สิ่งที่ต้องตัดสินใจในการบริหารค่าจ้างเงินเดือน ตอน 3

เมื่อผู้บริหารตัดสินใจใน 2 เรื่องที่กล่าวมาแล้ว ก็คือเรื่องของ ระดับการจ่าย และ ลักษณะของโครงสร้างการจ่ายว่าจะเป็นอย่างไรชัดเจนแล้ว สิ่งต่อมาที่จะต้องตัดสินใจก็คือ ระบบในการบริหารค่าจ้างเงินเดือนจะต้องดำเนินการอย่างไร ให้สอดคล้องกับ 2 เรื่องที่ได้ตัดสินใจไปแล้ว

ในเรื่องของระบบบริหารค่าจ้างเงินเดือนนั้น ก็คงต้องเริ่มตั้งแต่

  1. พนักงานเข้ามาทำงานใหม่ เราจะมีระบบในการว่าจ้างพนักงานใหม่อย่างไร พนักงานใหม่แบบที่เพิ่งจบใหม่ ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อน เราจะต้องเริ่มจ้างที่อัตราเท่าไร และพนักงานที่มีประสบการณ์ในการทำงานมาแล้ว เราจะมีวิธีในการกำหนดอัตราค่าจ้างเงินเดือนอย่างไร สิ่งนี้จะมีคำตอบได้ก็ต้องได้รับนโยบายเรื่องระดับการจ่าย และ โครงสร้างวิธีการจ่ายที่ชัดเจนก่อน
  2. ถ้าโครงสร้างการจ่ายเป็นแบบเน้นค่างานเป็นหลัก สิ่งที่จะต้องทำต่อก็คือ ต้องหาระบบในการประเมินค่างาน และจัดทำโครงสร้างระดับงานตามคุณค่าของงานแต่ละตำแหน่งให้ชัดเจน เพื่อที่เป็นพื้นฐานในการกำหนดอัตราเงินเดือนของแต่ละตำแหน่งงานตามความยาก ง่ายของงานต่อไป หรือถ้าเน้นแบบอาวุโส เราก็จะได้กำหนดวิธีการในการกำหนดอัตราเงินเดือนโดยเน้นอายุงานที่พนักงานทำ งานมาเป็นพื้นฐานในการกำหนดอัตราการจ่ายเงินเดือน
  3. ต้องหาข้อมูลของตลาดว่า ธุรกิจที่ใกล้เคียงกับบริษัทเรานั้น เขาจ่ายค่าจ้างเงินเดือนกันอย่างไร มากน้อยเพียงใด ซึ่งในปัจจุบันก็มีสถาบัน และบริษัทต่างๆ ที่เขาทำการสำรวจค่าจ้างเงินเดือนกันทุกปี ซึ่งฝ่ายบุคคลก็สามารถไปหาซื้อข้อมูลเหล่านี้ได้ แต่ก็คงต้องเลือกที่เราสามารถนำข้อมูลไปใช้งานได้จริงๆ เพราะบางแห่งเข้าร่วมแล้ว จ่ายก็แพง แต่ผลสุดท้ายเอาข้อมูลมาใช้ไม่ได้เลย แบบนี้ก็ไม่ควรเข้าร่วมอีกต่อไป
  4. กำหนดโครงสร้างเงินเดือนตามพื้นฐานในการจ่ายที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรก เช่นจ่ายตามค่างาน เราก็จะต้องทำโครงสร้างเงินเดือนที่สะท้อนค่างานของแต่ละระดับงานตามความยาก ง่ายของงาน หรือถ้าเป็นโครงสร้างตามอาวุโส เราก็จะใช้จำนวนปีอายุงานเป็นเกณฑ์ในการกำหนดอัตราเงินเดือน
  5. กำหนดวิธีการในการบริหารการขึ้นเงินเดือนให้ชัดเจน ว่าจะเป็นการขึ้นตามผลงานและความสามารถของพนักงาน หรือขึ้นตามอายุงานเป็นหลัก เพื่อจะได้สร้างสรรค์วิธีการเก็บข้อมูลเพื่อนำมาใช้ในการขึ้นเงินเดือนได้ ตรงที่สุด

เมื่อผู้บริหารได้ฟันธงตัดสินใจในทั้ง 3 เรื่องแล้ว ฝ่ายบุคคลก็จะมีแนวทางที่ชัดเจนมากๆ ในการบริหารค่าจ้างเงินเดือนพนักงาน ถ้าต่อมาเกิดมีผู้จัดการฝ่ายบางคนที่สงสารพนักงานที่อยู่มานาน และอยากจะขึ้นเงินเดือนให้เขา เราก็จะสามารถบอกเขาได้ว่า บริษัทได้กำหนดนโยบายในการบริหารเงินเดือนโดยยึดหลักค่างานไว้ตั้งแต่แรก ดังนั้นถ้าอยากให้พนักงานคนนั้นได้รับการขึ้นเงินเดือนจริงๆ ก็ควรจะหาวิธีการพัฒนาพนักงานให้มีความรู้ความสามารถมากขึ้น เพื่อที่จะได้ทำงานในตำแหน่งงานที่มีความยากมากขึ้น แล้วเงินเดือนก็จะเพิ่มขึ้นตามค่างานที่เพิ่มขึ้นไปด้วย

ฝ่ายบุคคลก็จะไม่ต้องไปต่อสู้กับผู้จัดการฝ่ายอื่นๆ ในเรื่องของเงินเดือนพนักงาน โดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่แน่นอนอีกต่อไปครับ

ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑