แรงจูงใจ จะเริ่มจากไหนดี

เมื่อพูดถึงเรื่องของการบริหารคนแล้ว ทักษะอย่างหนึ่งที่หัวหน้างานจะต้องมีก็คือ ทักษะในการจูงใจพนักงานที่ทำงานกับเรา ให้เขาทำงานกับเราด้วยความเต็มใจ และพอใจ เพราะเราในฐานะหัวหน้า เราจะต้องมอบหมายงาน และควบคุมงานลูกน้องเราให้สร้างผลงานออกมาให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

บางบริษัทส่งหัวหน้างานไปเข้าอบรมในหัวข้อการสร้างแรงจูงใจพนักงาน เพื่อให้กลับมาแล้วจะได้มาสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานในทีมของตนเอง แต่ผลที่ออกมาส่วนใหญ่กลับไม่ค่อยจะได้ผลเท่าไรนัก กลับมาแล้วก็ยังคงมีพฤติกรรมเหมือนเดิม เคยทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น

จะว่าไปเรื่องของการจูงใจพนักงานนั้นจะว่าง่าย ก็ง่าย หรือจะว่ายาก ก็ยากนะครับ อยู่ที่คนแต่ละคนด้วย บางครั้งเราก็อุตส่าห์หาตำรามาอ่านเรื่องของเทคนิคการจูงใจพนักงาน เพื่อที่จะได้คำตอบว่า อะไรที่น่าจะเป็นตัวสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานได้บ้าง อ่านแล้ว ศึกษาแล้ว ใครถามเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นแง่มุมไหน ก็ตอบได้หมด แต่เอาเข้าจริงๆ กลับทำไม่ได้ตามที่ศึกษามา ทำไมล่ะครับ

ผมอยากให้ทุกท่านลองถามตัวเองดูก็ได้นะครับว่า อะไรที่เป็นตัวสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับเราบ้าง หลายคนอาจจะตอบว่า เงินเดือน หรือ ค่าตอบแทน แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วเงินเดือนค่าตอบแทนก็ตอบเราได้แค่เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น และก็เป็นระบบต้นๆ ด้วยซ้ำ

ผมเชื่อว่าขณะนี้ที่ทุกท่านทำงานอยู่ และยังไม่ลาออกไปหางานใหม่นั้น สาเหตุหลักไม่ใช่มาจากเงินเดือนค่าตอบแทน แต่มาจากสิ่งอื่นที่มากกว่านั้น และส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งที่จับต้องไปได้มากกว่า เช่น ความรู้สึกว่าทำงานแล้วประสบความสำเร็จ หรือ ทำแล้วได้รับการยกย่องจากเพื่อนร่วมงาน หรือหัวหน้างานของเราเอง การมีความสัมพันธ์ที่ดีในทีมงาน ทำงานแล้วสนุกสนาน

เท่าที่สัมผัสจากคนหลายๆ ที่ผมรู้จัก ไม่ว่าจะเป็นตัวเอง เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง ลูกพี่ และเจ้านาย ล้วนแต่ต้องการสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ “การได้รับความสำคัญ” ทุกคนต้องการเหมือนกันก็คือ อยากมีความสำคัญไม่ว่าต่อใครก็ตาม พนักงานเข้ามาทำงานก็อยากให้เพื่อนๆ ยอมรับ และที่สำคัญมากที่สุดก็คือ อยากให้นายยอมรับในฝีมือ และเห็นว่าตนเองมีความสำคัญสำหรับการทำงาน ลองถามตัวเองดูก็ได้นะครับว่าจริงหรือไม่

ดังนั้นการจูงใจที่ดีนั้นไม่ต้องไปเริ่มที่ปัจจัยอะไรที่มันยากเลยครับ เริ่มที่ตัวเราเองในฐานะหัวหน้า ถ้าเราอยากให้หัวหน้าเราทำอย่างไรกับเรา ลูกน้องของเราก็อยากให้เราทำแบบนั้นกับเขาเหมือนกันครับ และที่สำคัญก็คือ การยอมรับเขา และการทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นคนสำคัญสำหรับเรา แต่ต้องทำด้วยความจริงใจนะครับ แล้วท่านก็จะได้ใจลูกน้องมาทั้งหมด

เริ่มจาก

  • เช้ามาก็ทักทายทีมงานด้วยความสดใส ไม่ใช่หน้ามู่ทู่เข้ามาทำงาน แบบนี้บรรยากาศก็ชวนขนลุกแล้วครับ ลูกน้องก็คงไม่อยากเข้ามาคุยด้วย

  • ให้คำชมเวลาที่เขาทำงานได้ดี ไม่ใช่นิ่งเฉย หรือบอกเพียงว่า “ก็ดีแล้วนี่ นี่มันหน้าที่ของคุณ” และไม่ใช่จ้องที่จะตำหนิอย่างเดียว

  • สอบถามความคิดเห็นพนักงานในเรื่องสำคัญๆ บ้าง เพื่อทำให้เขารู้ว่าเขาเองก็มีความสำคัญต่อทีม เช่น “คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้” แล้วถ้าพนักงานมีความคิดที่ดีก็อย่าลืมชมเขาด้วย เช่น “อืม ความคิดคุณเป็นความคิดที่ดีมากเลย เรามาคุยกันถึงความเป็นไปได้ในการที่จะเอาแนวคิดนี้มาใช้ในการปรับปรุงงานกันดีกว่า”

  • ให้ความสำคัญแก่พนักงานในฐานะทีมงาน สื่อสารให้ครบทุกคน ไม่ใช่ พูด หรือบอกเฉพาะคนที่เราชอบเท่านั้น คนไหนไม่ชอบก็ไม่ต้องไปบอกอะไร ปล่อยให้เขาไม่รู้ไปแบบนั้น

  • เป็นครูที่ดี มีความคิดที่จะพัฒนาพนักงานทุกคนในทีมด้วยความจริงใจ และอยากเห็นทุกคนก้าวหน้า และมีความชำนาญในการทำงานมากขึ้น ไม่ใช่ปล่อยไปตามยถากรรม หรือสอนเฉพาะคนที่เรารัก เราชอบเท่านั้น

5 ข้อนี้ไม่ได้คิดเองนะครับ มาจากการทำสำรวจเวลาที่ผมไปบรรยายเรื่องของหลักการบังคับบัญชา และเมื่อคุยกันในเรื่องของการสร้างแรงจูงใจแล้ว ผู้เข้าสัมมนาต่างก็ตอบออกมาในลักษณะเดียวกันว่า ถ้ามี 5 ข้อนี้ก็จะเป็นตัวที่จะสร้างแรงจูงใจให้กับเขาในการทำงานได้

เรื่องของเงินเดือนนั้นมันจบไปตั้งแต่วันที่บริษัทรับเข้าทำงานและได้เงินเดือนตามที่ตกลงกันแล้ว จากนั้นก็ต้องใช้ปัจจัยอื่นในการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานเพิ่มเติมครับ

แล้วท่านล่ะครับ คิดว่าปัจจัยอะไรน่าจะเป็นตัวสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงานครับ

4 ความคิดเกี่ยวกับ "แรงจูงใจ จะเริ่มจากไหนดี"

Add yours

  1. เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ คนทุกคนมีสถานะเป็นทั้งหัวหน้าและลูกน้อง ก็คงต้องการสิ่งเหล่านี้ค่ะ พยายามทำอยู่นะคะ บางครั้งก็มีหลุดบ้างแต่น้อยลงไปเรื่อยๆ

  2. เห็นด้วยนะคะ เพราะการที่เราให้ความสำคัญกับทุกคนไม่ว่าจะระดับเดียวกัน ต่ำกว่า หรือสูงกว่า ก็จะได้ใจกลับมา แต่เราต้องเป็นผู้ให้ที่ดี นั่นก็หมายถึง ให้ด้วยความจริงใจ และให้ในสิ่งที่ควรให้ และต้องเหมาะสมกับคนที่รับด้วย

  3. เป็นคำแนะนำที่ดีมากๆ ขอเพิ่มเติ่มในการทำงานระดับผู้นำคือ การทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี ไม่เอาเปรียบลูกน้อง และยืดยุ่นในการทำงานบ้าง

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑