ผลการสำรวจอัตราแรกจ้างพนักงานตามวุฒิการศึกษา 2553

หลังจากที่ได้นำเสนอเกี่ยวกับเรื่องของอัตราการขึ้นเงินเดือน และอัตราการให้โบนัสไปแล้ว วันนี้จะนำเอาผลการสำรวจอัตราแรกจ้างพนักงานใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน ซึ่งเป็นผลการสำรวจของทาง PMAT ว่าปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือไม่ โดยทั่วไปอัตราแรกจ้างนี้มักจะได้รับความสนใจสำหรับกลุ่มบริษัทที่มีนโยบายรับพนักงานใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์มาฝึกเอง ปั้นเอง และในแต่ละปี ก็มักจะมีการสำรวจกันเองบ้างในกลุ่มอุตสาหกรรมเล็กๆ หรือในพื้นที่บางแห่ง

ในปีนี้ผลการสำรวจเรื่องของอัตราแรกจ้างตามวุฒิการศึกษานั้น ปรากฎออกมาชัดเจนมากว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราแรกจ้างใดๆ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (2552) อาจจะเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจที่ยังฟื้นไม่เต็มที่ และประกอบกับการแข่งขันในการว่าจ้างพนักงานวิชาชีพต่างๆ นั้นยังไม่รุนแรงเท่าไรนัก จึงทำให้อัตราแรกจ้างจากผลการสำรวจปีนี้ไม่ขยับขึ้น

บริษัทส่วนใหญ่ยังคงใช้อัตราแรกจ้างเดิมในแต่ละวุฒิการศึกษา ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ครับ

วุฒิการศึกษา

สาขาวิชา

อัตราแรกจ้างเฉลี่ย

ปวช.

เทคนิค/พาณิชย์

6,500

ปวส.

เทคนิค/พาณิชย์

7,500

ปริญญาตรี

วิศวกรรมศาสตร์

15,000

วิทยาศาสตร์

12,000

คอมพิวเตอร์

12,000

บัญชี

11,000

สังคมศาสตร์

10,000

จากตัวเลขผลการสำรวจที่ได้มานี้ ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทในขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่ และอัตราแรกจ้างที่ปรากฎก็เป็นอัตราเริ่มจ้างพนักงานที่ยังไม่มีประสบการณ์ใดๆ เลย และเป็นอัตราเฉลี่ย ดังนั้น อาจจะมีบางบริษัทที่จ่ายมากกว่านี้ หรือน้อยกว่านี้ ทั้งนี้ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวเลขแนวโน้มในการจ่ายเท่านั้นครับ บริษัทต่างๆ จะต้องนำตัวเลขนี้ไปพิจารณาเพิ่มเติม จากสภาพการว่าจ้าง และการแข่งขันในพื้นที่ที่บริษัทตั้งอยู่ด้วยครับ จึงจะสามารถกำหนดตัวเลขที่เหมาะสมได้ เพราะสุดท้ายแล้ววัตถุประสงค์ของการกำหนดอัตราแรกจ้างที่เหมาะสมก็คือ ดึงดูดผู้สมัครงานที่มีความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับที่องค์กรต้องการให้เข้ามาทำงานกับองค์กรครับ

อีกปัจจัยที่ทำให้อัตราแรกจ้างพนักงานใหม่นี้ แตกต่างกันออกไปก็คือ ลักษณะของธุรกิจ และเป้าหมายการจ่ายค่าจ้างของบริษัทด้วยครับ บางบริษัทตั้งเป้าหมายเลยว่า ต้องการเด็กที่เรียนดี เกรดดี ต้องเกียรตินิยมเท่านั้น หรือเกรดเฉลี่ยจะต้องไม่ต่ำกว่าเท่านั้นเท่านี้ บริษัทเหล่านี้มักจะกำหนดตัวเลขอัตราแรกจ้างที่สูงกว่าตลาดทั่วไป เพื่อดึงดูดเอาคนเก่งๆ เข้าไปสมัครงาน

ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนก็คือ อัตราเริ่มจ้างของวิศวกรจบใหม่ จะมีความแตกต่างกันมากระหว่างบริษัทยักษ์ใหญ่ กับบริษัทกลางๆ เนื่องจากคุณสมบัติของคนที่อยากได้นั้นแตกต่างกัน บริษัทขนาดกลางๆ เขาตั้งเป้าไว้ว่าต้องการวิศวกรแบบที่เรียนปวส.ช่าง แล้วมาต่อยอดเอาก็ทำงานได้แล้ว ดังนั้นอัตราเริ่มจ้างจะต่ำกว่า บรรดาวิศกรจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศครับ

ดังนั้นในการกำหนดอัตราแรกจ้างที่เหมาะสมที่สุดนั้น ทางฝ่ายบุคคลจะต้องร่วมกับผู้จัดการสายงานในการกำหนดคุณสมบัติของคนที่เราอยากจะได้ให้ชัดเจนและเจาะจง ไม่ควรกำหนดเหวี่ยงๆ กว้างๆ เพราะจะทำให้มีปัญหาในการว่าจ้างพนักงานใหม่ ผลก็คือเราก็ไม่สามารถจ้างได้ด้วยอัตราที่เราต้องการได้เลย

เคยสงสัยมั้ยครับว่า ทำไมบางบริษัทจ้างวิศวกรจบใหม่ได้ที่อัตรา 12,000 – 15,000 บาท ซึ่งเราเองอาจจะจ้างอยู่ที่ 18,000 บาท แต่ก็ยังหาวิศวกรแทบไม่ได้ สาเหตุก็เนื่องมาจากคุณสมบัติของวิศวกรที่เราต้องการนี่แหละครับ ถ้าบริษัทต้องการแบบต่อยอดจาก ปวส. แบบนี้เริ่มจ้างที่ 12,000 บาท ยังสามารถจ้างได้ครับ แต่ถ้าเรากำหนด 12,000 บาท แล้วพยายามไปรับสมัครจากมหาวิทยาลัยชั้นนำแถมยังต้องเก่งเรียนดีอีกด้วย แบบนี้ผมว่าหายากครับ

สรุปก็คือในการกำหนดอัตราแรกจ้างที่แข่งขันได้นั้น เราจะต้องกำหนดคุณสมบัติให้ชัดเจนมากๆ ว่า เราต้องการพนักงานแบบใด คุณสมบัติแบบใด และที่สำคัญคือ เราแข่งขันกับบริษัทแบบใด เราก็ต้องไปดูว่าบริษัทแบบนั้นเขาเริ่มจ้างพนักงานใหม่ที่เท่าไร เพราะเราต้องการคนแบบเดียวกับเขา ถ้าเราเริ่มต่ำกว่าเขาก็คงไม่มีใครมาสมัครกับเราแน่นอนครับ

1 ความคิดเกี่ยวกับ "ผลการสำรวจอัตราแรกจ้างพนักงานตามวุฒิการศึกษา 2553"

Add yours

  1. เงินเดือน พื้นฐานที่ควรจะเป็นควรจะสร้างความเป็นธรรมให้กับ
    ๑.กลุ่มลูกจ้างภาคเอกชน
    ๒.กลุ่มลูกจ้างภาครัฐ
    ๓.กลุ่มเจ้าของกิจการ
    ๔.กลุ่มประชาชน
    มาตรฐานการดำรงชีวิตของคนในสังคมขั้นพื้นฐาน
    ความคิดขอนายทุนก็จะลดต้นทุน ต้นทุนที่นิยมลดก็คือกดค่าแรง
    ความคิดของนายแรง ที่อดอยากอยู่แล้ว ก็จะขอขื้นค่าแรง
    แต่อำนาจการต่อรองทุกครั้ง(ขอย้ำ)นายทุนชี้นำตลอด
    ช่องว่างของรายได้ของคนไทย จึงถ่างกว้างห่างกันต่อเนื่อง
    ปัญหาเมื่อไหร่กลุ่มที่ได้มากอยู่แล้วจะ ยอมให้กลุ่มที่ได้น้อยได้เพิ่มขึ้นบ้าง?
    วันนี้มีการปรับระบบค่าตอบแทนภาพรวม ผมเห็นว่าโดยรวมน่าจะดูดีแต่ดูสภาพแวดล้อมที่ขาดการควบคุมและจัดการที่สอดคล้องถือได้ว่าซ้ำเติมปัญหาค่าครองที่สูงขึ้นอย่างไม่เป็นธรรม อาจมีคนถามว่าคุณดีแต่พูดคนพวกนี้ใช้ปากสร้างตัว
    อาจใช่แต่ผมคิดแบบโง่ๆของผมเองว่า ทำไมไม่สร้างกติกา(กฎหมาย ระเบียบ)ที่ชัดเจน เป็นธรรม บังคับได้ล่ะ
    ขออนุญาตเสนอถ้าเพ้อเจ้อก็ขอกราบ ขอโทษครับ ขอบคุณ นายชัยฯ .

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑