หัวหน้างานกับความรับผิดชอบ

คำว่า “รับผิดชอบ” นี้ดูเผินๆ ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่ลองพิจารณาอย่างลึกซื้งดูสิครับ เราจะเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในคำๆ นี้ นั่นก็คือ รับผิด ก่อน แล้วค่อยรับชอบทีหลัง

ในการเป็นหัวหน้างานที่ดีนั้น จะต้องมีความรับผิดชอบ นั่นก็คือ หัวหน้างานจะต้องเป็นเจ้าของงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายมา และดำเนินการสั่งการมอบหมายงานต่อไปให้กับลูกน้องของตนเอง เพื่อให้เขาทำงานในหน้าที่ของตนเองจนประสบความสำเร็จ และส่งผลทำให้งานของหน่วยงานประสบความสำเร็จไปด้วย

แต่ถ้าหากลูกน้องของเราทำผิดพลาดขึ้นมา หัวหน้างานจะทำอย่างไรครับ

จะไปรายงานหัวหน้าอีกชั้นหนึ่งว่า สิ่งที่เราในฐานะหัวหน้าทำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และทำดีอยู่แล้ว แต่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นมาจากลูกน้องที่ใช้ไม่ได้ และทำงานอย่างไม่ได้เรื่องเลย ถ้าเป็นแบบนี้ก็แสดงว่าหัวหน้าคนนี้เอาแต่รับชอบ และโยนความผิดให้กับลูกน้องของตนเอง

ในทางตรงกันข้าม ถ้างานของลูกน้องของเราที่ออกมามีความผิดพลาดจนทำให้งานของหน่วยงานเราไม่บรรลุเป้าหมายได้ หัวหน้าของเราก็ตำหนิมาอีก หัวหน้างานก็ยืดอกรับผิดเต็มที่ว่า “นี่เป็นความผิดพลาดของผมเอง” ต่อหน้าลูกน้องทุกคน

ทั้งสองกรณีนั้น ถ้าเราเป็นลูกน้อง เราอยากได้หัวหน้าแบบไหนครับ ผมเชื่อว่า มากกว่า 90% ตอบว่าอยากได้หัวหน้าแบบที่สอง ก็คือ รับผิดในงานของตนเอง แม้ว่าตนเองจะไม่ได้เป็นคนทำผิดก็ตาม แต่งานนั้นตัวเราเป็นคนดูแล และเราเป็นเจ้าของงานซึ่งต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จของผลงานนั้น

ผู้นำระดับโลกหลายคน ก็ยอมรับผิดต่อสาธารณชนได้อย่างไม่อายใคร และผลจากการยอมรับผิดอย่างจริงใจนั้น ก็ทำให้คนอื่นเกิดความเห็นใจ และให้อภัยในสิ่งที่เขาทำ พร้อมกับให้โอกาสในการสร้างผลงานใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ผิดกับผู้นำที่ไม่เคยรับผิดเลย มีอะไรก็โทษไปที่ลูกน้อง ว่าเป็นคนทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นทั้งหมด ตนเองไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้แต่นิดเดียว ผู้นำแบบนี้ แม้แต่ลูกน้องเอง ก็ไม่มีทางให้อภัยในสิ่งที่เขาทำได้เลย คนอื่นๆ เองพอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็จะมีแต่ความรังเกียจ และไม่อยากทำงานกับผู้นำแบบนี้

มีกรณีศึกษาอันหนึ่ง ซึ่งเป็นของประธานาธิบดี จิมมี่ คาร์เตอร์ ในเหตุการณ์ช่วยตัวประกันที่เป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศอิหร่านประสบความล้มเหลว ท่านประธานาธิบดีออกแถลงการทางโทรทัศน์ว่า

“ผมขอรับผิดชอบกับเหตุการณ์ทั้งหมดนี้”

คำพูดประโยคนี้ประโยคเดียวครับทำให้คะแนนนิยมของประธานาธิบดีคาร์เตอร์พุ่งสูงขึ้นมากกว่า 10% ครับ

ดังนั้นความรับผิดชอบของหัวหน้า หรือ ผู้นำนั้น จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง หัวหน้างาน หรือผู้นำจะต้องรับผิดได้อย่างเต็มใจ และจริงใจ และที่สำคัญต้องให้ความชอบที่ได้มานั้น ไปสู่ลูกน้องของตนเองครับ พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้ามีความผิดในฐานะที่เป็นหัวหน้าก็ต้องยอมรับ แต่เมื่อไรถ้ามีความชอบเกิดขึ้น ก็อย่าลืมส่งความชอบนั้นไปให้กับทีมงานทั้งหมดด้วยครับ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ และแรงจูงใจในการทำงานให้มากขึ้นไปอีกครับ

ถ้าทำได้แบบนี้ผมว่าลูกน้องรักตายเลยครับ

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑