บริษัทมีปัญหาแต่ก็ยังช่วยพนักงาน

ผมได้มีโอกาสคุยกับผู้บริหารของตัวแทนจำหน่วยรถยนต์แห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่นี้ จนในระยะนี้ถึงอีกประมาณ 4-5 เดือนข้างหน้าจะไม่มีรถขาย ซึ่งเป็นผลทำให้บริษัทขาดรายได้จากการขายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่เชื่อมั้ยครับว่า ผู้บริหารของบริษัทไม่คิดที่จะทิ้งพนักงาน แต่กลับคิดว่าจะช่วยเหลือพนักงานอย่างไรในช่วงที่ไม่มีรายได้เข้าบริษัท ซึ่งพนักงานขายแต่ละคนก็ไม่มีรายได้หลักนั่นก็คือ คอมมิชชั่น

บริษัททั่วไปถ้าขายของไม่ได้ ก็ไม่มีรายได้ พอไม่มีรายได้ ก็ไม่มีค่าคอมมิชชั่นจะจ่ายให้กับพนักงานขาย ผลก็คือพนักงานขายมือดีๆ ก็ลาออกไปขายที่อื่นแทน พอบริษัทฟื้นคืนชีพกลับมา ก็ขาดพนักงานขายมือดีไป ต้องมานั่งสรรหาคัดเลือก และต้องมาฝึกอบรมกันอีกยกใหญ่กว่าจะกลายเป็นพนักงานขายมือดีได้

แต่สำหรับองค์กรนี้ ผู้บริหารมองไกลครับ เขาเห็นศักยภาพในตัวพนักงานขายแต่ละคน และไม่อยากให้ออกไปไหน เพราะเมื่อถึงเวลาก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ดังนั้นในช่วงเวลานี้ บริษัทก็ได้ออกมาตรการช่วยเหลือพนักงานขายกลุ่มนี้เพื่อให้มีรายได้พอที่จะเลี้ยงชีพได้ โดยไม่สนว่าบริษัทจะไม่มีรายได้จากการขายเลย โดยมีมาตรการดังนี้ครับ

  • ให้เงินช่วยเหลือในการขายในช่วงที่ไม่มีรถจะขาย หรือพูดง่ายๆ ว่า มีการการันตีค่าคอมมิชชั่นไว้ในอัตราหนึ่ง เช่น เดือนละ 3,000 บาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือให้พนักงานพอมีรายได้ที่จะสามารถเลี้ยงชีพในช่วงนี้ได้ แม้ว่าจะไม่มียอดขายเข้ามาก็ตาม ซึ่งรวมๆ พนักงานขายทุกคนแล้วเรียกได้ว่าเยอะอยู่ แต่บริษัทเล็งเห็นศักยภาพของพนักงาน และผลงานของพนักงาน ในช่วงดีๆ เขาก็ขายให้เราอย่างเต็มที่ พอช่วงที่บริษัทเรามีปัญหา เราจะไม่ช่วยเหลือก็กระไรอยู่ จริงมั้ยครับ และอีกอย่างก็คือ ต้นทุนในการพัฒนาพนักงานที่เข้ามาทำงานใหม่ จนทำงานได้นั้นมันสูงกว่าเงินที่บริษัทจ่ายให้ในช่วงนี้มากมายครับ
  • นอกจากนี้ ทางบริษัทยังไปช่วยเจรจากับสถาบันการเงินที่พนักงานไปมีหนี้อยู่ให้ช่วยออกมาตรการยืดการผ่อนชำระหนี้ด้วย กล่าวคือ พนักงานขายพอมีรายได้น้อยลง แต่ภาระที่มีอยู่ไม่ได้น้อยลงเลย ถ้าไม่มีรายได้จากค่าคอมมิชชั่น ก็จะไม่พอที่จะจ่ายหนี้ที่ทำไว้ บริษัทก็เลยแต่งตั้งตัวแทนให้ไปเจรจากับสถาบันการเงิน เพื่อให้สถาบันการเงินพิจารณายกเว้นการผ่อนชำระหนี้ออกไปสักเล็กน้อย ซึ่งผลที่ได้ก็คือ สถาบันการเงินยอมที่จะยกเว้นการผ่อนชำระให้ 3 เดือน โดยให้กับพนักงานของบริษัทนี้เท่านั้น

จากมาตรการสองข้อดังกล่าว ก็ได้ช่วยชะลอการลาออกของพนักงานขายมือดีไปได้พอสมควรเลยครับ พนักงานเอาก็เข้าใจในสถานการณ์ของบริษัท จะลาออกไปศูนย์อื่น เขาก็ไม่มีมาตรการนี้ แถมยังไม่มีรถให้ขายเช่นกัน ประกอบกับความจริงใจ และใจดีของผู้บริหารระดับสูง ก็เลยทำให้พนักงานมีกำลังใจ และอยู่ทำงานต่อ รวมทั้งยังพยายามที่จะช่วยทำงานอย่างอื่นไปพลางๆ ระหว่างที่ไม่มีรถขาย

ผมไปเห็นบรรยากาศในบริษัทเขาแล้วรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย พนักงานยังคงมีแรงจูงใจในการทำงาน มีความกระตือรือร้นที่จะคิด จะทำโครงการใหม่ๆ เช่น โครงการช่วยเหลือรถของประชาชนที่จมน้ำ โดยจัดให้มีส่วนลดพิเศษ เป็นต้น ซึ่งก็เป็นการใช้ความสามารถขององค์กรให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนด้วย อาจจะมีการเก็บรายได้บ้าง เพื่อให้องค์กรอยู่รอดได้ แต่ก็เก็บในอัตราไม่สูงมาก สมเหตุสมผล

ผมได้ยินผู้บริหารเล่าให้ฟังแบบนี้ก็รู้สึกดีใจแทนพนักงานที่มีผู้บริหารที่เอาใจใส่พนักงานอย่างจริงใจ พอไปคุยกับพนักงาน พนักงานเองก็ตอบมาอย่างไม่ลังเลเลยว่า เขายินดีที่จะช่วยเหลือบริษัททุกอย่าง และยินดีที่จะทุ่มเททำงานให้กับบริษัทอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ก็เพราะผู้บริหารที่มีความจริงใจต่อพนักงานนี่แหละครับ

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑