วันนี้เราลองมาดูความเชื่อ ของผู้บริหารในอดีตว่าเขาคิดกันอย่างไรกับงานบริหารทรัพยากรบุคคล ซึ่งบางอย่างก็ยังคงเชื่อถือกันมาจนถึงปัจจุบัน แต่บางอย่างก็เริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป
- อดีต: เชื่อว่าฝ่ายบุคคลไม่จำเป็นต้องมีในบริษัท จะว่าไปฝ่ายบุคคลน่าจะเป็นฝ่ายงานที่เกิดขึ้นในยุคหลังๆ ด้วยซ้ำไป ในอดีตนั้น การตั้งบริษัทส่วนใหญ่ผู้บริหารจะเน้นไปที่เรื่องของการผลิต และการขาย ทำอย่างไรให้ขายได้ และมีกำไรมากที่สุด ก็เลยมุ่งเน้นไปที่หน่วยงานที่สร้างผลกำไรให้กับองค์กร
- ปัจจุบัน: มีผู้บริหารหลายๆ องค์กรที่เริ่มเชื่อแล้วว่า ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเป็นหน่วยงานที่จะต้องมีในบริษัท เพราะเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการบริหารคนที่จะมาทำงานในองค์กรของเราให้ไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มาแบบมั่วๆ หรือไม่มีหลักการเหมือนในอดีต
- อดีต: ฝ่ายบุคคลทำหน้าที่ในลักษณะงาน Admin มากกว่า กล่าวคือ ทำงานเน้นไปที่งานรวบรวม จัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวกับพนักงานในบริษัท
- ปัจจุบัน: ฝ่ายบุคคลทำหน้าที่เป็นผู้มีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมาย และกลยุทธ์ในการบริหารงานของบริษัท จะต้องมีการคิดกลยุทธ์ทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กรด้วย ยิ่งไปกว่านั้นในบางองค์กร ฝ่ายบุคคลจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการของบริษัทเพื่อกำหนดนโยบายในภาพรวมของบริษัทด้วย
- อดีต: ในการหาคนเข้ามาทำงานต้องเลือกคนที่เก่ง ความเก่งก็ดูกันที่เกรดเฉลี่ยที่จบมา รวมถึงสถาบันการศึกษาที่จบมาด้วย
- ปัจจุบัน: การสรรหาคัดเลือก จะดูที่ความเหมาะสมว่า คนๆ นั้นมีความเหมาะสมกับองค์กรของเราหรือไม่ทั้งในแง่ของความรู้ ประสบการณ์ และที่สำคัญก็คือ ทัศนคติและค่านิยมของบุคคลนั้นก็จะต้องไปในทางเดียวกับองค์กรด้วยเช่นกัน เพื่อที่จะช่วยส่งเสริมการทำงานขององค์กรให้ไปสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้น
- อดีต: การพัฒนาพนักงานจะเน้นไปที่การส่งไปฝึกอบรมเป็นหลัก โดยไม่มีการคิดถึงวิธีการพัฒนาพนักงานในรูปแบบอื่นๆ มากนัก ยิ่งไปกว่านั้น หลักสูตรที่อบรม ส่วนใหญ่จะมาจากความคิดของหัวหน้างาน และไม่ค่อยสอดคล้องกับค่านิยมขององค์กร
- ปัจจุบัน: การพัฒนาพนักงานพยายามเน้นไปในรูปแบบอื่นๆ มากขึ้น เช่น การสอนงาน (Coaching) โดยหัวหน้างาน การไปดูงานบริษัทอื่นๆ และการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านสื่อการสอนต่างๆ และหลักสูตรที่ใช้ก็มีการกำหนดขึ้นอย่างสอดคล้องกับค่านิยมขององค์กร รวมทั้งมีแนวทางในการพัฒนาพนักงานที่มุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างกำหนดกันเองแล้ว
- อดีต: การบริหารค่าจ้างเงินเดือนเป็นเรื่องของเจ้าของบริษัท เถ้าแก่ หรือผู้บริหารระดับสูงที่จะกำหนดกันเอง ฝ่ายบุคคลทำหน้าที่เพียงจ่ายตามที่ผู้บริหารกำหนด
- ปัจจุบัน: ฝ่ายบุคคลจะทำหน้าที่ในการหาข้อมูลการจ่ายค่าจ้างของตลาด ทำการเปรียบเทียบอัตราการจ่ายค่าจ้างของบริษัทกับตลาด และทำหน้าที่ในการเสนอแนวทางในการปรับปรุงระบบการบริหารค่าตอบแทนของบริษัท เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร
- อดีต: การประเมินผลงานจะทำกันโดยอาศัยแบบฟอร์มในการประเมินที่มีปัจจัยในการประเมินที่จับต้องไม่ค่อยจะได้ อาศัยความรู้สึกของหัวหน้างาน และผู้จัดการเป็นหลักในการที่จะประเมินผลพนักงาน และประเมินไปเพื่อที่จะใช้ในการขึ้นเงินเดือนมากกว่าเอาข้อมูลผลงานไปใช้ในการพัฒนาพนักงาน
- ปัจจุบัน: การประเมินผลงานเปลี่ยนเป็นการบริหารผลงาน จะมุ่งเน้นไปที่การทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมายผลงานที่กำหนดไว้ โดยกระจายเป้าหมายผลงานขององค์กรลงสู่หน่วยงาน และลงสู่ตำแหน่งงาน โดยกำหนดเป็นตัวชี้วัดผลงานขึ้นมา เพื่อให้จับต้องได้ง่ายขึ้น ชัดเจนขึ้น ส่วนการประเมินในมุมของพฤติกรรมก็เริ่มมีการให้หลายๆ คนช่วยประเมินพนักงาน เพื่อที่จะได้ลดความรู้สึกของผู้ประเมินลงให้มากที่สุด และเพื่อให้ได้ผลงานที่ชัดเจนและตรงไปตรงมามากที่สุด
- อดีต: การบริหารแรงงานสัมพันธ์ เน้นเชิงรับมากกว่า ฝ่ายจัดการจะอยู่คนละฝ่ายกับพนักงาน ทำให้สองฝ่ายนี้จะต้องปะทะกันเสมอ ซึ่งเป็นผลทำให้ความผูกพันของพนักงานกับองค์กรแทบจะไม่มีเลย จะเป็นการขัดแย้งกันมากกว่า ซึ่งไม่มีประโยชน์ใดๆ กับบริษัทเลย
- ปัจจุบัน: ฝ่ายบุคคลเริ่มบริหารพนักงานสัมพันธ์ในเชิงรุกมากขึ้น และมีแนวคิดที่ว่าจะทำอย่างไรให้พนักงานรู้สึกผูกพันต่อองค์กร เพื่อที่จะได้สร้างผลงานให้กับองค์กรอย่างเต็มที่ ดังนั้นฝ่ายบุคคลก็จะร่วมกับทางผู้บริหารพยายามที่จะหาวิธีการที่ดี และเหมาะสมในการสร้างความผูกพันระหว่างพนักงานต่อองค์กรให้เกิดขึ้น
- อดีต: ฝ่ายบุคคลดูแลการบริหารพนักงานทั้งหมดทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการหาคน ตักเตือนลงโทษ การให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ แก่พนักงาน ทั้งๆ ที่ฝ่ายบุคคลไม่รู้เลยว่าพนักงานคนนี้เป็นอย่างไร มีจุดแข็งจุดอ่อนอะไรบ้าง
- ปัจจุบัน: เน้นให้หัวหน้างานในทุกระดับมีความรู้ในการบริหารลูกน้องของตนเองมากขึ้น จะชม จะตำหนิ หรือจะตักเตือน หัวหน้าจะเป็นคนที่ดำเนินการเอง เนื่องจากหัวหน้าเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของพนักงานจะรู้จักพนักงานดีกว่าฝ่ายบุคคล
อ่านดูแล้วลองนั่งพิจารณาเล่นๆ ก็ได้นะครับว่า องค์กรของเราเองนั้น เน้นหนักการบริหารทรัพยากรบุคคลไปในแบบอดีต หรือมาทางปัจจุบันมากกว่ากันครับ
จะว่าไปเรื่องแบบนี้มันก็ไม่มีผิดไม่มีถูกนะครับ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสภาพที่แตกต่างกันของแต่ละองค์กรมากกว่า เพียงแต่ผมต้องการเขียนเพื่อให้เป็นแนวทางในการพัฒนาการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กรเราต่อไปครับ
ใครที่ดีอยู่แล้วก็ทำให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ ส่วนใครที่ยังไม่ดี ก็ค่อยๆ หาทางเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นต่อไปครับ
ขอให้อาจารย์ อยู่กับเราไปนานๆ ได้รับความรู้ ความฉาด ได้สาระและ
ทันต่อดหตการณ์ดี มีข้อคิดดีๆ
ความแตกต่างระหว่างค่าตอบแทน และค่าจ้าง ในอดีตกับปัจจุบัน