องค์กรของคุณมีนักแก้ปัญหาตัวจริงหรือเปล่า

โดยปกติแล้วการทำงานทุกอย่างย่อมต้องพบเจอกับอุปสรรค หรือปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาเป็นขวากหนามขัดขวางความสำเร็จของเรา ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของชีวิตของคนเราทุกคนอยู่แล้ว ที่ต้องพบเจอกับสิ่งเหล่านี้อยู่เป็นประจำ ในการบริหารองค์กรก็เช่นกัน ย่อมต้องเกิดปัญหาต่างๆ ขึ้นมากมาย เพราะองค์กรประกอบด้วยคนรูปแบบต่างๆ มากมาย ต่างคนต่างก็มีความคิดเห็น และมีภูมิหลังทั้งทางด้านความคิด ความเข้าใจ ทัศนคติที่แตกต่างกันออกไป

เมื่อพบเจอกับปัญหาต่างๆ ในการทำงาน คุณเคยสังเกตหรือไม่ครับ ว่าทีมงานของคุณนั้นมีปฏิกิริยาต่อปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรกันบ้าง จริงๆ แล้วคนเราทุกคนไม่ได้เกิดมามีฝีมือในการแก้ไขปัญหาที่เก่งกาจทุกคนหรอกนะครับ สิ่งเหล่านี้จะต้องอาศัยการฝึกฝนทักษะในการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการมองปัญหา การวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงให้เจอ รวมทั้งการคิดค้นหาแนวทางใหม่ๆ เพื่อจัดการกับปัญหา และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การลงมือจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นการแก้จริงๆ ไม่ใช่แค่คิดเท่านั้น ลองมาดูประเภทของคนที่ประสบกับปัญหานะครับว่ามีลักษณะไหนกันบ้าง

  • คนหมดใจ คนประเภทแรกนี้เมื่อไรที่มีปัญหาเกิดขึ้น จะแสดงอาการถอนใจ และบ่นพึมพำไปทั้งวัน จากนั้นก็เริ่มโทษตัวเองว่าตนเองเป็นสาเหตุของความผิดพลาดทั้งหมด และจะจมปลักอยู่กับปัญหานั้นโดยที่ไม่คิดที่จะหาทางออก เนื่องจากมีอาการกลัวครับ ก็คือ กลัวความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นอีก ก็เลยพาลคิดต่อไปว่า ตนเองเป็นคนที่ไม่มีความสามารถ ไม่มีฝีมือ และไม่สามารถที่จะทำต่อไปได้ ลองคิดดูสิครับถ้าเรามีคนประเภทนี้อยู่ในทีมมากๆ จะเกิดอะไรขึ้นกับผลงานของทีมเรา
  • คนช่างวิจารณ์ คนประเภทนี้เวลามีปัญหาในการทำงานเกิดขึ้นเมื่อไร เขาจะเป็นคนที่แสดงความคิดเห็น และวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น “ผมคิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ บอกแล้วไม่เคยฟังกันเลย” หรือ “เห็นมะ ผมว่าแล้วว่าต้องออกมาในรูปแบบนี้” ยิ่งไปกว่านั้นคนประเภทนี้จะค่อยดักคอและหาจุดที่ตีความคิดคนอื่นได้ โดยที่ตนเองไม่สามารถคิดอะไรมากไปกว่าการติความคิดคนอื่นเลย เวลาที่มีคนเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาออกมา คนนี้จะวิพากษ์วิจารณ์อย่างเป็นฉากๆ และมักจะมีคำพูดติดปากว่า “วิธีการนี้ไม่ได้ผลหรอก เพราะว่ามัน……………..” ถ้าเรามีคนประเภทนี้เยอะๆ เขาจะคุยกันแบบเมามันมาก แต่เชื่อมั้ยครับ สุดท้ายผลของการประชุม หรือการคุยกันในครั้งนั้นแทบจะไม่ได้อะไรออกมาเป็นชิ้นเป็นอันเลย ประชุมจบออกมากลับรู้สึกว่า เสียเวลามากมาย ไม่ได้อะไรใหม่ๆ เลย วนเวียนอยู่แต่กับอดีตที่เกิดขึ้นไปแล้วเท่านั้น
  • คนช่างฝัน คนประเภทนี้มักจะอยู่กับความคิดฝันที่จับต้องไม่ค่อยได้ ฟุ้งไปเรื่อย โดยไม่มองย้อนกลับมาพิจารณาสภาพความเป็นจริงของปัญหาที่เกิดขึ้น บางครั้งถ้าเราฟังเขาไปเรื่อยๆ เราอาจจะเคลิ้มได้ แต่พอได้สติกลับมา เราอาจจะรู้สึกว่า เรากำลังเพ้ออะไรกับเขาอยู่เนี่ยะ ต้องรีบสะบัดหัว และสลัดความเพ้อฝันออกไปทันที คนประเภทนี้จะชอบฝันอย่างเดียว แต่ไม่เคยที่จะลงมือทำอะไรให้เกิดขึ้นจริง ดังนั้นปัญหาต่างที่เกิดขึ้น เขาจะคิดหาวิธีแก้ไขไปไกลมาก บางคนเรียกได้ว่าสุดกู่เลยครับ พอเราถามเขาว่า แล้วจะทำให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร คำตอบที่มักจะได้รับก็คือ “นี่เป็นเพียงความคิดที่แสดงให้เห็น เราคงต้องมานั่งหาวิธีร่วมกันอีกครั้ง” เราลองมอบหมายให้เขาไปคิดหาวิธีการสิครับ เราจะไม่ได้อะไรออกมาจากคนลักษณะนี้เลย
  • คนช่างลุย คนประเภทนี้จะลุยดะเวลามีปัญหาเกิดขึ้น ส่วนใหญ่จะคิดไม่ลึกนัก แต่อยากจะลงมือทำ ลงมือแก้ไขปัญหาเลย บางครั้งลงมือลุยไปแล้ว ค่อยมาเจอว่าที่ทำไปทั้งหมดมันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำไป เลยทำให้เสียเวลามากขึ้นกว่าเดิม คนประเภทนี้บางทีก็คิดเร็วเกินไปหน่อย โดยไม่ดูหน้าดูหลังให้ดี ก็ลงมือจัดการซะแล้ว
  • คนแก้ปัญหา คนประเภทนี้จะเป็นนักแก้ปัญหาตัวยง สามารถจับประเด็น ตีประเด็นปัญหาได้แตก และสามารถวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาได้อย่างชัดเจน ไม่เพียงแค่นั้นยังสามารถที่จะคิดหาแนวทางในการแก้ไขและป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำได้อีกด้วย นอกจากคิดแนวทางแก้ไขได้แล้ว คนประเภทนี้ยังสามารถที่จะลงมือแก้ไขเพื่อให้ปัญหานั้นลุล่วงไปได้ด้วยดี

ทีมงานของท่านมีคนประเภทไหนมากกว่ากันครับ คนประเภทสุดท้ายที่เรียกว่านักแก้ปัญหานั้นคือคนที่เราต้องการให้มีอยู่ในทีมมากที่สุด คนประเภทนี้ฝึกฝนกันได้นะครับ เพียงแต่เราจะต้องให้เวลาและต้องให้ความรู้ความเข้าใจแก่เขาในการแก้ไขปัญหาที่แท้จริงว่าจะต้องทำกันอย่างไร และที่สำคัญก็คือให้เวลาในการฝึกฝนและเปลี่ยนแปลงเขาโดยการฝึกให้เขาคิด แก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องตามหลักการ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เขาเป็นนักแก้ปัญหาตัวจริง และเพื่อให้งานของทีมงานเรานั้นบรรลุเป้าหมายที่เราต้องการได้ครับ

ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเราได้คนที่คิดและลงลึกได้มากก็จะทำให้เราสามารถคิดหาแนวทางในการป้องกันปัญหาได้ จะได้ไม่ต้องมานั่งคิดแก้ไขปัญหาไปวันๆ จริงมั้ยครับ

ขอขอบคุณไอเดียดีๆ ที่ได้มาเพื่อเขียนบทความนี้จากหนังสือ “เลิกขมวดคิ้วซะ เพราะคุณคืออัจฉริยะนักแก้ปัญหา” ของ เคน วาตานาเบ

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑