จะปรับอย่างไรดีคะ ( ไม่รวมเซอร์วิส โอ ที อาหาร )
ไม่ทราบทางคุณ sirinart มีรายละเอียดหรือเปล่าครับ เนื่องจากถ้าคิดตามสูตรจริงๆ แล้ว ค่าจ้าง 4,400 บาท ถ้าทำงานในกทม และมีการปรับตามขั้นต่ำ 300 บาท จะต้องได้อย่างต่ำ 9,000 บาทต่อเดือนนะครับ เพราะเรากำลังปรับคนที่ไม่ถึง 9,000 ไปที่ 9,000 และมีการปรับผลกระทบให้กับคนที่ได้มากกว่านั้นตามลำดับด้วยครับ พอจะมีตัวอย่างหรือไม่ครับ เพราะจะได้อธิบายให้ชัดเจนขึ้นได้มากกว่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ
การคิด ค่าล่วงเวลา ต้องนำค่าตำแหน่ง รายได้อื่น มารวมคิดด้วยมั้ยคะ ถ้าไม่เอามารวมถือว่าผิดมั้ยคะ
ปกติการคิดค่าล่วงเวลาจะเอาแค่เงินเดือนครับ เงินอื่นๆ ที่มีให้ไม่ได้นำเอามาคิดครับผม และไม่ถือว่าผิดนะครับ เพราะส่วนใหญ่เขาก็คิดกันแบบนี้ครับ และกฎหมายก็เขียนชัดว่าค่าล่วงเวลาให้ใช้ฐานเงินเดือนในการคิดครับ
เรียนอาจาร์ยค่ะ หนูอยู่จังหวัดตรังจะสอบถามการคิดค่าจ้างค่ะ ตอนนี้มีการจ้างเป็นรายเดือนค่ะแต่การคิดค่าจ้างหารเป็นรายวันใช้ 26 หาร ซึ่งทำให้ค่าจ้างสูงจากขั้นต่ำแบบนี้ถูกหรือเปล่าค่ะ และได้สอบถามทางหัวหน้าว่าจะมีการปรับเพื่อรองรับ 300 บาทหรือเปล่าแต่ได้รับคำตอบว่าไม่ต้องเพราะการคิดค่าจ้างให้เอาเงินเดือน+เบี้ยขยัน(ไม่ได้ทุกคนนะคะ)+ค่าคอมฯแล้วก็สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำแล้ว อย่างนี้ผิดไหมค่ะ รบกวนอาจาร์ยตอบด้วยหนูหรือต้องอ้างกฏหมายข้อไหน
ขอบคุณค่ะ
โดยปกติแล้วค่าจ้างขั้นต่ำจะไม่รวมเอาค่าจ้างอย่างอื่นเข้ามานะครับ ต้องเป็นค่าจ้างขั้นต่ำเลยครับ สิ่งที่สำคัญก็คือ กฎหมายแรงงานไทยให้อะไรไปแล้วลดลงกว่าที่ให้ไม่ได้
ดังนั้นถ้าเดิม เราเคยได้ขั้นต่ำตัวเก่า แล้วก็บวกด้วยเบี้ยขยัน หรือ ค่าคอมอยู่ด้วย แปลว่า เมื่อปรับค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ ก็ต้องเปลีย่นเฉพาะอัตราค่าจ้างขั้นต่ำให้สูงขึ้นครับ
ส่วนค่าจ้างอื่นที่เคยให้ นั้น ไม่ให้เอาเข้ามารวมเพื่อคิดค่าจ้างใหม่นะครับ ถือว่าผิดกฎหมายครับ
และอีกข้อก็คือ จำนวนวันต้องหารด้วย 30 ครับ ถ้าคิดเป็นรายวัน หรือถ้าคิดจากรายวันเป็นรายเดือน ก็ต้องคูณด้วย 30 เท่านั้นครับ
พนักงานกำลังจะครบสัญญาการจ้างอีก 2เดือนข้างหน้า แต่ผลกานทำงาน ไม่เป็นที่พอใจ ผม สามารถเลิกจ้างโดยไม่ต่อสัญญาการจ้างได้มั้ยครับ ผม ต้องมีเสียค่าชดเชยให้พนักงานในการเลิกจ้างเมื่อสิ้นสุดสัญญามั้ยครับ และจะผิดกฎหมายมั้ยครับในกรณีนี้
โดยปกติถ้าเราจ้างพนักงานแบบเป็นสัญญาจ้างที่มีเวลาแน่นอนว่าจากวันไหนถึงวันไหน พอถึงวันที่จบสัญญาแล้ว เราไม่ต้องต่อก็ได้ครับ โดยไม่ต้องเสียค่าชดเชยใดๆ ครับ แต่กฎหมายบอกว่าจะต้องเป็นงานที่มีระยะเวลาแน่นอนเริ่มเมื่อไหร่จบเมื่อไหร่ ไม่ใช่เราไปเอางานประจำมาทำเป็นสัญญาจ้าง แบบนี้ถ้าเกิดการฟ้องร้องกัน ก็น่าจะแพ้ได้ เพราะถือว่าเป็นการเอาเปรียบลูกจ้างครับ
ปกติงานออฟฟิสจะเขียนเป็นสัญญาจ้างแบบระบุวันเริ่ม และสิ้นสุดการจ้างได้มั้ยครับ แต่ต้องทำครบ 1ปีจึงสามารถลาออกหรือไม่ต่อสัญญาได้ถ้าต้องการ
จริงๆ งานทุกอย่างสามารถทำเป็นสัญญาจ้างที่แน่นอนได้ เพียงแต่ต้องเป็นงานที่ีมีจุดเริ่มต้น และการสิ้นสุดของงานที่ชัดเจนครับ และมีการระบุไว้ในสัญญาจ้างที่ชัดเจนด้วยนะครับ บางองค์กรก็จ้างพนักงานเป็นสัญญาจ้างเข้ามาดำเนินการเรื่องการจัดเก็บเอกสาร เพราะเอกสารเยอะมาก ต้องใช้คนเข้ามาช่วยทำ ก็กำหนดเป็นระยะเวลาที่แน่นอนได้ครับ พองานเสร็จ หรือ สัญญาจบตามเวลา ก็ถือว่าเป็นการจบสัญญาจ้างครับ
พนักงานต้อนรับและทำเอกสารธุรการบ้าง มีสัญญาการจ้าง ให้นายจ้าง1 ปี และสามารถต่อสัญญาได้แล้วแต่ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน ในกรณีที่หัวหน้า ไม่พอใจการทำงาน เมื่อครบสัญยาการจ้าง1ปี หัวหน้าสามารถเลิกจ้างไม่ต่อสัญญาได้มั้ยค่ะ ต้องเสียค่าชดเชยอะไรให้พนักงานบ้างค่ะ
ถ้าสัญญาเขียนไว้ชัดเจน และเป็นงานที่เป็นงานแบบมีระยะเวลาสิ้นสุดจริงๆ (ไม่ใช่เจตนาจะเลี่ยงกฎหมาย เพื่อจะไม่จ่ายค่าชดเชย) กรณีมีสัญญาจ้างแน่นอน ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยครับผม
เคยค่าแรงวันละ350 บาทถ้าปรับไปเป็นรายเดือนคิดยังไงค่ะ
คิดง่ายๆ โดยการคูณ 30 เลยครับ เป็นหลักมาตรฐานครับผม