การสร้างความนิยม กับ การสร้างความน่าเชื่อถือ ท่านจะเลือกอะไร

เมื่อวานเขียนเกี่ยวกับเรื่องของการเป็นหัวหน้างานที่ดีที่จะต้องสร้างความน่าเชื่อถือ และการยอมรับจากพนักงานเป็นพื้นฐานก่อนเลย ก็เลยมีผู้อ่านเขียนมาคุยกันว่า การที่หัวหน้างานสร้างความน่าเชื่อถือ กับการสร้างความนิยมนั้นแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร ผมคิดว่าท่านผู้อ่านท่านนี้คงกำลังเปรียบเทียบกับนักการเมืองที่กำลังหาเสียงกันอยู่ในช่วงนี้ด้วยกระมังครับ

ดูเผินๆ แล้วการสร้างความนิยมให้เกิดขึ้นในกลุ่มพนักงาน กับการสร้างความน่าเชื่อถือนั้น จะไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไร แต่ถ้าเราพิจารณากันอย่างลึกซึ้งแล้ว จะเห็นว่า 2 เรื่องนี้แตกต่างกันอย่างมากมายเลยครับ

ลองดูตัวอย่างของจริงที่ผมเชื่อว่าอาจจะเคยเกิดขึ้นกับท่านหัวหน้างานบางคนก็เป็นได้ เรื่องราวมีอยู่ว่า เมื่อท่านได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นระดับหัวหน้า หรือไปรับตำแหน่งใหม่ในฐานะหัวหน้า หรือผู้จัดการก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ท่านกังวลก็คือ ลูกน้องของท่านจะคิดอย่างไรกับท่าน กลัวว่าลูกน้องจะต่อต้าน และไม่ยอมรับ (ซึ่งเป็นธรรมชาติของพนักงานเลย เมื่อไหร่ที่รู้ว่ามีหัวหน้างานใหม่มาก็จะเริ่มต่อต้านนิดๆ) ท่านจะทำอย่างไรดี

คำตอบส่วนใหญ่ก็คือ ซื้อใจลูกน้องให้ได้ แต่ซื้อใจด้วยวิธีการใดล่ะครับ ในฐานะที่ท่านเข้ามารับตำแหน่งเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการก็ตาม ท่านจะได้รับมอบหมายงานที่จะต้องผลักดันให้สำเร็จ ซึ่งปกติก็เป็นงานที่ท่านจะต้องทำให้ได้ และในการทำงานนั้นให้เกิดผลได้นั้น ท่านอาจจะต้องเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานบางอย่างในทีมงาน ซึ่งเดิมทีมงานอาจจะไม่เคยทำ ซึ่งแน่นอน ก็ย่อมที่จะไม่อยากเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานอย่างแน่นอน แล้วท่านจะทำอย่างไร ถ้าอยากให้งานสำเร็จ ก็ต้องเปลี่ยนวิธีการทำงาน พอเปลี่ยนวิธีการทำงาน ก็ต้องไปกระทบต่อความรู้สึกพนักงาน ซึ่งพอกระทบความรู้สึกพนักงาน ท่านก็เกรงว่าพนักงานจะไม่รัก และไม่นิยมชมชอบท่านอีกต่อไป

แล้วท่านจะทำอย่างไรดี ถ้าท่านเลือกทำตามสิ่งที่พนักงานชอบ ท่านจะได้ความรักในระยะสั้นๆ จากพนักงาน พนักงานบางคนอาจจะมองว่า ท่านเป็นคนที่มีความเข้าใจพนักงานอย่างมาก ก็เลยไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย แต่ผลที่ออกมาก็คือ ผลงานไม่ออกครับ นายท่านนั่นแหละที่จะมาตำหนิ และพิจารณาผลงานของท่านว่าทำไมทำงานไม่ได้ตามที่มอบหมายไว้

ดังนั้นการเป็นหัวหน้างานที่ดีนั้น ไม่ใช่แค่การสร้างประชานิยม หรือสร้างความนิยมชมชอบต่อพนักงานแบบชั่วประเดี๋ยวประด๋าวนะครับ เราจะต้องสร้างความน่าเชื่อถือและการยอมรับนับถือจากพนักงานมากกว่าแค่ความนิยมเพียงชั่วข้ามคืน

ถ้าเราคุยกับพนักงานในทีม และเริ่มเห็นอาการต่อต้านเล็กๆ ท่านในฐานะหัวหน้าจะต้องทำความเข้าใจกับพนักงานคนนั้นอย่างชัดเจนว่า ทำไมต้องทำ ทำแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง จากนั้นก็เริ่มลุยทำงานกันอย่างจริงๆจังๆ ให้เขาเห็นว่าเราเอาจริง ไม่เคยผิดคำพูดอะไรในการทำงาน เมื่อผลที่ออกมาได้ผลดี นายชมมา เราก็เอาสิ่งที่ได้ผลดีนั้นมาบอกกับพนักงานในทีม ซึ่งพนักงานในทีมจะรู้สึกดีทันทีที่เขารู้ว่าสิ่งที่เขากำลังเปลี่ยนแปลงนั้นสามารถส่งผลดีต่อเขา และต่องานของหน่วยงานด้วย จากนั้น ความน่าเชื่อถือก็จะตามมา การยอมรับนับถือในตัวหัวหน้าก็จะตามมาอีกระลอกครับ

ผิดกับการที่เรามัวแต่ไปสร้างประชานิยมกับกลุ่มลูกน้อง เพราะกลัวว่าลูกน้องจะต่อต้าน พอเขานิยมชมชอบเราแล้ว เราจะยิ่งทำอะไรไม่ได้เลย เพราะเราจะรู้สึกเกรงใจ และลูกน้องก็จะรู้สึกว่าเขาสามารถควบคุมนายได้แล้ว ดังนั้นถ้านายเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรอีก เขาก็จะเริ่มวิธีการเดิมก็คือ ต่อต้าน และไม่ฟัง ซึ่งท่านก็จะทำอะไรไม่ได้อีกต่อไป ผลงานก็ไม่เกิด หรืออาจจะเกิดยากครับ

ดังนั้นเลือกสร้างสิ่งที่ถูกต้องให้เกิดขึ้นกับพนักงานจะดีกว่าจะครับ ก็คือ สร้างความน่าเชื่อถือ และสร้างการยอมรับ โดยใช้ความจริงใจ และผลงานมาเป็นตัวพิสูจน์ ไม่ใช่สร้างแค่ความนิยมชมชอบเพียงชั่วข้ามคืน แต่ผลงานไม่ออก เพราะหน้าที่ของผู้จัดการหรือหัวหน้างานก็คือ การสร้างผลงานที่ดี โดยผ่านลูกน้องของตนเองครับ

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑