สมการของผลงานพนักงาน

เมื่อวานนี้ผมได้เขียนถึงสมการความสำเร็จไว้ ซึ่งเป็นสมการที่เน้นในเรื่องความสำเร็จของคน ว่าประกอบไปด้วย ความสามารถ ความพยายาม และทัศนคติ ก็เลยอยากลองเอามาประยุกต์กับผลงานของพนักงานบ้างว่า การที่ผลงานของพนักงานจะดีได้นั้นน่าจะประกอบไปด้วยปัจจัยอะไรบ้าง ก็เลยลองนำประสบการณ์ทางด้านการบริหารบุคคลมาสร้างสมการผลงานของพนักงานขึ้นมาบ้างดังนี้ครับ

ผลงานพนักงาน = ทัศนคติ x แรงจูงใจ x ความสามารถ

จริงๆ สมการนี้ ก็ถอดมาจากการบริหารผลงานนั่นเองครับ ที่เขาว่ากันว่า ผลงานพนักงานที่จะทำได้ตามตัวชี้วัดที่เรากำหนดไว้นั้น มาจากความรู้ ทักษะ และพฤติกรรม (competency) ที่เหมาะสม และเอื้อต่อการสร้างผลงานที่ดีได้ แต่ในทางปฏิบัตินั้น Competency ที่กล่าวมานั้นไม่เพียงพอครับ พนักงานหลายคนมีความรู้ความสามารถ และมีทักษะมากมาย แต่ผลงานก็ไม่ออก สาเหตุของผลงานไม่ออกก็คือ ขาดแรงจูงใจ ซึ่งก็คือ แรงผลักดันให้อยากสร้างผลงาน แรงผลักดันให้เกิดความพยายาม แค่นั้นยังไม่พอ ถ้าขาดทัศนคติที่ดีอีก ก็จะยิ่งทำให้ผลงานไม่ออกมาอย่างที่เราตั้งใจอยากให้เป็น

ถ้าหัวหน้างานอยากให้พนักงานสร้างผลงานที่ดีได้ ก็จะต้องพัฒนาความรู้ความสามารถ ทักษะ และพฤติกรรมที่สอดคล้องกับงาน รวมทั้งหัวหน้าก็ต้องสร้างแรงจูงใจให้เกิดขึ้นในการทำงาน ทำให้แรงจูงใจของพนักงานเพิ่มขึ้น จาก 0 ไปเป็น 100 ให้ได้ (ซึ่งยากมากครับ) แต่ก็ทำได้นะครับ ถ้าหัวหน้าเข้าใจลูกน้องของตนเอง

แรงจูงใจนั้นสร้างได้ง่ายกว่า การเปลี่ยนทัศนคติของพนักงานครับ ดังนั้นถ้าเราอยากให้พนักงานมีผลงานที่ดี บริหารผลงานพนักงานให้เขาสามารถทำผลงานให้ดีขึ้นได้นั้น ต้องเริ่มจาก

  1. การสรรหาคัดเลือกพนักงาน โดยเริ่มจากการหาพนักงานที่มีทัศคติที่เป็นบวก มีมุมมองที่เหมาะสมกับการทำธุรกิจขององค์กร เช่น ถ้าองค์กรของเราเน้นการคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ แล้วเรารับพนักงานที่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง มีมุมมองต่อโลกแคบๆ ไม่เปิดใจ เวลามีใครคิดอะไรใหม่ๆ ก็จะปฏิเสธและไม่ยอมรับความคิดคนอื่น ถ้าเรารับคนที่มีทัศนคติแบบนี้เข้ามาทำงาน ธุรกิจของเราก็คงจะไม่มีอะไรใหม่ๆ ออกมาเลย คนลักษณะนี้อาจจะเหมาะกับองค์กรที่เน้นเรื่องของระบบระเบียบที่ชัดเจน ถูกคือถูก ผิดคือผิด มากกว่า
  2. การเสริมแรง โดยการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานในการสร้างผลงานที่ดี ซึ่งการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานนั้น เป็นสิ่งที่หัวหน้างานทุกคนจะต้องทำให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบรรยากาศในการทำงาน และสร้างแรงเสริมทางบวก เช่น การให้ความสำคัญต่อพนักงาน การให้ความเข้าใจพนักงาน เวลาพนักงานทำผลงานได้ดี ก็ชื่นชมด้วยความจริงใจ ถ้าพนักงานทำผลงานไม่ได้ ก็หาสาเหตุ และพัฒนาพนักงานจนเขาสามารถทำผลงานได้
  3. พัฒนาความสามารถ ทักษะ และความรู้ของพนักงาน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายที่สุดเมื่อเทียบกับสองเรื่องแรก หัวหน้าก็ต้องหาว่าพนักงานของเรานั้นมีจุดแข็งหรือจุดอ่อนอะไรบ้าง และก็นำมาพัฒนาให้ดีขึ้น

ในปัจจุบันมีหลายองค์กรที่นำเอาระบบบริหารผลงานมาใช้ แต่ลืมพัฒนาหัวหน้างาน และบรรดาผู้จัดการ ซึ่งถือว่าเป็นกลไกสำคัญมากในการทำให้ระบบบริหารผลงานเกิดความสำเร็จได้ เพราะหัวหน้างาน และผู้จัดการจะเป็นคนที่คอยดูแล และพัฒนาพนักงาน รวมทั้งสร้างแรงจูงใจที่ดีให้กับพนักงานด้วย สุดท้ายระบบบริหารผลงานก็ไม่ได้ผล

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑