ในระยะหลังๆ มานี้เราจะได้ยินคำว่า coaching กันเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งในแต่ละองค์กรเองก็พยายามที่จะนำเรื่องของการ coaching มาใช้จริงในองค์กร โดยพยายามพัฒนาให้หัวหน้างาน และผู้จัดการในทุกระดับมีความสามารถในการ coach พนักงาน แต่ท่านผู้อ่านเคยคิดหรือไม่ว่า เหล่าบรรดาหัวหน้างาน และผู้จัดการนั้นมีความเข้าใจและมีมุมมองต่อคำว่า Coaching เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร
ผมเคยสอบถามจากเหล่าบรรดาหัวหน้างาน และผู้จัดการถึงความเข้าใจของคำว่า Coaching ต่างก็มีความเข้าใจที่แตกต่างกันออกไปกันคนละเรื่องเลย ผลก็คือทำให้หัวหน้างานแต่ละคนเข้าใจไปเองว่า ตนเองกำลัง Coaching พนักงานของตนเองอยู่ตลอดเวลา พฤติกรรมที่คนเหล่านี้เข้าใจว่าคือ Coaching นั้นมีอะไรบ้างลองมาดูกันครับ
- ประชุมเพื่อแจ้งแผนงานและติดตามงาน หัวหน้างานหลายคนบอกกับผมว่าเขา Coaching พนักงานทุกวันเลย โดยทุกเช้าเขาจะต้องเรียกประชุมพนักงานในทีมงาน และบอกถึงแผนงานในแต่ละวัน พร้อมทั้งบอกปัญหาที่เกิดขึ้น และแนวทางในการป้องกันสำหรับงานในแต่ละวัน รวมทั้งชี้แจงเป้าหมายในแต่ละวันให้พนักงานรับทราบ เพื่อให้ทำงานได้ตามเป้าหมาย นี่คือข้อแรกที่หัวหน้างานคิดว่าตนเองกำลัง Coaching พนักงานอยู่
- ให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาแก่พนักงาน หัวหน้างานหลายคนต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า Coaching พนักงานทุกวัน โดยการคอยพร่ำบอกพนักงานถึงวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น บอกถึงขั้นตอนการทำงานว่าควรจะทำอย่างไร และถ้าเกิดปัญหาจะต้องแก้ไขอย่างไร ก็คือ มีคำตอบให้กับพนักงานในทุกแง่มุม โดยที่พนักงานแทบจะไม่ต้องคิดอะไรมาก ขอให้แค่เดินตามคำแนะนำก็พอแล้ว
- ชี้แนะแนวทางเพื่อให้พนักงานได้คิดและทำงานได้ด้วยตนเอง หัวหน้างานและผู้จัดการหลายคนพยายามที่จะพัฒนาพนักงานของตนเองให้สามารถทำงานได้ด้วยตนเอง โดยที่ไม่ต้องอาศัยหัวหน้างานอยู่ตลอดเวลา หัวหน้างานกลุ่มนี้มองว่า ถ้าพนักงานยังต้องมาพึ่งพาตนเองอยู่เสมอ ก็แปลว่างานนั้นพนักงานยังไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง ดังนั้นหัวหน้างานกลุ่มนี้จึงพยายามที่จะสร้างพนักงานที่สามารถคิดเองทำเอง แก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเองขึ้นมาให้ได้ เพื่อที่จะได้ยืนได้ด้วยลำแข้งของตนเองให้ได้ ถ้าไม่มีหัวหน้าคอยเป็นที่พึ่ง
ผมถามว่า 3 ลักษณะข้างต้นนั้น แบบไหนที่เรียกว่า Coaching ที่แท้จริง คำตอบที่ถูกต้องก็คือ แบบที่ 3 นั่นเองครับ การ Coaching ก็คือ การทำให้พนักงานสามารถทำงานได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่แค่เพียงสอนงาน หรือแก้ไขปัญหาในการทำงานให้เขาเท่านั้น หัวหน้างานที่เข้าใจคำว่า coaching จริงๆ จะมีเป้าหมายในการสอนงานว่า จะต้องทำให้พนักงานทุกคนสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเองในการทำงานในหน้าที่และความรับผิดชอบของตน โดยไม่ต้องมาพึ่งพาหัวหน้ามากนัก
เปรียบเสมือนคำพูดที่ว่า “Give a man a fish, and you feed him for a day. Teach a man to fish, and you feed him for a lifetime.” การ coaching ก็คือการทำให้พนักงานเรียนรู้วิธีการทำงานโดยที่สามารถจะทำงานได้ด้วยตนเอง แก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเอง รวมทั้งสามารถคิดพัฒนาการทำงานได้ด้วยตนเองเช่นกัน
ดังนั้นการที่บริษัทจะนำเอาระบบ Coaching มาใช้ โดยเน้นให้หัวหน้างานและผู้จัดการในทุกระดับทำหน้าที่ในการ coach และสอนงานพนักงานนั้น จะต้องเปลี่ยนมุมมองและความเข้าใจในเรื่อง Coaching ให้เหมือนกันทุกคน โดยเป้าหมายของการ coach ก็คือ เพื่อให้สุดท้ายแล้วพนักงานทุกคนสามารถทำงานได้ด้วยตนเอง และพัฒนางานได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยหัวหน้างานหรือผู้จัดการอยู่ตลอดเวลา
ไม่ใช่แค่เพียงการประชุมวางแผน และการบอกวิธีการทำงาน และแก้ไขปัญหางานให้ลูกน้องไปวันๆ นี่ไม่ใช่การ coaching การ coaching ที่แท้จริง จะต้องมีการวางแผนการพัฒนาที่ชัดเจน เป็นขั้นเป็นตอน เหมือนกับการสอนคนให้สามารถตกปลาได้เองนั้น คงไม่ใช่แค่การบอกแค่วันเดียวก็จบ แต่จะต้องอาศัยเวลา และอาศัยความเข้าใจของคนสอนอย่างมาก ทั้งนี้ในใจของคนสอนจะต้องคิดอยู่เพียงว่า จะทำอย่างไรให้คนที่ถูกสอนนั้นสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเองได้
ใส่ความเห็น