“ผู้จัดการทุกคนคือครูของลูกน้อง” ถ้าผมจำไม่ผิด ผมอ่านประโยคนี้มาจากหนังสือเรื่อง Toyota way ซึ่งเขาพยายามที่จะสร้างคน โดยการให้เหล่าบรรดาหัวหน้าทุกคนจะต้องมีหน้าที่สอนงาน และให้คำแนะนำแก่ลูกน้องของตนเอง เพื่อให้ทุกคนสามารถที่จะทำงานทดแทนกันได้ เมื่อมีใครขาดไป หรือใครไม่มาทำงาน งานก็ไม่สะดุด และยังทำให้พนักงานทุกคนมีความสามารถมากขึ้น และมีคุณค่าต่อองค์กรมากขึ้นอีกด้วย
ในระยะเวลา 4-5 ปีมานี้ ก็มีแนวความคิดเรื่องของการพัฒนาคนเข้ามามากมาย ทุกองค์กรพยายามส่งเสริมให้พนักงานทุกคนได้รับการพัฒนา ช่วงแรกๆ ก็เน้นไปที่การส่งไปฝึกอบรม ทั้งภายในและภายนอก อบรมไปสักพักก็เริ่มเห็นผลว่า ความรู้และทักษะบางเรื่องนั้นใช้วิธีการฝึกอบรมไม่ได้เลย พนักงานก็ยังคงไม่มีอะไรดีขึ้น ก็เริ่มหาวิธีที่จะใช้พัฒนาพนักงานให้เกิดผลจริงๆ วิธีนั้นก็คือ การสอนงานโดยหัวหน้างานโดยตรงนั่นเอง
ช่วงหลังๆ หลายองค์กรก็เริ่มส่งเสริมให้หัวหน้างานได้เรียนรู้วิธีการสอนงาน วิธีการให้คำปรึกษาแก่พนักงานมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้หัวหน้างานทำหน้าที่ในการพัฒนาพนักงานของตนให้เก่งขึ้น และเป็นวิธีที่ไม่ต้องเสียต้นทุนในการพัฒนามากเท่าการฝึกอบรม แต่ได้ผลลัพท์ที่ดีกว่ามาก อีกทั้งยังได้เรื่องของความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหัวหน้ากับลูกน้องอีกด้วย
แต่เชื่อมั้ยครับ ก็ยังมีหัวหน้างานบางคนที่ยังคงพยายามเก็บรักษาความรู้ต่างๆ ไว้ที่ตัวเองคนเดียว โดยมีความเชื่อว่า ถ้าสอนพนักงานไปแล้ว ตนเองจะเสียความสำคัญ และสุดท้ายก็จะหมดความสำคัญไป เพราะกลายเป็นว่าทุกคนรู้หมด ตนเองก็จะหมดอิทธิพลในองค์กร ผลก็คือคนๆ นี้ก็จะพยายามไม่สอน ไม่พูด ไม่บอก ไม่อะไรเลย แม้ว่าพนักงานจะมาถามถึงปัญหา ก็ไม่ยอมบอก สิ่งที่ทำก็คือ ลงมือทำให้ด้วยตนเอง เพื่อให้ความรู้และเทคนิคต่างๆ ยังคงอยู่ที่ตนเองคนเดียว
ผมกลับมองตรงกันข้ามเลยนะครับ หัวหน้างานที่เก่ง และสอนพนักงานให้เก่งได้ พนักงานจะยิ่งให้การยอมรับนับถือ และยิ่งนับถือมากขึ้นถ้าคนอื่นมาชื่นชมในความเก่งของเรา เราก็จะยิ่งรู้สึกว่า หัวหน้าที่สอนงานเรานั้นเป็นคนที่น่านับถือมาก เพราะไม่งกความรู้ และยิ่งไม่มีทางหมดความสำคัญลงไปได้เลย
สิ่งที่เป็นผลดีตามมาอีกก็คือ งานที่ออกมาก็จะมีคุณภาพมากขึ้น หัวหน้างานก็ไม่ต้องลงไปคลุกในรายละเอียดของงานมากเกินไป ซึ่งมันก็ไม่ใช่หน้าที่ของหัวหน้างานที่จะต้องลงมือทำเอง หัวหน้าก็เอาเวลาที่มีนั้นไปคิดพัฒนางานของหน่วยงานต่อไปได้อีก ยิ่งมีเวลาคิด งานก็จะยิ่งพัฒนามากขึ้น นายก็จะยิ่งเห็นความสำคัญของเราที่เราสามารถพัฒนางานได้ อีกทั้งทีมงานก็เก่งกันหมด แบบนี้มันไม่ดีตรงไหนครับ
แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่า ทำไมยังคงมีหัวหน้างานบางคนที่มองไม่เห็นจุดนี้ และยังคงกอดเก็บความรู้และเทคนิคต่างๆ ไว้ที่ตัวเอง โดยภูมิใจว่าข้าแน่คนเดียว ลองคิดดูสิครับ ถ้าองค์กรเรามีหัวหน้างานที่คิดแบบนี้เยอะๆ อนาคตขององค์กรเราจะเป็นอย่างไร
ไม่อยากนึกเลยใช่มั้ยครับ
ถูกต้องค่ะ บทความนี้ถูกใจจัง ^^ เพราะที่บริษัทก็มีบุคคลประเภทนี้อยู่เยอะ ซึ่งหนูเองก็พยายามเข้าใจเขา หากมีคนรู้เท่ากับเขาหรือมากกว่าเขา ความสำคัญและบทบาทเขาจะลดน้อยลงไป แต่หากมีความคิดทีกว้างกว่านั้น หนูเคยอยู่องค์กรที่ใหญ่กว่านี้มาก่อน เขาจะสอนให้เราทำงานเป็นทีมมากกว่ารู้อยู่คนเดียว
เพราะตัวเองก็จะเหนื่อยเอง ที่ไม่ยอมเปิดใจสอนงานให้คนอื่น เขามองว่าถ้าบริษัทขาดเขาไปบริษัทจะอยู่ไม่ได้ เพราะเขารู้งานนั้นอยู่คนเดียว คนประเภทนี้เข้าถึงอยากค่ะ หนูเคยลองปรับตัวแล้ว ตรงกันข้ามเขามักจะสอนงานที่เป็นสายงานของเขาให้คนนอกบริษัทเสมอๆ คิดแล้วเหนื่อยจริงๆ กินข้าวหม้อเดียวกันแท้ๆแต่ไม่สามัคคี
อ่านบทความนี้แล้วนึกถึงพี่ที่ทำงานเลยค่ะ มีคนแบบนี้อยู่ 2 คน ไม่ยอมสอนงานอะไรใครเลย จนลูกน้องที่ทำงานด้วย พากันลาออกกันเกือบหมด ส่วนใหญ่คนที่เขาลาออก เขาบอกว่าเขาไม่ได้ใช้ความรู้อะไร สู้ไปหาที่ที่เขาให้ความรู้เขาไม่ดีกว่าเหรอ…
คนที่รับมาใหม่ก็ทนพฤติกรรม ไม่สอนอะไรเลย งกความรู้ของเขาไม่ได้ เขาก็ลาออกกันอีก เป็นปัญหาที่บุคคลจะต้องหาคนมาทดแทนไม่จบสิ้น
และก็จริงนะคะ เขาคิดว่าบริษัทขาดเขาไม่ได้จริงๆ แต่คนพวกนี้เขาก็คงไม่คิดจะลาออกหรอก เพราะเขาคงรู้ตัวดีว่าคงไปทำงานที่อื่นไม่ได้
นอกจากจะมีกลุ่มที่เก็บความรู้ไว้คนเดียวแล้ว ยังมีกลุ่ม อ๋อ.พี่รู้อยู่แล้ว ไม่ต้องบอกหรอก ( ไม่ยอมรับฟังคนอื่น )หรือไม่ก็กลุ่ม อ๋อเหรอ พี่ไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลยนี่ เธอบอกเรื่องนี้พี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ( ไม่รับผิดชอบ )
ขอบพระคุณอาจารย์มากๆๆ นะค่ะ ที่มีบทความดีๆ มาให้อ่านตลอด รู้สึกเข้าใจปัญหามากขึ้น และมีกำลังใจขึ้นเยอะเลยค่ะ
ขอขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ที่มีให้อ่านเป็นประจำครับ..
อาจารย์เขียนบทความได้น่าอ่าน และเข้าใจง่ายจริง ๆค่ะ รู้สึกอ่านแล้วเข้าใจถึงความหมายที่ต้องการสื่อ เลยได้รับรู้ว่ามีปัญหาที่ตัวเองเจอ เกิดกับคนอื่น ๆ ด้วยเหมือนกับเรา ไม่รู้ว่าคนประเภทที่อาจารย์พูดถึงนั้น จะมีโอกาสได้อ่านบ้างรึเปล่า
ขอภาวนาให้เค้าได้อ่านเจอ แล้วกลับไปคิดแก้ไขตัวเอง จะได้ไม่กระทบคนอื่น และยังจะได้บุญกุศล ด้วยนะคะ ขอบคุณอาจารย์มาก ๆ ค่ะ