หลายวันมานี้มีลูกน้องมาบ่นให้ฟังว่า ทำงานแล้วเหนื่อย ท้อจัง มีวิธีไหนที่จะทำให้ตนเองมีกำลังใจในการทำงานขึ้นมาบ้าง ผมนั่งฟังน้องเขาเล่าเรื่องงาน เรื่องที่น่าท้อใจ ฟังแล้วก็เห็นใจครับ สิ่งที่ผมรับทราบและรับรู้มาจากเรื่องราวต่างๆ ของน้องเขา ก็คือ บางส่วนเป็นเรื่องจริงที่น่าท้อใจ เช่นเรื่องของเพื่อนร่วมงานที่จ้องแต่จะจับผิด ไม่ทำงานเป็นทีม แต่บางส่วนก็เป็นเรื่องที่เขาคิดและกลัวไปเอง
ประเด็นที่ผมอยากจะย้ำก็คือ ประเด็นที่เราคิดเอง เออเอง นี่แหละครับ ปกติมักจะทำให้คนเราท้อใจจนเข้าขั้นฆ่าตัวตายมาก็เยอะครับ จะว่าไปแล้วจิตใจของเรานี่เป็นเรื่องซับซ้้อนมากเลยนะครับมันมีอิทธิพลที่สามารถทำให้คนคนนึง ประสบความสำเร็จได้อย่างไม่เคยประสบมาก่อน และในทางตรงกันข้ามก็ทำให้คนบางคนสิ้นหวัง และโดดตึกตายได้ในที่สุด
วิธีแก้ก็คือ ต้องเพิ่มกำลังใจ ให้ตนเองครับ ความหมายของกำลังใจที่ผมจะกล่าวถึีงนี้ คือ
กำลังของใจเราน่ะครับ ว่าคนเราจะต้องฝึกใจให้มีพละกำลังที่จะควบคุมร่างกายให้ไปในทางที่ดีให้ได้ นั่นคือกำลังใจ เขาว่ากันว่ากำลังใจที่ดีที่สุด ก็คือตัวเราเองสร้างเอง คนอื่นสร้างให้ไม่ค่อยจะได้หรอกครับ คนอื่นทำได้ก็แค่ปลอบใจ ให้คำแนะนำ แต่ตัวเราเองนี่แหละจะต้องสร้างกำลังกายของเราเอง
ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนกับการสร้างกำลังกายน่ะครับ คนอื่นสร้างให้เราไม่ได้เช่นกัน
ถ้าเราอยากมีกำลังกาย ก็ต้องออกกำลังกาย ออกแรง ใช้แรง เราก็จะมีกำลัง
กำลังของใจก็เ่ช่นกัน เราต้องออกแรงใจ ใช้ใจควบคุมกาย ฝึกใจให้นิ่ง มีสมาธิมากที่สุด
แล้วกำลังของใจเรา จะแกร่งขึ้นอีกมากครับ
เรื่องราวที่ผมอ่านแล้วรู้สึกประทับใจ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเราได้มากก็คือ
เรื่องราวของชายชาวญี่ปุ่น ที่เกิดมาพิการไม่มีแขน ไม่มีขา ต้องใช้รถไฟฟ้าไปไหนมาไหน
ชื่อของเขาคือ ฮิโรทาดะ โอโตทะเกะ ปัจจุบันเขาเป็นครูสอนหนังสือไปแล้ว
เขาพิการด้านร่่างกาย แต่ใจเขาไม่พิการเลยครับ กำลังของใจเขามีเต็มจนล้นเลย
แต่เราๆ นี่สิ เกิดมาครบ 32 ทำอะไรได้ทุกอย่าง แต่กลับพิการทางใจ ก็คือ ใจไม่มีกำลัง
จงดูชายคนนี้เป็นตัวอย่าง แล้วสร้างพลังใจของเรา ต่อสู้กับชีวิตในโลกเบี้ยวๆ นี้ต่อไปดีกว่าครับ
บทความนี้ทำให้ผมยิ้มและเริ่มต้นใหม่ได้
ผมอยากให้บทความนี้ทำให้คนอื่นๆยิ้มและเริ่มต้นใหม่ได้อย่างผม
ขอบคุณจริงๆครับ…
ดีใจครับที่บทความผมช่วยให้เริ่มต้นใหม่ได้ ก็อยากให้สู้ๆ ต่อไปครับ ทุกอย่างอยู่ที่ใจของเราครับ
ขอให้ประสบความสำเร็จนะครับ
อยู่ธิ๊เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรัยมันตามความคิ๊สติเราหั้ยทันอยู่กับ……
สิ่งที่มีม่ายใช่สิ่งฝัน —“” (( แระธัมสิ่งนั้นหั้ยมันดี ธิ๊สุส ))
ก๊””ชีวิต คือ ชีวิต”” เมื่อมีเข้ามาก๊มี เลิกปรัย มีสุขสม-+++++
มีผิดหวัง…. หัวเราะหรือหวั่นหวัย….เกิดขึ้นด้ายทุกวัน -****
คัยจะปรัยรุ้ว่าวันข้างหน้าจะ พบ เจออารายอีก หรือ ป่าว หน้ากลัว
หรือ ม่ายหน้ากลัว ก๊รูม่ายด้าย เรยย เหมือนสิ่ง ที่มันผ่าน ๆ ปรัยนัยชีวิต
อย่าง รวดเร็ว ทุก ๆ วัน ….””บางวันยังม่ายด้ายธัมอารายเรยย ธิ๊จะเก็บ
วั้ยนัยความทรงจัม … วันนั้นมันก๊ผ่านปรัยแระอย่างรวดเร็ว …แต่ กับอีก
บางวันก๊มีเรื่องที่ม่ายหน้าคาดคิ๊ม่ายเคยคิ๊ว่าจะพบจะด้ายธัม แต่เวลา..ก๊
พาเรามาธัม และเวลามันก๊ผ่านปรัยอย่าง ช้า ๆ …””และมีอารายหั้ย
เราคิ๊เราธัม มากมาย …”” อย่างว่า เกิดมาทั้งที อยากธัมรัยก๊รีบธัม /*
ม่ายต้อง “รอ” หั้ยถึงเวลาที่สมควรแร้วจึงมาคิ๊ธัม … แต่เราต้อง
ธัมก่อนที่วัน อัน โหดร้าย ที่เวลามันนำมาพบเจอกับ เรา ก่อน *-*–*-
“””ธัมแร้วมีความสุข หรือ ป่าวสุขกับทุกอันหนัยมันมากกว่ากัน””””
เราม่ายรู้ แต่ อย่างว่า คลเราเกิดมาพร้อมหน้าที่ ……หน้าที่ที่มันติดตัว
มาตั้งแต่เกิด *** คือหน้าที่ของความ ลูก *** ธัมแร้วชีวิตเราจะเปน
งัย ช่างมันเถอะ ว่าแต่ด้ายธัมหน้าที่ ก๊ เหมือนชีวิตนี้ด้าย ธัมหนัยสิ่งที่สมควร
ธัม จะมีความสุขหรือม่าย ค่อยคิ๊อีก ที ..+*-*/-*/ เหมือนเราทัมงาน
เรารู้ว่าเรา เหนื่อยแต่ ธัมมัยเราต้องธัม ก๊นัยเมื่อ เรามาเปนพนักงานเค้า เรา
..++ เปนคลมากรอกบัยสมัคร ++..เรารับอาสาทัมงาน ก๊ต้องธัมหน้าที่
ของเราหั้ยดีสิจริง หมัย คล เราความทุกนัยจัย ธิ๊ม่ายสามารถ บรรยาย ออก
มาเปนคัมพูดด้าย เก็บวั้ยคลเดียวเจ็บคลเดียวอายคลเดียว มันก๊คงม่ายช่าย
มีแต่เราหร๊อกคล อื่น ก๊มีอาจจะมีมากมีน้อย แร้วแต่การยอมรับของแต่ละคน
ม่ายมีเรื่องอารายที่ ธัมหั้ยเราทุกจัยด้าย นอกจากจัยเราเอง คือตัวบงชี้
ว่าเราทุกจัยมากแค่ หนัย แต่ ว่าเค้าทุกเรื่องอาราย เราทุกเรื่องอารายเท่านั้น**
เอง ….โลกบัยนี้มันแสนกว้างไหย่จะทุกจัยธัมมัยแค่เรื่อง เล็ก ๆๆๆๆๆๆๆๆ***
ทีวรวม กันแร้วม่ายเท่าเศษเสี้ยวของโลกบัยนี้เร ยยย ชีวิตหนอชีวิต
หน้า อนิจจัง …..อัตตาหิต อัตตะโน นาโถ ตนเปนที่พึงเเห่งตน
“”””ทุกจัยก๊ต้องแก้ด้วยจัย”””” ถึงจะคลายด้าย ….