ผลงานกับการขึ้นเิงินเดือน

ช่วงปลายปีแบบนี้ เป็นช่วงที่เกือบทุกบริษัทจะต้องทำเรื่องของการประเมินผลงานของพนักงาน และต้องนำเอาผลงานที่ได้นั้นมาพิจารณาเพื่อขึ้นเงินเดือน และให้รางวัลในการทำงานแก่พนักงาน เพื่อเป็นการจูงใจพนักงานที่สร้างผลงานได้ดี ให้มีกำลังใจในการทำงานต่อไป

ประเด็นเรื่องของการขึ้นเงินเดือนตามผลงานนั้น จากประสบการณ์ที่ผมได้พบมาจากบริษัทต่างๆ จะเห็นได้ชัดเจนว่า พนักงานที่มีผลงานดีมาก กับพนักงานที่มีผลงานไม่ดีนั้น แทบจะได้รับอัตราเงินเดือนขึ้นที่ไม่แตกต่างกันสักเท่าไร

ตัวเลขที่ผมสำรวจมาก็คือ พนักงานที่มีผลงานในระดับดีเลิศ(A) จะได้รับอัตราเงินขึ้นต่างกับพนักงานที่มีผลงานในระดับแย่มาก(DหรือE) อยู่ที่เฉลี่ย 4% เท่านั้น ถ้าลองพิจารณาจากตัวเงินเดือนที่เท่ากัน สมมติพนักงานสองคนมีเงินเดือน 10,000 เท่ากัน คนแรกมีผลงานดีเลิศ ได้ขึ้นเงินเดือน 8% ก็คิดเป็นเงินเท่ากับ 800 บาท พนักงานอีกคนผลงานอยู่ในระดับเกือบจะแย่ (เพราะถ้าแย่มากก็จะไม่ได้รับการขึ้นเงินเดือน) จะได้รับอัตราการขึ้นเงินเดือนอยู่ที่ 4% คิดเป็นเงินที่ 400 บาท มีความแตกต่างกันเพียง 400 บาท ถามว่าความต่างเพียงเท่านี้จะทำให้พนักงานที่มีผลงานดีเกิดแรงจูงใจหรือไม่ และพนักงานที่ผลงานไม่ดี อยากจะพัฒนาผลงานตนเองให้ดีขึ้นหรือไม่

พนักงานที่บริษัทบอกกับเขาว่า เขาเป็นคนเก่ง มีผลงานในระดับดีเลิศ แต่กลับได้เงินเดือนขึ้นที่แตกต่างกันน้อยมากเมื่อเทียบกับพนักงานที่มีผลงานเกือบแย่

บริษัทที่เป็น The best employer นั้นเขาประกาศเลยว่า บริษัทมีนโยบายค่าตอบแทนที่เรียกว่า Pay for performance ก็คือพนักงานที่มีผลงานดีจะได้รับรางวัลตอบแทนที่สูงกว่าพนักงานที่มีผลงานไม่ดีแบบต่างกันมากทีเดียว ทั้งนี้เพื่อเป็นการจูงใจพนักงานที่มี่ผลงานดี และจูงใจพนักงานที่มีผลงานไม่ดีให้เร่งสร้างผลงานให้ดีขึ้นเพื่อจะได้รางวัลแบบเดียวกัน

มีงานวิจัยจากทางสหรัฐอเมริกาทำไว้ว่า ถ้ารางวัลที่ให้ระหว่างพนักงานผลงานดีกับพนักงานที่ผลงานไม่ดีนั้น มีความแตกต่างกันน้อย พนักงานผลงานดีจะหมดกำลังใจ และจะไม่สร้างผลงานที่ดีขึ้นในปีถัดไป เพราะทำไปก็ไม่เห็นจะมีอะไรแตกต่างกับพนักงานที่ผลงานไม่ดี แต่ถ้ารางวัลที่ให้นั้นมีความแตกต่างกันเกินกว่า 10% ขึ้นไปแล้ว จะทำให้คนเก่งมีกำลังใจที่จะรักษาระดับผลงาน และยังพยายามสร้างผลงานให้ดีขึ้นไปอีก ส่วนพนักงานที่มีผลงานไม่ดีก็จะพยายามเร่งสร้างผลงานให้ดีขึ้น เพื่อปีถัดไปจะได้รางวัลที่สูงขึ้น

แนวโน้มในการจ่ายค่าตอบแทนในอนาคตส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่เรื่องของผลงาน ก็คือเน้นไปที่ผลงานที่ออกมา ถ้าทำผลงานได้ดี ก็จะได้รางวัลดีกว่าคนที่ผลงานไม่ดี แต่ถ้ารางวัลที่ให้นั้นมีความแตกต่างกันไม่มากระหว่างคนผลงานดีกับผลงานไม่ดีแล้ว ระบบ pay for performance ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยครับ

สิ่งที่ฝ่ายบุคคลสามารถช่วยทำให้ระบบการขึ้นเงินเดือนจูงใจพนักงานได้ดีขึ้น ก็คือ การช่วยสร้างระบบการกระจายเปอร์เซ็นต์การขึ้นเงินเดือนให้มีความแตกต่างกันระหว่างคนที่ผลงานดี กับคนที่ผลงานไม่ดี โดยที่ยังใช้งบประมาณการขึ้นเงินเดือนเท่าเดิม มิฉะนั้นแล้วแทนที่การขึ้นเงินเดือนจะเป็นการจูงใจพนักงาน ก็จะกลายเป็นว่า พนักงานจะรู้สึกว่าเงินเดือนที่ขึ้นนั้น ทำให้เขารู้สึกแย่ หมดแรงจูงใจในการสร้างผลงาน แถมยังรู้สึกว่าพลังในการทำงานลดน้อยถอยลงไปอีกด้วย

ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร

2 ความคิดเกี่ยวกับ "ผลงานกับการขึ้นเิงินเดือน"

Add yours

  1. อยากสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขึ้นเงินเดือนดังนี้ค่ะ

    -การขึ้นเงินเดือนแบบเปอร์เซ็นต์ กับ ตัวเงิน มีข้อดีและเสียแตกต่างอย่างไรคะ และควรเลือกใช้แบบใดในการขึ้นเงินเดือน-

    ขอบคุณค่ะ
    wanya

    1. ผมได้ตอบคุณ wanlaya ไปทางอีเมล์นะครับ ส่วนคำถามนี้เ็ป็นคำถามที่ดีครับ ผมจะนำมาเขียนอย่างละเอียดอีกทีใน blog นี้ครับผม

      ขอบคุณที่ติดตามครับ

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑