เคยเห็นเด็กๆ เวลาที่เขาสงสัยหรือไม่รู้อะไรบ้างมั้ยครับ เขาจะเฝ้าถามอยู่ตลอดเวลาว่า ทำไมเป็นอย่างโน้น ทำไมเป็นอย่างนี้ ทำไม ทำไม ทำไม ส่วนใหญ่คำถามของเด็กมักจะเป็นคำถามทำไม ซึ่งคำถามว่า ทำไม นั้นเป็นคำถามที่ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น ได้ทราบถึงเหตุผลและความเป็นมาต่างๆ ของสิ่งนั้นๆ ได้อย่างชัดเจน นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กๆ สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
แต่ทำไมพอยิ่งอายุมากขึ้น คำถามว่า “ทำไม” กลับน้อยลงไปเรื่อยๆ จนบางครั้งแทบจะไม่มีคำถามเลยก็มี ผมสังเกตเห็นผู้ใหญ่หลายๆ คนไม่ค่อยจะสงสัยอะไรเลย เห็นอะไร เรียนรู้อะไร ก็ทำตามที่เห็นและที่เรียนรู้มา โดยที่ไม่ทราบว่าเบื้องหลังของการกระทำนั้นมีเหตุผลและความเป็นมาอย่างไร พอถามเข้า ก็ตอบว่า “โอ้ย เขาก็ทำกันมาแบบนี้กันทั้งนั้น” ซึ่งคำตอบแบบนี้ เป็นคำตอบที่ทำให้เราไม่ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นไปจากเดิมเลย
บางคนไม่ถามเพราะไม่กล้า กลัวว่าจะแสดงความไม่รู้ออกมาให้คนอื่นเห็น และรู้สึกเสียหน้าว่า อายุขนาดนี้แล้วยังไม่รู้เรื่องแบบนี้อีก ถ้าคิดแบบนี้เราก็จะยิ่งไม่รู้อะไรใหม่ๆ เพิ่มเติมในชีวิตเลย นี่แสดงว่าเรายึดติดกับตัวตนของเราเองมากเกินไป ผู้บริหารบางคนที่ตำแหน่งสูงๆ ก็กลัวว่าจะแสดงความไม่รู้ออกมาให้ลูกน้องเห็น ก็เลยไม่คิดจะถามอะไรเลย อนุมัติงานออกไปทั้งๆ ที่ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ที่มาที่ไป
ทำไมเราถึงไม่หันกลับมาเรียนรู้กันแบบสมัยเด็กๆ ที่เราเคยเป็นกัน กลับมาตั้งคำถามให้คำสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตของเรา ไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นจะเป็นเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว หรือเรื่องอะไรก็ได้ ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ แค่เพียงคำถามว่า “ทำไม” “อะไร” “อย่างไร” สามคำถามนี้จะช่วยให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เรายังไม่เคยรู้มาก่อนได้มากมาย
นายผมคนหนึ่ง เป็นคนที่ไม่เคยรู้สึกอายเลยที่จะถามว่า ทำไม อะไร และอย่างไร และท่านเองก็ยอมรับกับทุกคนเลยว่าท่านไม่รู้เรื่องนี้นะ ไหนช่วยอธิบายให้ฟังหน่อย เราเองก็ไม่เห็นจะรู้สึกว่านายเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย กลับรู้สึกว่านายเป็นคนที่ตั้งใจจริง และอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จริงๆ
ผลของการถามคำถามแบบเด็กๆ ที่อยากรู้อยากเห็นนั้น ก็คือ เราจะได้ความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา รู้แง่มุมใหม่ๆ มุมมองใหม่ๆ ของคนอื่นๆ ซึ่งทำให้เรามีความคิดที่แตกฉานมากขึ้น และรู้รอบตัวมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งเวลาเราตั้งคำถามได้ จะทำให้เราอยากรู้คำตอบ ยิ่งถ้าไม่มีใครตอบได้ เราเองก็จะพยายามขวนขวายหาคำตอบด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการสอบถาม ค้นคว้า จากแหล่งความรู้ต่างๆ นี่ยิ่งเป็นการต่อยอดความรู้ของเราให้กว้างไกลออกไปได้อีกด้วย
แค่เพียงปรับทัศนคตินิดหน่อยเท่านั้น อย่าให้การรักษาหน้าของเรามาเพิ่มความไม่รู้ของเราไปตลอดชีวิตเลยครับ ชีวิตเรายังอีกยาวไกลนัก เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ได้ทุกวันจะทำให้เราได้ฝึกสมองด้วย ทั้งยังเพิ่มความรู้ใหม่ๆ และยังสามารถทำให้เราก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้เป็นอย่างดีครับ
วันนี้คุณถามคำถามบ้างหรือยังครับ
เห็นด้วยครับ คนยิ่งอายุมาก “อัตตา” หรือ EGO ยิ่งเเรง ยิ่งพวกที่ประสบความสำเร็จสูงๆยิ่งมีปัญหาเรื่องพวกนี้ครับ