หัวใจของการเป็น Next Generation HR : การผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ
จากผลการสำรวจความคิดเห็น 2009 HR Monthly Watch Report จากองค์กรชั้นนำทั่วเอเชีย จำนวน 220 องค์กรในช่วงเดือนมิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า การทำงานของ HR ต้องไม่เป็นไซโลอีกต่อไป HR มีหน้าที่ที่จะประสานความสัมพันธ์สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อร่วมกันส่งมอบผลงานให้แก่องค์กร โดยมีการมอบหมายงานให้ผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ขจัดความคลุมเครือ และมีการประเมินและวัดผลของงานที่ออกมาอย่างเป็นรูปธรรม
| HR ในปัจจุบันมุ่งเน้น Functional Alignment | HR ในอนาคตมุ่งเน้น Value-Creating Process |
|
|
แผนภาพที่ 2 : มุมมองและบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไปของ HR สู่การเป็นหน่วยงานที่ส่งมอบผลงานที่เป็นรูปธรรมแก่องค์กร
แม้ว่า HR ดูเหมือนจะเป็นหน่วยงานที่เป็น Cost Center ไม่ได้เป็นหน่วยงานหาเงินให้กับองค์กร แต่สิ่งที่ HRยุคใหม่ต้องตระหนักคือการที่ HR สามารถสร้างคุณค่า (Value) ให้เกิดขึ้นกับกระบวนการต่างๆของ HR เอง ซึ่งคุณค่าเหล่านี้ จะเป็นตัวช่วยผลักดันให้ HR เป็นหน่วยงานที่ผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจให้แก่องค์กร ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาได้แก่
1. Talent Supply : ปั้นพนักงานคุณภาพ และป้อนให้หน่วยงานต่างๆอย่างต่อเนื่อง
องค์กรมั่นใจได้ว่า HR มีกระบวนการในการส่งมอบบุคลากรที่มีความสามารถและคุณสมบัติเหมาะสมให้กับหน่วยงานภายในองค์กรที่มีความต้องการ ซึ่งสิ่งที่ HR ต้องทำในกระบวนการนี้คือการวางแผนอัตรากำลัง ซึ่งต้องทราบภาพธุรกิจในระยะสั้นระยะยาว ต้องวิเคราะห์ตัวแปรต่างๆที่มีผลต่อการใช้กำลังคน การสรรหาคน การประเมินและทดสอบ การปฐมนิเทศ ซึ่งตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมคือ จำนวนพนักงานใหม่ที่สามารถสรรหาเข้ามาร่วมงาน และผลการปฏิบัติงานของพนักงานใหม่ เป็นต้น
2. High Performance : กระตุ้นผลักดันผลงานของพนักงาน ผลงานและให้รางวัลตอบแทน เพื่อผลลัพธ์ที่กำหนดไว้
ในการนำพาองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรที่มีผลงานเป็นเลิศ ต้องมีการตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย ให้คำแนะนำปรึกษาผู้บังคับบัญชาให้สามารถบริหารผลงานพนักงานได้ รวมทั้งติดตามและวัดผลที่เหมาะสม และมีการให้รางวัลตอบแทนที่เหมาะสมกับผลงานที่ทำได้ และมีความแตกต่างกันพอที่จะจูงใจให้ผู้ที่มีผลงานดี ทำดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถวัดได้จากการให้รางวัลตอบแทนที่แตกต่างสำหรับผู้ที่มีผลงานแตกต่างกัน อัตราการรักษาพนักงานในกลุ่มที่เป็น High Performer
3. Capability Growth : เตรียมความพร้อม สร้างความแข็งแกร่งให้พนักงานกลุ่มศักยภาพสูง และผู้นำองค์กรในอนาคต เพื่อเป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนองค์กร
องค์กรสามารถมั่นใจได้ว่า องค์กรมีความสามารถในการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในปัจจุบันและอนาคร ด้วยศักยภาพและความพร้อมของผู้นำ ซึ่งเกิดจากการเตรียมความพร้อมของ HR ในการกำหนดคุณลักษณะของผู้นำ และกลุ่มศักยภาพสูงขององค์กรไว้อย่างชัดเจน มีการประเมินเพื่อการพัฒนาและให้ค่าตอบแทนอย่างเหมาะสม รวมทั้งวางแผนทดแทนตำแหน่งงานไว้อย่างเป็นระบบ ตัวชี้วัดที่สะท้อนให้เห็นถึงผลงานของ HR คือ เปอร์เซ็นต์ของพนักงานที่เป็น A-Players ในองค์กร ความผูกพันของกลุ่มผู้บริหารและกลุ่มศักยภาพสูง
4. Employee Engagement : สร้างความสัมพันธ์ขวัญกำลังใจให้พนักงานพร้อมสู้ทุกสถานการณ์
ค้นหาสิ่งที่เป็นค่านิยมร่วมองค์กรต้องการสร้างให้เกิดขึ้นในองค์กร ยึดมั่น และปลูกฝังให้พนักงานเห็นว่าองค์กรสามารถทำได้ตามคำมั่นสัญญาที่มอบให้พนักงาน สำรวจความเห็นความรู้สึกของพนักงานอย่างต่อเนื่อง มีการสื่อสารให้พนักงานทราบที่มาที่ไปของสวัสดิการค่าตอบแทน นโยบาย และการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ตัวชี้วัดที่สามารถนำมาใช้คือ ระดับความผูกพันของพนักงานในองค์กร อัตราการลาออก อัตราการขาดงาน เป็นต้น
5. Achieving the ROI of Business Restructuring Events
องค์กรมั่นใจได้ว่า จะมีโครงสร้างและกระบวนการการทำงานที่เหมาะสมในการต่อยอดทางธุรกิจ การควบรวมกิจการ การสร้างพันธมิตรเพื่อพัฒนาผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดียิ่งขึ้น
การ Transform HR ไปสู่การเป็น Next Generation HR ต้องใช้เวลา และความอดทน และต้องเริ่มต้นตั้งแต่บัดนี้ ซึ่งสิ่งทำได้ ณ ตอนนี้คือ การกำหนดเป้าหมายผลลัพธ์ที่ต้องการไปถึง ทำ Gap Analysis ออกแบบกระบวนการใหม่ หลังจากนั้นสำรวจว่าต่องปรับโครงสร้างอย่างไร และหันมาพัฒนาความสามารถของ HR ให้เป็น Next Generation HR ตัวจริง ที่มีบทบาทแรงขึ้นกว่าเดิมและไม่ได้เป็นแค่หน่วยงานสนับสนุนอีกต่อไป
ใส่ความเห็น