วันนี้จะเขียนถึงหลักการพื้นฐานที่สำคัญของเครื่องมือหนึ่งในการบริหารค่าจ้างเงินเดือน ซึ่งมีหลายบริษัท ก็ใช้เครื่องมือนี้อยู่ หลายบริษัทมีทำระบบนี้แล้วแต่ก็ยังใช้ไม่ค่อยเป็น และอีกหลายบริษัทที่ยังไม่ได้ใช้ แต่ก็มีความคิดที่จะนำมาใช้ในอีกไม่ช้านี้ เครื่องมือที่ว่านี้ก็คือ “การประเมินค่างาน (Job Evaluation)” นั่นเอง
การประเมินค่างาน หรือภาษาอังกฤษที่เรียกกันอย่างติดปากว่า Job Evaluation หรือเรียกสั้นๆ ว่า JE นั้น เป็นเครื่องมือสำคัญอันหนึ่งที่ใช้ในการวางพื้นฐานของการบริหารค่าจ้างเงินเดือน เป็นเครื่องมือในการช่วยทำให้เราทราบว่า ตำแหน่งงานใดมีความยากง่ายในการทำงานแตกต่างกันสักเพียงใด โดยพิจารณาจากพื้นฐาน 2 ด้านก็คือ ความรู้ที่ใช้ในการทำงาน และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย ตำแหน่งงานใดที่ยากกว่า ก็แปลง่ายๆ ว่า เป็นตำแหน่งงานที่ต้องใช้ความรู้ทักษะที่มากกว่า และมีความรับผิดชอบที่มากกว่า
ซึ่งความยากง่ายของงานนี้เองที่จะนำมาใช้เป็นพื้นฐานในการกำหนดอัตราการจ่ายค่าจ้างเงินเดือนของตำแหน่งงานแต่ละตำแหน่ง ซึ่งน่าจะเป็นหลักการที่ช่วยให้เกิดความเป็นธรรมในการจ่ายค่าจ้างเงินเดือนได้อย่างชัดเจนมากขึ้น อธิบายได้อย่างชัดเจนมากขึ้น
การประเมินค่างานจะประเมินกันที่ตัวตำแหน่งงาน โดยไม่นำเอาคนที่ดำรงตำแหน่งเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลย มองกันที่ตัวตำแหน่งล้วนๆ เช่นตำแหน่งวิศวกร เมื่อเทียบกับตำแหน่ง พนักงานพิมพ์ดีด แล้ว ตำแหน่งใดมีค่างานมากกว่ากัน โดยประเมินจากความรู้และทักษะที่จะต้องใช้ในการทำงาน และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายของตำแหน่งงานมาเทียบกัน
ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในการทำระบบประเมินค่างานก็คือ บรรดาผู้จัดการฝ่ายต่างๆ อาจจะยังไม่เข้าใจว่าเราประเมินค่างานจากตำแหน่งงาน ก็เลยนำเอาตัวคนที่ทำงานนั้นเข้ามาประเมินด้วย ผลก็คือ ค่างานมันก็ออกมาแบบไม่ค่อยถูกต้องนัก เพราะบางครั้งผู้จัดการมองว่าคนๆ นี้เป็นคนเก่ง ผลงานดี ค่างานก็น่าจะสูงไปด้วย ซึ่งเป็นแนวคิดที่ไม่ถูกต้องเลยในการประเมินค่างาน
เราจะประเมินกันที่ตัวตำแหน่งงานเท่านั้น เพราะนี่คือการประเมินค่างาน ส่วนการประเมินคนที่ทำงานนั้น เราจะมีการประเมินอีกแบบที่เรียกว่า การประเมินผลงานนั่นเอง ปัญหานี้เอง ที่ทำให้คณะกรรมการประเมินค่างานของแต่ละบริษัทต้องถกเถียงกันอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน ต่างคนต่างไม่ยอมกัน ก็เพราะเอาตัวคนทำงานมาพิจารณานี่แหละครับ
ดังนั้นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการประเมินค่างาน ก็คือ การใช้ตำแหน่งงานมาประเมิน มาถกเถียงกัน ไม่ใช่นำเอาคนที่ดำรงตำแหน่งมาเทียบกัน ผมมักจะพูดเสมอกับบรรดาคณะกรรมการประเมินค่างานว่า “ให้ลบหน้าคนออกไปจากระบบการคิดก่อนที่จะทำการประเมินค่างาน” แรกๆ ก็ยังลบไม่ค่อยออกหรอกครับ แต่คนกลางที่ดำเนินการในคณะกรรมการประเมินค่างานก็ต้องคอยเตือนอยู่เสมอ เมื่อไรที่มีการหยิบยกเอาเรื่องของผลงานของคนขึ้นมาถกเถียงกัน ก็ต้องเตือนว่า นี่เริ่มที่จะนำคนเข้ามาประเมินแล้วนะ เพื่อเตือนสติผู้ประเมินให้มองเรื่องเดียวกันให้ได้ครับ เตือนกันแบบนี้ไปสักพัก มันก็จะเริ่มเข้าที่ครับ แล้วคราวนี้ก็จะถกเถียงกันในเรื่องงานล้วนๆ ครับ
ใส่ความเห็น