โบนัส และการขึ้นเงินเดือนประจำปีตามผลงาน

พอถึงช่วงเวลาปลายปีแบบนี้ พนักงานทุกคนในบริษัทต่างก็เฝ้ารอผลตอบแทนอยู่ 2 ตัวก็คือ โบนัส และการขึ้นเงินเดือนตามผลงาน ว่าปีนี้จะได้กันสักเท่าไร บางคนก็วางแผนที่จะใช้เงินก้อนนี้ไว้แล้วทั้งๆ ที่ยังไม่ได้รับเลยก็มี

ประเด็นที่จะคุยกันในวันนี้ก็คือ ระหว่างโบนัสตามผลงาน กับการขึ้นเงินเดือนตามผลงานนั้น อะไรที่น่าจะจูงใจพนักงานให้สร้างผลงานได้ดีกว่ากันในความรู้สึกของพนักงานเอง ท่านผู้อ่านเองล่ะครับ อะไรที่จูงใจท่านได้ดีกว่า แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ

แต่จากผลการวิจัยและการสำรวจค่าจ้างและค่าตอบแทนที่ผมได้ทำไว้นั้น แนวโน้มค่อนข้างจะชัดเจนกว่า ลักษณะการตอบแทนผลงานจะเน้นไปที่การให้โบนัสตามผลงานมากกว่าการขึ้นเงินเดือน เท่าที่สอบถามจากบรรดาผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่เป็นลูกค้าที่ผมให้บริการอยู่นั้น และจากการสอบถามจากพนักงานเอง ต่างก็ตอบว่า โบนัสที่ได้นั้นเขาได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ได้เป็นเงินก้อน ซึ่งพนักงานมีความรู้สึกได้ว่าได้รับผลตอบแทนจากการทำงานที่เหนื่อยมาทั้งปี

พอถามเรื่องของการขึ้นเงินเดือน พนักงานส่วนใหญ่ที่ผมคุยด้วย ต่างก็ตอบว่า “ตัวเลขการขึ้นเงินเดือนนั้น แทนที่จะช่วยจูงใจให้เรารู้สึกดี และอยากสร้างผลงาน กลับทำให้เรารู้สึกเหี่ยวแห้งมาก เพราะเงินขึ้นที่ได้นั้นมันเล็กน้อยมากในแต่ละปี”

ซึ่งพอมาดูอัตราการขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยในแต่ละปีนั้น ก็คงเห็นกันอย่างชัดเจนนะครับว่า 5 ปีที่ผ่านมานั้น อัตราเงินขึ้นเฉลี่ยนั้นอยู่ที่ประมาณ 5-6% เท่านั้น ซึ่งอัตรานี้ มันก็คงไม่มากพอที่จะไปกระตุ้นและจูงใจให้พนักงานสร้างผลงานอย่างสุดยอดได้เลย แต่พนักงานเองก็ยังคาดหวังว่าจะต้องได้เงินขึ้นทุกปีอยู่ดี เพียงแต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย

และอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้อัตราการขึ้นเงินเดือนประจำปีนั้นทำหน้าที่จูงใจพนักงานได้ไม่ดีนัก ก็เพราะว่า งบประมาณเงินขึ้นนั้น มันไม่ได้เกิดจากผลประกอบการโดยตรง ผู้บริหารระดับสูงจะต้องพิจารณาแล้วพิจารณาอีก ว่าต้นทุนทางด้านเงินเดือนนั้น ปีหน้าเราจะรับได้สักเท่าไร

แต่เมื่อเทียบกับโบนัสแล้ว เงินโบนัสที่ตัดมาให้กับพนักงานนั้น จะมาจากยอดขายในปีนั้นๆ หรืออาจจะตัดมาจากกำไรที่ได้หลังหักภาษีไปแล้ว ดังนั้นมันจึงเห็นกันชัดเจนมาก แถมบางบริษัทยังท้าทายพนักงานไว้ตั้งแต่ต้นปีว่า ถ้าเราช่วยกันทำให้บริษัทได้กำไรเพิ่มขึ้นอีก 25% บริษัทจะจ่ายโบนัสเฉลี่ยให้พนักงาน 3 เดือนไปเลย มันทำให้พนักงานเกิดแรงฮึดที่จะช่วยกันทำงาน เพราะทำแล้วได้ผลตอบแทนกลับมาอย่างชัดเจน

ดังนั้นแนวโน้มในอนาคตของนายจ้างก็คือ จะใช้เงินโบนัสตามผลงานนี่แหละเป็นตัวจูงใจพนักงานให้สร้างผลงาน ปีไหนผลงานออกมาดีมาก โบนัสก็มากหน่อย ปีไหนผลงานออกมาน้อยหน่อย ก็ลดโบนัสลงไปบ้างเล็กน้อย ซึ่งพนักงานเองก็ยอมรับได้ไม่ยากนัก

ส่วนเรื่องของการขึ้นเงินเดือนประจำปีนั้น ถ้าจะให้จูงใจพนักงานได้ดีขึ้น ก็จะต้องกระจายให้สอดคล้องกับผลงานมากที่สุด กล่าวคือ คนที่ผลงานดีมาก ที่เรียกว่าเป็น talent ของบริษัท ถ้าได้รับเงินเดือนขึ้นในอัตราที่ไม่แตกต่างกันพนักงานที่ผลงานกลางๆ หรือต่ำกว่ามาตรฐานแล้ว talent ของเราก็คงจะไปเป็น talent ของที่อื่น เพราะว่าอัตราเงินขึ้นนั้นแทบจะเท่ากันในพนักงานทุกคน

อย่างที่ผมเคยเขียนไว้ในบทความเก่าๆ ว่า อัตราเปอร์เซ็นต์ที่ควรจะต่างกันระหว่างพนักงานที่มีผลงานดีมาก กับพนักงานที่มีผลงานต่ำกว่ามาตรฐานนั้นควรจะต่างกันอย่างน้อยก็คือ 10% จึงจะมีผลต่อความรู้สึกของพนักงาน พนักงานที่มีผลงานดี ก็จะได้รับแรงจูงใจในการสร้างผลงานในปีต่อไป พนักงานที่ผลงานไม่ดี ก็จะพยายามพัฒนาผลงานของตนเองเพื่อจะได้อัตราปรับที่สูงขึ้น

ก็คงต้องอยู่กับ HR แล้วล่ะครับว่า จะใช้เครื่องทั้งสองอย่างนี้ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร ระหว่างการให้โบนัส กับการขึ้นเงินเดือนตามผลงาน

ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑