คุณเคยพูดกับตัวเองอย่างนี้หรือเปล่า
“ฉันมันแก่ไปที่จะเรียนแล้วล่ะ”
หรือ
“โอยย อายุขนาดนี้แล้ว จะให้ไปเรียนเปียโนหรอ โดนเด็กมันหัวเราะเยาะแย่เลย”
หรือ
“ตอนนี้เราก็อายุเริ่มเยอะแล้ว ให้มานั่งเรียนคอมพิวเตอร์หรอ ผมว่าไม่ไหวมั้ง”
ฯลฯ
คำพูดเหล่านี้ล้วนแต่เป็นคำพูดที่แสดงให้เห็นถึงความไม่มุ่งมั่น ไม่พยายาม และมักจะเป็นข้ออ้างที่เราใช้เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากกว่า ผมคิดว่า คนทุกคนไม่มีใครแก่เกินที่จะเรียนหรอกครับ ทุกคนถ้ามีความพยายามมากพอ ไม่ว่าจะอายุเท่าไร ผมเคยอ่านเจอว่ามีนักเปียโนระดับโลกเริ่มเล่นเปียโนตอนอายุ 20 ปีแล้ว ก็ยังประสบความสำเร็จได้ ผู้ใหญ่ที่ผมนับถือท่านหนึ่งท่านอายุประมาณเกือบ 70 ปี แต่ท่านก็สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างคล่องแคล่ว ขณะที่บางคนที่อายุใกล้เคียงกันกลับกลัวคอมพิวเตอร์ ท่านเองเริ่มใช้คอมพิวเตอร์อย่างจริงๆ จังๆ ก็อายุปาเข้าไปเกือบ 60 แล้ว
อีกตัวอย่างหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดีก็คือ ผู้พันแซนเดอร์ ผู้คิดค้นสูตรไก่ทอด และเป็นผู้ให้กำเนิดร้านไก่ทอดชื่อดังระดับโลก ท่านเองเริ่มต้นขยายธุรกิจของตัวเองตอนที่อายุ 60 กว่าปีแล้ว แถมยังประสบความสำเร็จอย่างมากอีกด้วย
จงอย่าให้อายุมาเป็นข้อจำกัดในความสำเร็จที่เราตั้งใจจะไปให้ถึงเลยนะครับ คนเราถ้าใจคิดอยากจะทำอะไรแล้ว และมีความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงแล้วละก็ อายุก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญหรอกครับ
อาจารย์ค่ะ เคยอยากเรียน Dance ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นการออกกำลังกายที่ดีวิธีหนึ่ง แต่ปรากฎว่า มีแต่เด็กๆๆ ที่อยู่ในห้องเรียนเดียวกัน
อย่างงี๊ก็ไม่ไหวอ่ะค่ะ อายเด็กๆๆ ค่ะ (ตัวเองกลายเป็นเด็กโข่งไปเลย)
แต่ยังงัยก็เห็นด้วยค่ะ ว่า ” ไม่มีใครแก่เกินเรียน” ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ผมเองก็เคยอยากเรียนเปียโนตอนที่อายุเยอะแล้ว แต่ดีว่า เขามีหลักสูตรสำหรับผู้ใหญ่ แต่พอมีโอกาส ผมก็เข้าไปเรียนปนกะเด็กตัวเล็กๆ นะครับ สิ่งที่ได้ก็คือ เด็กๆ มาสอนผมเ่ล่นอีกต่างหาก ก็สนุกดีเพมือนกัน ถ้าไม่คิดอะไรมากครับ สิ่งสำคัญก็คือ อย่าเพิ่งหมดไฟในการเรียนรู้ไปซะก่อน
ขอบคุณสำหรับความเห็นครับคุณกุ้ง