ขึ้นเงินเดือนเขาทำกันอย่างไรตอนจบ

หลังจากที่ได้เขียนเรื่องของการขึ้นเงินเดือนมาให้อ่านถึง 3 ตอนแล้ว ก็มาถึงตอนจบกันแล้วครับ นอกจากวิธีการขึ้นเงินเดือนหลักๆ ที่ได้กล่าวไปแล้ว ก็ยังมีวิธีการขึ้นเงินเดือนที่ดัดแปลงไปโดยใช้วิธีการแปลกๆ ใหม่ๆ มากมาย แต่ทั้งนี้ก็เพื่อวัตถุประสงค์อย่างเดียวกันก็คือ เพื่อตอบแทนผลงานของพนักงานที่ผ่านมานั่นเอง

วิธีการขึ้นเงินเดือนทั้งในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ และ ขึ้นเป็นตัวเงินคงที่ หรือจะเป็นแบบ Merit Grid นั้น ที่ผมได้เล่าให้ฟังจะเป็นตัวอย่างของการขึ้นเงินเดือนแบบตัวเลขอัตราเดียวเท่านั้น (ถ้าลองกลับไปดูตารางการขึ้นเงินเดือน) แต่ในทางปฏิบัติ บริษัทส่วนใหญ่จะทำออกมาเป็นช่วงไว้ สำหรับให้เกิดความยืดหยุ่นในการพิจารณาขึ้นเงินเดือนพนักงานแต่ละคนมากขึ้นไปอีก เช่น

ถ้าขึ้นเงินเดือนเป็นเปอร์เซ็นต์ พนักงานคนใดที่ได้ผลงานในระดับ A จะได้ขึ้นในช่วง 9-11% หรือถ้าขึ้นเป็นตัวเงินคงที่ ก็เช่น พนักงานที่ได้ A จะได้เงินขึ้นในช่วง 1,500 – 2,000 บาท เป็นต้น และทุกระดับผลงานก็จะกำหนดขึ้นเป็นช่วงของการขึ้นเงินเดือน

วิธีนี้จะช่วยให้ผู้จัดการที่ทำหน้าที่ตัดสินใจขึ้นเงินเดือนให้พนักงานแต่ละคนมีช่องในการพิจารณาให้รางวัลพนักงานได้มากขึ้น แต่ก็ต้องอยู่ในช่วงที่กำหนดไว้นะครับ ดังนั้นวิธีนี้ถ้าพนักงานสองคนได้ผลงาน C เหมือนกัน ก็อาจจะได้รับพิจารณาขึ้นเงินเดือนในอัตราที่แตกต่างกันได้ แต่ก็อยู่ในช่วงที่กำหนดไว้

นอกจากวิธีการเพิ่มเป็นช่วงดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีบางแห่งใช้เวลาเข้ามาเป็นเครื่องมือในการขึ้นเงินเดือนอีกด้วย กล่าวคือ พนักงานคนใดที่ได้ผลงานในระดับ A นอกจากขึ้นเงินเดือนในอัตราสูงที่สุดแล้ว ยังขึ้นถี่กว่าคนที่ได้ผลงานด้อยกว่า เช่น อาจจะขึ้นเงินเดือนทุก 6 เดือน (ไม่ต้องรอครบปี) แล้วก็ค่อยๆ ยืดเวลาออกไปตามระดับผลงานที่ได้ จนถึงพนักงานที่ได้ผลงานระดับแย่ที่สุด ก็ขึ้นน้อยที่สุดและแถมยังขึ้น 18 เดือนครั้งอีกด้วย เป็นไงครับวิธีนี้ เน้นการให้รางวัลด้านผลงานอย่างเต็มที่เลย

การที่จะเลือกใช้วิธีการขึ้นเงินเดือนแบบใดนั้น โดยปกติถ้าเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งไปแล้ว ก็อาจจะเปลี่ยนยากสักหน่อย เพราะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ของพนักงาน ถ้ามีอะไรไปกระทบนิดเดียวก็อาจจะเป็นเรื่องขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือ พิจารณาเลือกวิธีการที่เหมาะสมที่สุดสำหรับพนักงานของเราเอง และอย่าลืมเรื่องการสื่อความเรื่องนี้โดยเฉพาะในเรื่องของหลักการ ให้พนักงานเข้าใจว่าบริษัทของเรามีวิธีการในการขึ้นเงินเดือนอย่างไร ยุติธรรมอย่างไร เอาให้ชัดเจน ให้พนักงานเข้าใจถึงที่มาที่ไปมากที่สุด ปัญหาก็จะเกิดน้อยลงครับ

สิ่งสำคัญนอกจากวิธีการขึ้นเงินเดือนในรูปแบบต่างๆ ที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น ก็คือ งบประมาณที่จะใช้ในการขึ้นเงินเดือนในแต่ละปี ก็ต้องถูกพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยดูจากอัตราในตลาดว่าเขาขึ้นกันประมาณเท่าไร และสภาวะเศรษฐกิจในช่วงนั้นๆ ว่าเป็นอย่างไร อาทิ ค่าครองชีพ ภาวะเงินเฟ้อ รวมทั้งความสามารถในการจ่ายของบริษัทเองด้วย

เมื่อได้งบประมาณมาแล้ว ทางฝ่ายบุคคลเองก็ต้องมานั่งคำนวณและสร้างตารางการขึ้นเงินเดือน (ตามตัวอย่างที่ผมได้เสนอไป) เพื่อใช้ตารางนี้กับทุกฝ่ายงานในบริษัท จะได้เกิดความเป็นธรรมกับทุกหน่วยงาน และเป็นการบริหารงบประมาณการขึ้นเงินเดือนให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด แม้ว่าบางปีจะได้งบประมาณมาน้อยนิดก็ตาม

ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร

2 ความคิดเกี่ยวกับ "ขึ้นเงินเดือนเขาทำกันอย่างไรตอนจบ"

Add yours

  1. มีสูตรการขึ้นเงินเดือนไหมค่ะว่าจะเป็นกี่เปอร์เซ็น นำปัจจัยอะไรมาคำนวณบ้างค่ะ เช่น อัตราเงินเฟ้อ + GDP ผลผลิตมวลรวมในประเทศ
    ใช่ไหมค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

    1. สูตรในการคำนวณว่าจะขึ้นเงินเดือนกันสักกี่เปอร์เซ็นต์นั้น โดยส่วนใหญ่ก็จะใช้ข้อมูลของอัตราดัชนีราคาผู้บริโภคของช่วงเวลานั้นๆ ว่า ราคาสินค้าขยับขึ้นไปสักเท่าไร เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และก็บวกในส่วนของ Merit จริงๆ อีกประมาณ 2-3% จะบวกเพิ่มอีกเท่าไรนั้น ก็คงอยู่ที่ความสามารถในการจ่ายของบริษัทด้วยครับ ว่าเป็นอย่างไร ตัวอย่างการขึ้นเงินเดือนในปีที่ผ่านมา ดัชนีราคาผู้บริโภค ณ ปลายปี 53 อยู่ที่ประมาณ 3.5% บวก Merit อีก 2% ดังนั้นส่วนใหญ่ตลาดก็จะขึ้นเงินเดือนกันประมาณที่ 5.5% บางบริษัทก็อาจจะ 6% ซึ่งก็แล้วแต่ความสามารถในการจ่ายกันแล้วล่ะครับ
      ขอบคุณครับ

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑