เคยตั้งคำถาม หรือ สงสัยมั้ยครับว่า องค์กรที่ประสบความสำเร็จในการบริหารทรัพยากรบุคคล และฝ่ายบุคคลเป็นที่ยอมรับ และเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจนั้น เขาทำกันอย่างไร จากประสบการณ์ของผมที่ทำงานด้านที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล และได้สัมผัสกับองค์กรมาหลากหลาย แต่ละแห่งก็มีมุมมองต่องานบริหารบุคคลที่แตกต่างกันออกไปอย่างมากมายเลยครับ
ลองมาพิจารณาหน้าที่ของฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลกันสักเล็กน้อยว่ามีหน้าที่อะไรกันบ้าง โดยปกติก็หนีไม่พ้นเรื่องของการสรรหาคัดเลือก การพัฒนาคน การบริหารค่าจ้างเงินเดือนและสวัสดิการ การบริหารผลงาน การสร้างแรงงานสัมพันธ์ที่ดี รวมไปถึงเรื่องของการดูแลกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ในการทำงาน (เอาแบบว่าหลักๆ กันก่อน)
หน้าที่หลักๆ ที่กล่าวไปทั้งหมดนั้น ไม่ใช่ฝ่ายบุคคลฝ่ายเดียวจะทำได้สำเร็จจริงมั้ยครับ งานของฝ่ายบุคคลจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อ เหล่าบรรดาผู้บริหาร และผู้จัดการทุกระดับขององค์กรนำเอาแนวทางในการบริหารบุคคลที่กำหนดไว้ไปใช้ พูดง่ายก็คือ HR เป็นคนคิด และวางระบบด้านการบริหารบุคคล แต่คนใช้งานก็คือ ผู้จัดการทั้งหลายในองค์กร
ผมเคยเห็นฝ่ายบุคคลทำการวางระบบทุกอย่างไว้อย่างดี ถูกต้องตามหลักการของการบริหารบุคคล มีระบบต่างๆ ที่ชัดเจนมาก แต่ไม่มีใครเอาไปใช้งานกันเลย ต่างก็มองว่ายุ่งยากเหลือเกิน คำพูดที่เจอบ่อยก็คือ “ทำไมต้องให้ผมพัฒนาคน ประเมินผลงาน แถมยังต้องหาคนอีก ฯลฯ ทั้งๆ ที่งานเหล่านี้ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายบุคคลทั้งนั้น ฝ่ายบุคคลก็ทำไปสิ ผมไม่เห็นต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลย แบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีฝ่ายบุคคลก็ได้” ถ้าท่านผู้อ่านได้ยินประโยคนี้แล้วรู้สึกอย่างไรกันบ้างครับ
ผลก็คืองานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กรนี้ไม่ประสบความสำเร็จเลยครับ มั่วไปหมด ต่างคนต่างทำ ใครอยากรับคนแบบไหนก็รับ เส้นใครใหญ่กว่า ก็ได้เงินเดือนมากกว่า ใครอยากส่งใครไปฝึกอบรมก็แล้วแต่แต่ละฝ่าย ใครอยากให้ผลงานพนักงานตัวเองดีแค่ไหนก็เอาเลย แต่เชื่อมั้ยครับ ทุกคนมองว่านี่คือปัญหาที่ฝ่ายบุคคลจะต้องเข้ามาแก้ไข แต่พอฝ่ายบุคคลเข้ามาแก้ไขแล้ว ผู้จัดการเหล่านั้นกลับไม่สนใจ และบอกว่าทำไมมันยุ่งยากแบบนี้ นี่แหละครับ ความเหนื่อยของฝ่ายบุคคลครับ
ในทางตรงกันข้าม องค์กรที่มีระบบบริหารทรัพยากรบุคคลดีๆ ที่เป็นแนวหน้าของประเทศนั้น ผู้จัดการฝ่ายทุกฝ่ายต่างก็ยอมรับว่างานบริหารงานบุคคลในเชิง Implement นั้น เป็นหน้าที่ของตนเองที่จะต้องนำเอานโยบายด้านบุคคลไปดำเนินการให้เกิดผลให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาคัดเลือก ก็ต้องทำตามแนวทางที่ถูกต้อง พอพนักงานเข้ามาทำงานแล้ว ขาดทักษะอะไร ก็ต้องพิจารณาเพื่อหาทางที่จะพัฒนาพนักงานของตนเองให้สร้างผลงานให้ได้ โดยอาศัยแนวทางในการพัฒนาคนที่ฝ่ายบุคคลทำไว้ ในการบริหารค่าจ้างเงินเดือนก็ต้องเดินตามนโยบายกลางเช่นกัน ไม่ใช่ใครอยากจ้างใครเท่าไรก็ได้ อยากกำหนดเงินเดือนกันเท่าไรก็ได้ แต่กำหนดตามนโยบายที่เป็นธรรมและเหมาะสมที่สุดของบริษัท
ปัจจัยที่ทำให้การบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กรเหล่านี้ประสบความสำเร็จก็คือ
- ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และยินดีปฏิบัติตามนโยบายบุคคลโดยไม่ถือตัวเองว่าเป็นผู้บริหารระดับสูงจะทำอะไรก็ได้
- ผู้จัดการฝ่ายงานทุกฝ่ายมีความเข้าใจเรื่องการบริหารบุคคลว่าสำคัญแค่ไหน ถ้าไม่เดินตามนโยบายที่กำหนดไว้แล้วจะเกิดปัญหาอะไรตามมาบ้าง
- HR เองจะต้องเป็นบุคคลที่เข้ากับทุกคนคนระดับได้ เพราะต้องทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างผู้บริหารกับพนักงาน และจะต้องสร้างความเข้าใจ โน้มน้าวให้ผู้จัดการทุกคนเข้าใจและปฏิบัติตามในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อให้เกิดผลดีในการทำงานในบริษัท ตรงนี้ถ้าผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญก็จะง่ายหน่อยสำหรับ HR ที่จะขอความร่วมมือในเรื่องต่างๆ
โดยสรุป จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า ไม่ว่าผู้จัดการฝ่ายบุคคลจะมีความเก่งกาจสักแค่ไหนในเรื่องของความรู้ด้านระบบงานบุคคล มีความสามารถในการวางระบบต่างๆ มากมาย แต่สุดท้ายถ้าระบบเหล่านี้ไม่ได้รับการนำเอาไปปฏิบัติจริงมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย เท่ากับความ HR ก็ไม่ประสบความสำเร็จในการทำงานนั่นเองครับ
ชอบบทความนี้มากเลยครับ
เพราะว่าผมเองเป็นผู้จัดการตั้งแ่ต่อายุน้อย
ด้วยประสบการณ์ 10 ปี ผมถือว่าไม่เยอะ
และรดับการศึกษาปริญญาโท
ไม่ได้ทำให้เป็นตัววัดได้ว่าเราจะสามารถทำงานนี้ได้ดี เพราะว่าสิ่งเหล่้านี้
ขึ้นอยู่กับผู้บริหาร แต่ถ้า นโยบายไม่สำเร้จ
นั้นก็หมายถึงความสามารถของ HR
ที่ไม่บรรลุเป้าหมายที่วางไว้่ ก็หมายความว่าต้องพัฒนาในจุดที่ว่า
เราจะัมีความสามารถในการจูงใจมากน้อยขนาดไหน
ซึ่งความยากง่านคงขึ้นอยู่กับองค์การนั้นๆ
ยิ่งเ้ป็นองค์การที่มีวัฒนธรรมที่เป็นเครือญาติด้วยหละครับ
โจทย์ หิน ที่เรา ต้องทั้งวิ่งชน ถอย ล้ม บ้าง แต่ลุก ขึ้นมาสู้
สักวันจะเป็นคนเก่ง เก่งในสายอาชีพนี้ก็ภูมิใจแล้วครับ ไม่ต้องแก่ทุกด้วน
เคยเจอปัญหานี้อยู่ค่ะ
ทั้งพนักงานและผู้บริหารบางคน ต่างเข้าใจว่าปัญหาเกี่ยวกับคนคืองานที่HRต้องแก้ไขเอง
เช่น พนง.มาสายก็โทษว่าHRไม่ดูแล ทำไมปล่อยให้มาสาย (เจอแบบนี้งงเลยค่ะ)
ตอนนี้วางระบบไว้เกือบครบแล้ว และทำความเข้าใจให้ทุกฝ่ายทราบว่าต้องร่วมมือกันจึงจะสำเร็จ
แต่ก็เจอคำพูดว่า “ถ้าต้องทำเองแบบนี้ไม่ต้องมีHRก็ได้”
เป็นองค์กรครอบครัวและไม่เคยมีHRมาก่อน
ก็จะพยายามต่อไปให้สำเร็จค่ะ
มีกำลังใจมากขึ้น เมื่อได้อ่านบทความค่ะ
เป็นกำลังใจให้อีกแรงหนึ่งครับ