ทุกอย่างอยู่ที่ผู้นำจริงๆ

ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับบรรดา HR Manager จากหลากหลายบริษัทในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ก็ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องของระบบงานต่างๆ ทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ได้ทำๆ กันไปว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง บางท่านก็ตอบมาว่าระบบงานบุคคลที่ได้จัดทำไว้นั้น กำลังไปได้สวยมาก แต่บางท่านกลับบอกว่า ระบบที่ทำไว้นั้น ไม่เดินไปไหนเลย ทำไว้แล้วก็ไม่ได้นำไปใช้ แถมยังกลับมาเป็นแบบเดิมๆ ก่อนที่จะทำระบบด้วยซ้ำ แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้

ผมได้สอบถามบริษัทที่สามารถนำเอาระบบไปใช้ได้อย่างจริงจังว่าเกิดจากอะไร คำตอบก็ชัดเจนมากครับ ก็คือ ผู้บริหารระดับสูงเล่นด้วย และผลักดันให้เกิดขึ้นจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบการบริหารผลงาน ระบบสมรรถนะ (Competency) รวมทั้งระบบบริหารค่าจ้างเงินเดือน ล้วนแต่สำเร็จได้ก็เพราะการที่ผู้บริหารระดับสูงยอมรับ และผลักดันให้ทุกฝ่ายในองค์กรเดินตามระบบที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

แม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงจากบริษัทที่ไม่มีระบบ มาเป็นมีระบบที่ยุ่งยากมากขึ้นกว่าเดิม จากเดิมที่ผู้จัดการแต่ละคนเคยทำงานกันแบบสบายๆ กันไป แต่ด้วยภาวะผู้นำของผู้บริหารระดับสูง ก็สามารถทำให้องค์กรผ่านพ้นอุปสรรคในช่วงของการเปลี่ยนแปลงนั้นมาได้อย่างราบรื่น แม้ว่าอาจจะต้องไปกระทบกับวิธีการทำงานของผู้จัดการหลายคนก็ตาม แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี

ตรงกันข้ามกับบริษัทที่เสียตังจ้างที่ปรึกษาเข้ามาทำระบบต่างๆ มากมาย แต่กลับไม่ได้นำไปใช้ในการพัฒนาบริษัทเลย สาเหตุที่ผมสอบถามมาได้ก็มาจากสาเหตุเดียวกัน ก็คือ ผู้บริหารระดับสูงครับ แต่คราวนี้ตรงข้ามครับ ก็คือ ผู้บริหารระดับสูงไม่เล่นด้วย

สิ่งที่ทำให้ผู้บริหารระดับสูงไม่เล่นด้วยนี่สิครับ น่าสนใจมากเลยทีเดียว มีหลายคนบอกมาว่า การที่ผู้บริหารระดับสูงไม่ให้การสนับสนุน ก็เนื่องมาจากการที่ผู้บริหารระดับสูงยังไม่มีความรู้ในเรื่องนั้นๆ อย่างถ่องแท้ อาจจะเคยได้เคยได้ยินได้ฟังกันมาบ้าง แต่ไม่รู้ว่าลึกๆ แล้วเขาทำกันอย่างไร พอถึงเวลาทำจริงๆ ก็บอกว่าจะสนับสนุน แต่พอลงมือปฏิบัติก็ไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆ เลย

ตัวอย่างเช่นระบบบริหารผลงาน ซึ่งทุกระดับในองค์กรจะต้องมีตัวชี้วัดผลงาน ตั้งแต่ระดับองค์กร ลงมาระดับหน่วยงาน และลงมาสู่ระดับตำแหน่งงาน แต่ผู้บริหารระดับสูงกลับมองว่าตนเองเป็นผู้บริหารดังนั้นไม่จำเป็นต้องมาชี้วัดผลงาน ผลก็คือ ทุกหน่วยงานก็ไม่เล่นด้วยเลยครับคราวนี้ ด้วยเหตุผลเดียวกันทั้งหมดก็คือ “ผู้บริหารยังไม่เห็นต้องมีตัวชี้วัดผลงานเลย แต่ทำไมพวกผมต้องมีด้วย” ระบบนี้ก็เลยพังไม่เป็นท่าเลยครับ

หรืออีกกรณีหนึ่งที่ได้ยินได้ฟังมามากก็คือ ผู้บริหารระดับสูงหูเบาครับ ก็คือ มีผู้จัดการฝ่ายบางคนที่เป็นลูกรัก เป็นคนที่มีอิทธิพลสูงในบริษัท ซึ่งก็คือคนที่อยู่กันมานาน เข้ามากระซิบกับผู้บริหารระดับสูงว่า “KPI กับ Competency หรืออะไรพวกนี้ อย่าทำมันเลย ไม่เห็นจะมีประโยชน์ เราก็อยู่กันมาได้ตั้งนาน โดยที่ไม่มีพวกนี้ ก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรเลย” จากนั้นผู้บริหารก็มาบอกกับฝ่ายบุคคลซึ่งกำลังผลักดันเรื่องนี้ว่า “เลิกเถอะ สิ่งที่คุณทำมันไม่เห็นทำให้บริษัทผมได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย รังแต่จะสร้างปัญหามากกว่า”

ผลก็คือ ผู้จัดการฝ่ายบุคคลคนนั้นก็ลาออกสิครับ จากนั้นบริษัทนั้นๆ ก็เข้าสู่แดนสนทยาดังเดิม ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็พยายามหามือดี เพื่อเข้ามาผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่ดี แต่ก็สู้อิทธิพลภายในไม่ได้

แต่ถ้าผู้บริหารระดับสูง หรือผู้นำขององค์กรมีความหนักแน่น รับฟังและพิจารณาเหตุผลอย่างถ่องแท้แล้ว ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ก็ไม่เกิดหรอกครับ

อีกอย่างก็คือ ระบบทุกอย่างมันมีข้อดีข้อเสียอยู่ในตัวมันอยู่แล้ว อยู่ที่คนใช้ระบบจะใช้มันอย่างไร เพื่อให้ข้อดีมีมากกว่าข้อเสียครับ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กรนั่นเองครับ

4 ความคิดเกี่ยวกับ "ทุกอย่างอยู่ที่ผู้นำจริงๆ"

Add yours

  1. การทำธุรกิจ คือทุนนิยม แต่ที่นิยมกว่าคือผลประกอบการ

    การค้าต้องการคน คือองค์กร คือตัวขับเคลือนระบบ หากไม่มีคน ระบบก็คือหมึกบนกระดาษ ,KPI หากไม่เข้าใจเนื้อแท้ KPI ก็ต่างกับครให้เด็กไปทำรายงาน แล้วเด็กเอาหนังสือไปจ้างพิมพ์ส่ง การวัดผลส่งผู้บริหารก็ไม่เกิดอะไร ในทางกลับกัน มักจะมีพนักงานที่ได้ KPI สูงๆ แต่องค์กรก็ไม่ไปไหนมาไหน ผู้บริหารมีทางเลือกมากกว่า tool มีมากกว่า KPI

    KPI ต้องเข้าใจทั้งองค์กรจึงจะประสบความสำเร็จ คือผลตรงกับสิ่งที่วัด

    ผิดกับระบบจิตพิสัย แต่ต้องยอมรับว่าการใช้จิพิสัย ต้องมีคนเก่งและคนดีวัดผล เพื่อให้คุณและให้โทษ เมื่อมองเทียบกัน KPI ต้องเข้าใจทั้งองค์กร ปลายปากกาใช้คนที่มีประสิทธิภาพไม่กี่คน ผู้บริหารไม่ได้รู้จักทุกคนในองค์กร และสุดท้ายต้องยอมรับหมึกทีออกจากปลายปากกาของคนที่อยู่ลำดับสูงกว่า ไม่ก็แกล้งโง่ ไม่ก็เดินจาก

  2. Dear Prof Prakal,

    ทุกอย่างอยู่ที่ผู้นำจริงๆ เห็นด้วยเป็นอย่างยิง เพราะผู้บริหารระดับกลางแม้จะมีความตั้งใจในการทำงานอย่างแน่วแน่ แต่ไม่ได้รับการสนับสนุน เครื่องมือต่างๆก็ไม่มีความหมาย

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑