คนเราทุกคนมีความเชื่อ เชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ เชื่อเรื่องของการทำดีได้ดี เชื่อหัวหน้า เชื่อเพื่อนๆ ฯลฯ ความเชื่อเหล่านี้ก็มีทั้งสิ่งที่ดี และไม่ดี ถูกและไม่ถูก ซึ่งอยู่ที่ดุลยพินิจของแต่ละบุคคลที่จะตัดสินใจว่า จะเชื่อต่อ หรือไม่เชื่อ แต่มีความเชื่อบางอย่างที่ไม่ควรจะเชื่อเลย ถ้าเรามีความเชื่อเหล่านี้อยู่ในใจเรา มันจะทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตเลยครับ ดังนั้นถ้าใครมีความเชื่อเหล่านี้อยู่ จงค่อยๆ เปลี่ยนมัน เพราะความเชื่อเหล่านี้จะทำให้คุณไม่ก้าวหน้า ไม่พัฒนาครับ มีอะไรบ้างลองมาดูกันทีละข้อครับ
- เชื่อว่าคนที่ประสบความสำเร็จนั้นเป็นเพราะเขาดวงดี และโชคช่วย คนที่เชื่อคำพูดนี้อย่างจริงจัง จะเชื่อต่ออีกว่า ตนเองไม่มีโชค ก็เลยไม่ประสบความสำเร็จสักที ผลก็คือ จะทำอะไร ก็จะเชื่ออยู่ในใจตลอดว่าเราไม่มีดวง เราไม่มีโชค พอเชื่อแบบนี้มากๆ เข้า เราก็จะเชื่อต่ออีกว่า เราจะไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตเราได้เลย พอเชื่อแบบนี้ ก็เลยอยู่มันไปวันๆ แบบนี้ดีกว่า สุดท้ายก็ไม่มีอะไรสำเร็จได้จริงๆ สิครับ ลองพิจารณาคนที่ประสบความสำเร็จให้ดี เขาเชื่อสนิทใจเลยว่า เขาประสบความสำเร็จได้ ไม่ใช่เรื่องโชคหรือดวง แต่ตัวเรานี่แหละที่จะทำให้ชีวิตเราประสบความสำเร็จได้ จากนั้นก็เริ่มลงมือทำ เชื่อแล้วก็จะเริ่มทำตามในสิ่งที่ตนเองเชื่อ คนที่เชื่อแบบนี้ก็จะประสบความสำเร็จไม่หยุดครับ
- เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นไปตามฟ้าลิขิต คนที่เชื่อแบบนี้ผมว่าน่าจะเป็นคนที่หมดแล้วซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง ใครที่อยากประสบความสำเร็จต้องไม่เชื่อแบบนี้เด็ดขาดครับ เพราะความเชื่อแบบนี้ไม่ทำให้เรามีเป้าหมายในชีวิต พอไม่มีเป้าหมาย ก็ไม่มีความท้าทาย จากนั้นก็ใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ แล้วแต่ฟ้าจะบอกว่าวันนี้ให้ทำอะไร วันไหนฟ้ามืดหน่อย ก็ทำอะไรไม่ถูก เพราะฟ้าไม่ยอมลิขิต ชีวิตของเราครับ เราต้องลิขิตเองครับ อยากประสบความสำเร็จก็จงวาดเส้นทางไปสู่ความสำเร็จ แล้วก็ออกเดินไปตามเส้นทางที่เราวาดไว้ครับ ถ้าล้ม ก็วาดใหม่ได้ แล้วเดินต่อไป ขอให้มั่นคง และเดินก้าวไปเรื่อยๆ ตามเส้นที่เราลิขิตไว้ แล้วความสำเร็จก็จะมาให้เราเห็นครับ
- เชื่อว่าวัตถุทางโลก จะทำให้เรามีความสุข ดังนั้นคนที่เชื่อแบบนี้ก็จะทำงานเพื่อวัตถุต่างๆ ที่ตนต้องการ บางคนคิดอยู่เสมอว่า ถ้าได้เป็นเจ้าของรถราคาสิบล้านได้ จะมีความสุข บางคนคิดว่าอยากได้บ้านหลังใหญ่ๆ ราคา 100 ล้านแล้วจะมีความสุข ฯลฯ แต่เชื่อมั้ยครับว่า คนเหล่านี้พอได้สิ่งที่ตนอยากได้แล้ว ก็ยังไม่มีความสุขเลย ก็ยังหาต่อไปว่าอะไรที่จะทำให้เรามีความสุขได้ จริงๆ แล้วความสุขอยู่ในใจเราครับ เรามีความสุขได้ทุกวัน ทุกเวลา ทุกนาที และทุกวินาทีครับ ถ้าเราทำใจของเราให้มีความสุข รู้จักพอรู้จักใช้สิ่งที่เรามีอยู่ให้เกิดความสุขได้ วัตถุต่างๆ ไม่ได้ทำให้เรามีความสุขจริงๆ หรอกครับ ความสุขที่แท้จริงอยู่ในใจเราต่างหาก
- เชื่อว่ายังคงมีวันพรุ่งนี้ ความเชื่อนี้อาจจะดูเป็นสองด้านได้นะครับ คนที่เชื่อว่ายังมีวันพรุ่งนี้ แล้วก็ทำให้ตนเองมีความหวัง และไม่ท้อแท้ อันนี้ดีครับ จงเชื่อต่อไป แต่คนที่เชื่อว่ายังมีวันพรุ่งนี้ จากนั้นก็คิดต่อว่า งั้นทุกอย่างก็ไว้พรุ่งนี้ค่อยทำ แบบนี้ไม่ควรเชื่อครับ เพราะจะทำให้เราผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ บางคนบอกว่า ไว้พรุ่งนี้ค่อยทำงานให้เสร็จ พรุ่งนี้ค่อยพาครอบครัวไปกินอาหาร พรุ่งนี้ค่อยทำ พรุ่งนี้ค่อยดู พรุ่งนี้ค่อยมาคุยกัน ฯลฯ ความเชื่อแบบนี้ควรจะเปลี่ยน เพราะคนที่ประสบความสำเร็จนั้น จะลงมือทำทันที โดยไม่เลื่อนหรือผลัดวันไปเรื่อยๆ ครับ
- เชื่อว่าเราถูกต้องเสมอ คนที่เชื่อแบบนี้มักจะเชื่อต่อไปว่า คนอื่นผิดเสมอ และจะจ้องจับผิดคนอื่น เมื่อใครก็ตามที่ไม่ทำในแบบที่ตัวเองคิดหรือเชื่อ ก็จะบอกว่าเขาผิด คนที่เชื่อแบบนี้จึงไม่ค่อยจะมีเพื่อนคบมากนักเพราะเป็นคนที่ชอบครอบงำความคิดคนอื่น ใครพูดอะไรก็จะต้องวิจารณ์ว่าไม่ถูกต้อง จนไม่ค่อยมีใครอยากคุยด้วย ปกติแล้วความคิดของเรามีทั้งถูก และไม่ถูก มีทั้งเหมาะและไม่เหมาะ ดังนั้นจงลดทิฐิ และความเชื่อตรงนี้ลงบ้าง แล้วชีวิตเราจะเบาขึ้น สบายขึ้น อีกทั้งจะได้ใจจากเพื่อนๆ รอบข้างอีกด้วย
5 ความเชื่อที่ควรเลิกนี้ ผมได้มากจากญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในครอบครัวซึ่งพูดให้ผมฟังในวันหนึ่งที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมท่านที่บ้าน ผมคิดว่า เป็นสิ่งที่คนเราทุกคนน่าจะปฏิบัติตามได้ไม่ยากนัก ก็เลยเขียนสรุปมาให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ อย่างน้อยน่าจะช่วยให้เรามีความเชื่อที่ดีขึ้น พอความเชื่อดี การกระทำก็ดี และสุดท้ายความสุขก็จะมาหาเราเองครับ
เห็นด้วยค่ะ