มนุษย์เงินเดือนทุกคนต่างก็มีความคาดหวังอยู่เป็นประจำทุกปีว่าจะได้รับผลตอบแทนหรือรางวัลตอบแทนผลงานที่ทำในช่วงระหว่างปีที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าพนักงานทุกคนมีความเชื่อว่า ตนเองทำผลงานได้ดี ตนเองขยันขันแข็ง และตนเองสมควรจะได้รับผลตอบแทนการทำงานที่มากกว่าคนอื่น ส่วนใหญ่จะมองผลงานของตนเองดีกว่าผลงานของเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ อยู่เสมอ
เพราะผลงานเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะใช้เป็นเหตุในการให้รางวัลแก่พนักงาน ดังนั้นเราจึงต้องสร้างระบบ สร้างวิธีการในการประเมินผลงานออกมาให้ชัดเจนที่สุด โดยพยายามแปลงผลงานให้ออกมาเป็นตัวเลขที่สามารถวัดกันได้อย่างตรงไปตรงมา ใครผลงานเป็นอย่างไร ก็วัดจากตัวเลขต่างๆ ที่กำหนดไว้เป็นผลงานของแต่ละตำแหน่ง
แต่ผมถามหน่อยเถอะว่า ตัวเลขต่างๆ ที่เรากำหนดขึ้นมาเป็นตัวชี้วัดผลงานนั้น มันแสดงให้เห็นถึงผลงานของพนักงานคนนั้นทั้งหมดจริงหรือไม่ หรือเห็นเพียงบางส่วนเท่านั้น ยกตัวอย่างที่ง่ายที่สุด เช่น พนักงานขาย ตัวชี้วัดผลงานหลักของตำแหน่งนี้ก็คือ “ยอดขาย” ที่พนักงานจะต้องทำให้ได้ เพื่อพิสูจน์ผลงานกันในแต่ละปี
ผมถามต่อว่า ถ้าพนักงานขายสองคนตั้งเป้าผลงานไว้เท่ากันที่ 10 ล้านบาทต่อปี โดยพนักงานขายคนแรกสามารถทำยอดขายได้เป้าหมายตามที่กำหนด แต่เบื้องหลังของการขายได้เป้านั้นพนักงานคนนี้ได้พยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมต่างๆ กับลูกค้า พยายามโกหก และให้สัญญากับลูกค้า โดยที่ไม่มีการทำตามสัญญาที่ให้ไว้เลย ทำให้ลูกค้าหลงเชื่อ และตัดสินใจซื้อสินค้ากับพนักงานคนนี้ จนพนักงานได้ยอดขายตามเป้าที่กำหนด
พนักงานขายคนที่สอง มีเป้าหมายเท่ากันคือ 10 ล้านบาทต่อปี โดยที่พนักงานคนนี้ขายของให้กับลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา อะไรให้ได้ก็ให้ อะไรให้ไม่ได้ก็คุยกับลูกค้าตรงๆ และพยายามให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า โดยที่ลูกค้าแต่ละรายเองก็รู้สึกดีที่ได้ซื้อขายกับพนักงานคนนี้ จนทำให้พนักงานขายคนนี้ทำงานได้เป้าหมาย
คำถามที่ตามมาก็คือ พนักงานขายสองคนนี้ ใครมีผลงานดีกว่ากัน ถ้าจะให้รางวัลเพื่อตอบแทนผลงานแก่พนักงานขายทั้งสองคนนี้ พนักงานคนใดที่ควรจะได้รับรางวัลผลงานสูงกว่ากัน
ผมอยากให้ท่านผู้อ่านลองโหวตกันเข้ามานะครับว่า ถ้าท่านเองเป็นหัวหน้าของพนักงานขายสองคนนี้ ท่านเองจะให้ผลงานใครดีกว่ากันครับ แล้วพรุ่งนี้มาคุยกันต่อครับ
ใส่ความเห็น